4 กันยายน 2549 16:32 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
ในหว้งความรู้สึกของชีวิตฉัน เหมือนอาศัยอยู่ท่ามกลางหมอกควัน
คล้ายเป็นการอยู่ในจินตนาการ ภาพฝันอันเลื่อนลอยเลือนลาง
ฉันก้าวเดินเช่นกำลังละเมอ กำลังเพ้อ เบลอๆอะไรเช่นนั้น
ดั่งอาการของคนเมาเหล้าติดยา ทั้งที่ฉันไม่ได้เสพ
เฮ้ย!อย่าตัดสินให้ร้ายฉัน ฉันเป็นเช่นนี้มาก็ตั้งเนิ่นนาน
เป็นอาการที่ติดตัวฉันมา นับตั้งแต่เกิดมาลืมตาดูโลก
หน้าตาเหนือนคนง่วงนอนไม่ได้หลับ มองอีกทีก็เหมือนคนที่หลับยังไม่ได้ตื่น
วันทั้งวัน คืนทั้งคืน คลายควันไฟ ยามเมื่อเข้าตาแล้วน้ำตาก็ไหล
ฉันไม่เคยได้หลับ อยู่ในโลกความจริงที่เล่นบทโหด
ฉันไม่เคยได้ตื่น ตกอยู่ในภวังค์ของฝันร้าย
ฉันยังใช้ชีวิตอยู่เหมือนเดิม เริ่มเรียนรู้ พยายามเข้าใจมัน
แม้เข้าใจอยากไปหน่อย แม้ฉันเป็นคนเข้าใจอะไรยาก
เดินทางอย่างครึ่งหลับครึ่งตื่น มึน เมา ซึมเซา เพลีย ละเหี่ยใจ
4 กันยายน 2549 16:01 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
วันหนึ่งของฉันในฤดูหนาว ลมแผ่วเบาแดดอ่อนๆของยามเช้า
ก้าวเดินริมถนนแม้เหน็บหนาว ออกเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธ์
ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ต้นไม้เขียวขจีกิ่งก้านไสว
นกน้อยโผบินเกาะกิ่งไม้ ร้องเพลงด้วยสำเนียงภาษาของมัน
ท่ามกลางดงหญ้าอันเขียวชอุ่ม ที่โอบคลุมปกป้องผิวดิน
ฝูงมดเดินทางออกหากิน แมลงบินปลิวว่อนไปมา
ดอกไม้บานผีเสื้อดมดอม ส่งกลิ่นหอมอดไม่ได้จะชื่นชม
น้ำในบึงตอนโดนกระแสลม เป็นเกลียวคลื่นปลาขึ้นมาเล่นผิวน้ำ
ฉันเปิดสายตาตัวเองออกมาเห็น ความงดงามที่อยู่ข้างๆกาย
เคยมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ไม่สนใจ ไม่ให้ความสำคัญ
มัวแต่มองสื่งที่ห่างไกล แล้วอยากได้มาเป็นของตัวเอง
ไขว่คว้าสิ่งเหล่านั้นจนลืมตัว มืดมัวอยู่ในกิเลสความต้องการ
หากไม่หกล้มคงไม่รู้สึกตัว ผิดถูกดีชั่ว เป็นอย่างไรเจ็บปวดแล้วมานึกเสียใจ สำนึกผิดกับสิ่งที่ตนได้ทำจนได้มาค้นพบเส้นทางหนทางสว่าง เที่ยงแท้ เที่ยงตรง
สัจจะแท้จริง แตกต่างจากลุ่มหลง คือความดีและความพอใจ
ทุกอย่างคือสิ่งดีๆในชีวิต แม้ฤดูหนาวจะผ่าน ฤดูฝนเลยผ่าน ฤดูร้อนข้ามไป
ทุกๆวันก็คือวันสวยงามด้วยใจ!
