21 พฤศจิกายน 2549 10:48 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
เสียงตักเบร จากมัสยิด ตอนเช้าตรู่
เสียงสวรรค์ เรียกสู่การละหมาด มนัสการผู้อภิบาล
รอมาฎอน เดือนประเสริฐ ผ่านไปแล้ว
การหิวโหย ความกระหาย ซักฟอกจิตใจ
ขัดเกลาศรัทธา อิสลามิกชน สู่ภาวะบริสุทธิ์
ณ. วันนี้ วันเฉลิมฉลอง เนื่องเทศกาล
วันรายา อิดิล ฟิ๊ตรี ศรัทธาชน
เดินทางสู่มัสยิด ละหมาดซุนัต สัมผัสมือขอขมา
ขออภัยในสิ่งผิด ซึ่งกันและกัน เพื่อการยกโทษและอภัย
23 ตุลาคม 2549
17 พฤศจิกายน 2549 18:52 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
คล้ายว่าฉัน........คือ
หญิงสาวสวยเซ็กซี่เมามายแอลกอฮอล์ไร้อาภรณ์ปิดบังเรือนกายเดินอยู่คนเดียวเดียวดายของราตรีดึกท่ามกลางความมืดของซอยเปลี่ยว.........................
2 พฤศจิกายน 2549 15:25 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
คน คนนั้นได้หายไปไหนเสียแล้ว
คนที่อยากสถาปนาตัวเองเป็นศิลปิน
คนที่รักอิสระยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด.............
ฉันคิดถึงเขา...ศิลปินที่ไม่มีใครเห็น
คนมีความกระหายแห่งศิลปะ..นักฝันในอิสระ
ครั้งหนึ่งที่ฉันได้คุ้นเคยกับเขา........
เขาไปไหนแล้ว...........
ฉันอยากให้เขากลับมาสู่ความฝันบนเส้นทางเก่า
เส้นทางเดิมที่เคยรู้จัก...เคยเดินทาง.........
เขาหมดฝันไปแล้วหรือ...........?
ไม่..ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่า...........
วิญญาณแห่งการกระหายซึ่ง ศิลป์และอิสระ.....
ตายและมอดดับไปจากเขาเสียแล้ว......
โปรดเถอะนะ! ลุกขึ้นมาเถอะ!
นักเตะฝุ่นผู้หิวกระหาย........
วิญญาณศิลปินอิสระที่ออกจากร่าง........
คืนสู่ซากศพที่เดินได้ ซากศพนี้เถอะ!
คืนชีวิตให้แก่ความ ฝัน,อิสระ.......
ศิลปินที่ตายซาก..เป็นแค่ศพนิทรา.......
จงฟื้นตื่นสู่เส้นทาง นักฝันอิสระอีกครั้งเถิด.......
13 กรกฎาคม 2549
2 พฤศจิกายน 2549 15:01 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
ค่ำคืนนี้มืดมิด..............
ทว่า..กลับมีแสงดาวกลาดเกลื่อนกระจายทั่วท้องฟ้า
คลืน..คลืน....
เสียงเกลียวคลื่น คลื่นลูกแล้วลูกเล่า
เกลียวคลื่นทะเลซัดกระทบคันหินกั้นชายฝั่ง
เหนือหาดทราย...
ฉันบนแท่นหิน..บนคันหินกั้นชายฝั่ง
บนหินก้อนหนึ่ง..มองฝ่าทะเลไปในความมืด
เห็นแสงเรือหาปลาแล่นเคลื่อนกลางทะเล...
แสงแฟลชจากท้องฟ้าแลบขึ้นมาเป็นระยะ....
ฉันยังคงนิ่งสงบ....บนแท่นหิน
ตั้งแต่ฉันหลุดจากฝ่ารองเท้าของใครคนหนึ่ง
ก็ฉันเป็นเพียงเศษเม็ดทรายที่หลุดมาจากฝ่ารองเท้าผ้าใบคู่นั้น.......
27 ตุลาคม 2549
23 ตุลาคม 2549 18:05 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
ข้าฯสำเร็จการศึกษา คณะรัฐศาสตร์การปกครองจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
อย่าง สง่าผ่าเผย,หยิ่งผยอง ,ทรนง อย่างหนึ่งปัญญาชน........
ว่าที่ปลัดอำเภอคนใหม่.........
อัศวินผู้เกรียงไกร..............
นักรบผู้ห้าวหาญ................
จอมยุทธ์เหนือเมฆ............
เดินเข้าสู่สมรภูมิสงคราม..........อย่างอุดมการณ์แรงกล้า
ความรู้สึกหิวในการไล่ล่า.....กระหายชัยชนะต้องการได้มา
ณ.สนามสอบ.....
กรมการปกครอง ปลัดอำเภอ(เจ้าหน้าที่ปกครอง3)
กรมข้าราชการพลเรือน (ภาค ก.)
ข้าราชการ ก.ท.ม. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป3
องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (ภาค ก.)
กระทรวงการต่างประเทศ. เจ้าหน้าที่การฑูต3
สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป)
คำตอบอยู่ในความว่างเปล่า.....................
เวลา2 ปีผ่านไป...................
อัศวินผู้ปราบม้าพยศ ดาบที่แกว่งไกวอยู่ในมือกลับล้าอ่อนและไร้เรี่ยวแรง....
จอมยุทธ์นักรบกระบี่คู่กายบนหลังม้าคึกคะนอง..........
ปราชัย สมรภูมิสงคราม สนามแล้ว สนามเล่า อย่างสิ้นเชิง
กำลังใจเสื่อมถอย..เคล็ดลับวีชากลับค่อยๆเลือนหายไปที่ละนิด
ขาดแรงบันดาลใจ......................................
การเป็นอัศวินเหลือเพียงชื่อ..จอมยุทธ์ไร้กำลังใจที่จะท่องยุทธภพ........
ที่สุดอัศวิน ก็ปราบม้าพยศไม่อยู่...ดาบข้างกายก็หายไป........
ที่สุดจอมยุทธ์ ก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะปราบม้าคึกคะนอง.และกระบี่คู่กายได้หายไป
ขณะนี้.........
ม้าก้านกล้วยและกระบี่ก้านใบมะพร้าวน่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับอัศวีน
และจอมยุทธ์ผู้ปราชัยอย่างสิ้นเชิง..........
....................................................................