31 ตุลาคม 2549 17:08 น.

..๏ ไม่รู้เลย

อัลมิตรา

1162345277.jpg
..๏ เพราะคิดถึงจึงร้อยถ้อยอักษร
เรียบเรียงเป็นบทกลอนตอนไกลถิ่น
หวังผู้อยู่อีกฝั่งฟ้ามายลยิน
แท้ทั้งสิ้น..หัวใจไม่ลืมเลือน

ไร้สัญญาสาบานนำขานอ้าง
ถึงตัวห่างแต่ใจเคียงใกล้เสมือน
คงผูกพันสายใยไม่แชเชือน
แม้นล่วงเดือนผ่านปีไม่มีคลาย

  ..คนทางโน้นหนาวไหม ?..  เราใคร่ถาม
ฝากนิยามพร่ำเพรื่อน่าเบื่อหน่าย
  ..ยังคงอยู่ลำพังอย่างเดียวดาย
หรือข้างกายมากล้นคนเคลียคลอ ?.. 

หวั่นแต่ความคิดถึงมิถึงฝั่ง
เพราะยากหยั่งหัวใจบางใครหนอ
 อาจเป็นเพียงตัวเราที่เฝ้ารอ
เขาพนอเคียงใครไม่รู้เลย  ๚ะ๛
line.gifline.gif				
25 ตุลาคม 2549 21:38 น.

..๏ เส้นสายโศก

อัลมิตรา

..๏ สรรพสำเนียงเสียงผสานผ่านเส้นสาย
นิ้วกรีดกรายกดขยับครั้นขับขาน 
ซึ่งคุ้นเคยทั่วถ้วนล้วนเนิ่นนาน
กลับผันผ่านเพียงพลั้งสั่งใจจำ 

ครั้นบรรเลงเพลงใดจักไหวหวาด
ความพลั้งพลาดสั่งให้ได้ครวญคร่ำ 
จากจินตภาพปรากฏบทลำนำ
เยี่ยงตอกย้ำร้าวระทมยิ่งตรมใจ 
 
ยามกดสายย้ายคอร์ดยังบอดเสียง
สิ้นสำเนียงไพเราะเสนาะไหน 
ปานสาปสั่งสะกดเราเฝ้าอาลัย
มนต์เพลงใดไยสะท้านนานสิ้นดี 

ทุกถ้อยความตามท่วงทีที่หลากหลาย
บ่งความหมายซึ่งสำเนียงเสียงเสียดสี 
แสนโหยหวนโหยหาทุกนาที
กดคอร์ดคีย์นิ้วระบมขื่นขมจริง 
 
นานเนิ่นนานปานสบถพจน์ตัดพ้อ
รันทดท้อระทมใจในทุกสิ่ง 
กี่บทเพลงเสมือนเศร้าเฝ้าแอบอิง
แล้วพักพิงกัดกร่อนจนร้อนรน 

เส้นสายสั่นพลันขยับจับจนแน่น
ยิ่งคับแค้นระบายความยามสับสน 
ล้วนอาลัยรุกล้ำจึ่งจำนน
สิ้นเหตุผลถูกผิดปานติดตรวน 
 
มากต่อมากหากคะนึงถึงบางสิ่ง
บางเท็จจริงสะกดใจให้กำสรวล 
หากเลอะเลือนวิปลาสอาจสมควร
กี่ถ้อยถ้วนสัญญาอย่าคำนึง 

กดเส้นสายหมายสั่งทั้งหกสาย
เพื่อผ่อนคลายวู่วามยามคิดถึง 
โอ้ถ้อยเท็จของใครไยติดตรึง
ยังฉุดดึงขึงขังสั่งสาปเรา 

เพลงรุนแรงเร่าร้อนสั่นคลอนจิต
คือถูกผิดบั่นทอนในก่อนเก่า 
ทุกคอร์ดคีย์แผดผาดเกินคาดเดา
จนสั่นเทาหนาวเหน็บเจ็บปวดใจ 

หกเส้นสายเสียงผสานซ่านทรวงแท้
ฤๅเพียงแค่ดนตรีที่ฝักใฝ่ 
ปิดบังตนจนผวาทุกคราไป
บทเพลงใดจึ่งจะจบลบลืมเลือน ๚ะ๛ 

Line_Divider.gif				
23 ตุลาคม 2549 21:49 น.