3 กันยายน 2549 21:38 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
ครั้งหนึ่งนกน้อยตัวหนึ่งเพิ่งหัดบิน อยากจะบินด้วยปีกของตัวเอง
ออกจากรัง จากอ้อมอกแม่ ไปแสวงหาผจญภัยกับชีวิต
ผลัดถิ่นมาเผชิญโลกกว้าง หลายเส้นทางผ่านร้อน ผ่านหนาว
ฝ่าปัญหาหลากหลายเรื่องราว พานพบประสบการณ์เพียงลำพัง
บาดเจ็บ ปวดร้าวบินไม่ไหว ไม่มีแม้เพียงเรี่ยวแรงจะโต้ลม
เป็นแค่นกปีกหักพิกลพิการ นอนแน่นิ่ง อยู่กับพื้นดิน
พรุ่งนี้หรือสักวันเมื่อมองขึ้นบนฟ้า จะได้เห็นนกตัวนั้นบินอย่างอิสระเสรี
กางปีก ทรนง หยิ่งในศักดิ์สรี ไม่ย่อท้อ ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
เรียนรู้จากสิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็น ซ่อนเร้นความอ่อนแอลึกๆ
เข้มแข็งเข้าไว้ในความรู้สึก สามัญสำนึกว่าวันนึงจะกลับคืนรัง
3 กันยายน 2549 20:58 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
สายน้ำใสๆในลำธาร ไหลผ่านมองเห็นปลาแหวกว่าย
น้ำไหลกระทบตลิ่งกระจาย ได้เห็นหาดทรายอันงดงาม
กอไผ่ไหวเมื่อยามต้องลม ต้นไม้ใหญ่เมื่อยามต้องลมสั่นสะท้าน
ตอนพายุพัดผ่านใบไม้ปลิว ตามสายลม ลอยลิ่วละล่องเล่นลม
เมื่อใบไม้แห้งร่วงหล่นลงมา พายุพัดพาใบไม้เดินทางด้วยอากาศ
หล่นในกระแสธารล่องลอยไป อย่างไม่รู้จุดหมาย แห่งไหน
และนี่คือการเริ่มต้นเดินทาง สู่ปลายทางอย่างอ้างว้างของใบไม้ใบหนึ่ง
ไม่รู้จะติดขอนไม้หรือโขดหินที่ไหนสักแห่ง หรือจะดิ่งจมสู่ก้นสายธารแต่สายน้ำยังคงไหลไป
ใบไม้ใบหนึ่ง ใบนั้น และอีกหลายๆใบผจญภัยตามสายน้ำหรือบนเส้นทางพื้นดินเมื่อถึงคราเวลาร่วงโรย ตามธรรมชาติ และทุกๆสิ่งก็เป็นเช่นนั้น!
3 กันยายน 2549 20:18 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
แค่ครั้งแรกที่เห็นเธอฉันสัมผัสได้ ว่าเธอแสนสุดจะธรรมดา
แบบคนเซอร์ๆ พื้นๆ ดาดๆ ติดดินๆ ธรรมดากว่าใครคนอื่นเหลือเกิน
บนทางที่เธอเดินไปแหวกฝูงชน เดินสวนทางผู้คนซึ่งต่างแข่งขัน
เธอมีอะไรหลายอย่างที่หลายคนไม่มี และน้อยคนนักจะเป็นอย่างเธอ
ฉันสังเกตุเข้าไปในแววตาที่เหม่อ ในสายตาเต็มไปด้วยอะไรหลายอย่าง
เป็นสายตาอันคมและกว้างไกล เป็นสายตาแห่งความฝันและความจริง
แม้นัยตาเธอเศร้าแต่รู้สึกอบอุ่นลึกๆ ฉันสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกเจอแสงสว่าง
และเป็นแววตาซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ ฉันอยากค้นหาความเป็นตัวของเธอ
อยากให้เธอมองมาในแววตาของฉัน ว่าอาจมีอะไรต่ออะไรหลายอย่างคล้ายเธอ
เราอาจกำลังตามค้นหาซึ่งกันและกัน เดินทางค้นหาบางอย่างที่ได้ขาดหายไป
ในชีวิตมีผู้คนมากมายเข้ามาและเดินผ่าน ไม่เคยได้ใส่ใจ ไม่เคยแม้แต่สนใจ
เพราะกำลังเดินทางค้นหาบางสิ่งที่ขาดหาย ช่องว่างแห่งหัวใจว่างเปล่ามาเนิ่น
นาน
ฉันกำลังเดินทางตามหาสิ่งที่ขาดหาย เธอก็อาจตามหาชิ้นส่วนชีวิตที่หายเช่นกัน
แหละเธอคือคนที่ฉันตามหามาค่อนชีวิต การเจอกันของเธอและฉันขออย่าได้เป็นเพียงความบังเอิญ
เพราะชีวิตนี้ความลำบากคือการเดินทางตามค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป
ก็คือใครสักคนหนึ่งมาเติมเต็มช่องว่างแห่งชีวิตที่แหว่งเว้าขาดหายไปจากใจ