..๏ คีตจากแดนสรวง

อัลมิตรา


..๏ จากหยดหยาดสาดกระเซ็นเป็นเส้นสาย
ซึ่งโปรยปรายใสสะอาดดาษเวหา
หลากเรียงรายเรื่อยเรียงเพียงครั้งครา
ผันพลัดพรากจากฟ้าลาเมืองแมน

ช่างชุ่มฉ่ำยามต้องละอองฝน
บันดาลดลให้ชื่นระรื่นแสน
สายฝนโปรยทั่วถิ่นทั้งดินแดน
ต่างทดแทนให้พืชพันธุ์นั้นงดงาม 

สายวสันต์นั้นกระหน่ำทำนองพร้อม
ดั่งแวดล้อมดนตรีมีล้นหลาม
เสียงสูงต่ำย้ำพยางค์ต่างเนื้อความ
บอกเล่าตามท่วงเสนาะไพเราะเกิน

เช่นบรรเลงเพลงสวรรค์อันเลิศหล้า
พ้องภาษาเสียงผสานผ่านเขาเขิน
ตราบต้องไม้ใหญ่น้อยพลอยจำเริญ
ให้เพลิดเพลินเสมือนดั่งฟังดนตรี

เสียงสายฝนหล่นร่วงสู่ห้วงสินธุ์
ดั่งเสียงพิณกังสดาลซ่านสุขี
ซึ่งเร่งเร้าเพลาเพลงบรรเลงมี
เปี่ยมเปรมปรีดิ์ด้วยสดับเพราะจับใจ

แทรกสายลมผสมรับเยี่ยงขับขาน
ว่าแว่วหวานผ่านสะพัดเสียงชัดใส
ดั่งเมธีกวีปราชญ์เปรื่องปราดใด
มาเรียงร้อยถ้อยให้ตื่นใจจำ

เคยสูงลิ่วปลิวสู่หมู่พงหญ้า
ยังต้นกล้าหญ้าไทรให้ชื่นฉ่ำ
ทั้งกิ่งไผ่โอนเอนเช่นลำนำ
เริงระบำย้ำย้ายส่ายรูปทรง

เวิ้งหวีดหวิวลิ่วลู่หมู่พฤกษา
กบเขียดปลาระรื่นชมสมประสงค์
บ้างแหวกว่ายกระโจนจับกับปอปรง
แล้วดิ่งลงสนุกใจในคูคลอง 

ครั้นสิ้นสายพรายฝนบนเวหา
บังเกิดแสงวิจิตราโสภาผ่อง
แสงสุรีย์อุ่นวิไลให้เรืองรอง
นภาผองพร่างแพรวดั่งแก้วกานต์

หลากสีแสงแต่งฟ้าโสภานัก
ให้ประจักษ์อัจจิมา*มหาศาล
เป็นโค้งงามล้ำสิริรัศมิมาน*
ตราบเนิ่นนานชื่นชมสมอุรา ๚ะ๛ 

bar_orng.gif				
21 ตุลาคม 2549 23:27 น.

เรื่องราวที่ไร้รอย

อัลมิตรา


...หากฉันมีโอกาสพบเธออีกสักครั้ง
...ฉันจะไม่ยอมปล่อยมือไปจากเธออีกแน่
...ช่วงปลายฝน ที่ใกล้จะเริ่มต้นช่วงต้นหนาว
...มีกลิ่นดอกไม้ที่เบ่งบานในสายหมอก
...ทำให้บทเพลงแห่งความทรงจำหวนคืนมา
...จนฉันรู้สึกอ่อนไหวอยู่ในจิตใจ

...เวลาที่ผ่านพ้นไป..
...การที่ได้พบเธอ ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์
...ดั่งสายลมอันแผ่วเบาที่พัดพลิ้ว
...เธอจับมือฉันอย่างอ่อนโยนและพาฉันเดินก้าวไป

...และถึงแม้ว่า เหตุการณ์เหล่านั้นจะผ่านมาเนิ่นนาน
...ฉันก็ไม่อาจลืมเลือนภาพนั้นได้เลย
...ฉันยังคงได้ยินเสียงของเธอในสายลม
...ราวกับว่า ความทรงจำที่เลือนหาย  มันกลับคืนมา
...ฉันจะไม่หวาดหวั่นต่อเรื่องใด ๆ 

...ฉันพร่ำบอกกับตัวเองว่า .. 
...ถ้าฉันมีโอกาส ฉันอยากจะที่ได้พบเธอในสถานที่แห่งนี้อีก
...เพื่อพบเธออีกครั้งในวันที่แสนสดใส
...ของฤดูกาลสีชมพูที่จะมาถึง .. ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น

...วันเวลาที่ผ่านไป ..
...ความเดียวดายที่เคยมีบนเส้นทางแห่งดอกไม้โปรยปราย

...ฉันรู้ตัวดีว่า .. 
...ฉันไม่อาจย้อนกลับไปยังเวลาที่เลือนหายไปได้เหมือนกันวันนั้น
...แต่เธอรู้มั๊ย ทิวทัศน์ของที่นี่ ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย

...ถึงแม้ว่า ฉันยังคงจมอยู่กับการรอคอยที่หงอยเหงา
...และท่ามกลางกลีบดอกไม้ที่พลิ้วไหวในสายลม
...รวมถึงภาพที่ผุดขึ้นเหมือนคลื่นระรอกบนผิวน้ำ
...ซึ่งฉันคิดว่า  สิ่งเหล่านั้น หากมันมีความสำคัญมากเท่าไหร่ 
...ฉันก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น

...ความรู้สึกที่อ้างว้างเดียวดาย และเฝ้าโหยหาใครคนหนึ่ง
...เหมือนว่า ฉันกำลังวิ่งไล่คว้าเงาบาง ๆ ในช่วงเวลานี้
...ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนคนหลงทาง


				
20 ตุลาคม 2549 08:21 น.

..๏ รากชีวิต

อัลมิตรา


..๏ คนคนหนึ่งกว่าจะผ่านวันวานได้
ต้องร่ำไห้เสียน้ำตากี่คราหนอ
หากความรักหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ
คงอยู่อย่างรันทดท้อทรมาน

แลสาวน้อยหน้าใสไร้เดียงสา
เธอฟันฝ่าทุกข์ผจญให้สงสาร
สิบแปดฝนสิบแปดหนาวที่ร้าวราน
สุขเบิกบานคลับคล้ายมองไม่เจอ

มากรอยแผลชอกช้ำเธอจำเป็น
ต้องซ่อนเร้นเก็บไว้ไม่กล้าเสนอ
หวังหยดหนึ่งน้ำใจใครปรนเปรอ
ชุบชีพเธอสดใสฟื้นใจคืน

แต่รอบข้างเธอนี้ไม่มีใคร
ที่เป็นไปคล้ายชะตาพาหยิบยื่น
เธอยังคงชอกช้ำทนกล้ำกลืน
เกินขัดขืนสุดดิ้นรนบนโลกจริง

คนคนหนึ่งกว่าจะผ่านวันวานได้
บ้างยากไร้เอน็จอนาถขาดทุกสิ่ง
บ้างเหลือล้นคนรักที่พักพิง
บ้างถูกทิ้งให้เผชิญเดินลำพัง 

โอ้..สาวน้อยหน้าใสไร้เดียงสา
ร้าวอุราทุกข์ทนแต่หนหลัง
จะก้าวย่างอย่างไรหากไร้พลัง
ยามพลาดพลั้งผู้ใดหมายประคอง 

อยากบอกเธอคนนั้นฉันก็เป็น
ความยากเข็ญ,ความเศร้าดุจเจ้าของ
ปราศคนที่สนใจใคร่เกี่ยวดอง
เราต่างพ้องชีวิตรากผิดพันธุ์ ๚ะ๛


				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
มาอีกรอบนะ พยายามจะเขียนกลอนที่นี่ แต่ยังใช้ไม่เป็น เห็นกลอนขุดบ่อล่อปลาแล้วคิดถึงอิม คิดถึงเรื่องเก่า ๆ จะสิบปีแล้วสินะที่เริ่มเขียนกลอนได้ เหมือนกลอนที่เคยอ่านหรือเขียนขึ้นใหม่นะ
คิดถึงจังอิม สบายดีหรือเปล่า
>