17 เมษายน 2549 10:51 น.

:- เว้นวรรค -:

ไวยากรณ์


      :- ความน้อยเนื้อต่ำใจย้ำเตือนจิต -:
นี่ตัวเราทำผิดกระไรหรือ
เขียนบทกลอนกลั่นงานด้วยฝีมือ
แต่แล้วคือไร้คนมาเยี่ยมเยือน

      :-  มิต้องรอให้คนชุมนุมไล่  -:
หรือรอใครป่าวร้องคำเชือดเฉือน
หรือรอวันให้ใครเขาลืมเลือน
หรือรอใครย้ำเตือนไร้ฝีมือ

      :-  จากแต่ก่อนเคยคิดไม่เป็นไร -:
จะมีใครอ่านหรือไม่เราไม่ถือ
ทรนงอวดเก่งในฝีมือ
จะมีใครเยื่ยมเยือนหรือช่างประไร

      :-  ในวันฟ้าหมองหม่นใช่สีฟ้า -:
ใยน้ำตาของข้าพาลจะไหล
จะมีใครหนอสักคนมาเห็นใจ
หากขอได้ข้าขอแค่สักคน

       :- ขอแค่ใครสักคนเข้าใจข้า -:
รูปร่างฤาหน้าตาข้าไม่สน
ขอแค่เขาเคียงข้างวันทุกข์ทน
วันที่ข้าหมองหม่นเขาปลอบใจ

       :- แต่จะมัวรอใครเข้าใจเล่า
นี่ตัวเราใช่ตัวเขาหรือไฉน
หากตัวเราแม้ตัวเองมิเข้าใจ
จักมีใครเข้าใจอีกนะเรา

      :- ความน้อยเนื้อต่ำใจย้ำเตือนจิต -:
จักมัวไปยึดติดความหงอยเหงา
ยาแก้กลอนประจำบ้านใช่ของเรา
ขอมอบคืนคนอื่นเขาเราขอลา
				
16 เมษายน 2549 18:04 น.

ถูกแล้วคร้าบ .. ที่เธอทำ

ไวยากรณ์


                                                        ไวยากรณ์
ถูกแล้วคร้าบ ทราบไว้ ในใจนี้
ว่าฤดี เธอนั้น มีใครไหม
เคยแบ่งห้อง ของตัว ให้ครึ่งใจ
กลับยกให้ ใครอื่น เข้ามาแทน

ทุกตาราง คำกลอน เป็นหลักฐาน
เพื่อนไทยโพม เป็นพยาน อีกครึ่งแสน
รักที่เคย มีให้ เริ่มขาดแคลน
เคยหวงแหน แทนด้วย ไม่ใส่ใจ

เพราะคนนี้ คงน้อย ค่านักยิ่ง
เขาจึงทิ้ง ลาไป หาคนใหม่
ไม่โทษเธอ หรือเผลอ ไปโทษใคร
โทษที่ใจ ฉันเอง มิคู่ควร

ต้องรับทราบ คำตอบ มิสงสัย
ว่าหทัย เธอนั้น คงไม่หวน
เหมือนสายน้ำ ไหลไป ไม่มีทวน
ใช่ผันผวน เปลี่ยนแปร ดั่งสายลม

คำที่เน้น ขีดไว้ ให้ประจักษ์
สุดที่รัก กับฉัน ไม่เหมาะสม
เธอจึงแปร เปลี่ยนหา คนชื่นชม
ทิ้งให้ฉัน ตรอมตรม เพียงผู้เดียว

คือคำตอบ ที่ได้ จากใจนี้
ว่าชีวี ที่เหลือ ไม่แลเหลียว
อย่าติดต่อ อีกนะ ยุ่งนักเชียว
ไม่ยุ่งเกี่ยว คร้าบ..ผม จำใจลา


                                                     ผู้หญิงไร้เงา
โปรดรับทราบ  ความใน จากใจฉัน
เพื่อยืนยัน  ให้รู้  อยู่เสมอ
ว่าทุกห้อง  หัวใจ  ให้พบเจอ
กับเพื่อนเกลอ  คนดี  ที่ห่วงใย

ส่วนตาราง  สร้างกลอน  ที่วอนเว้า
ในใจเรา  ไม่คิด  จิตฝันใฝ่
เพียงแต่เขียน  รื่นเริง  บันเทิงใจ
เพื่อให้ใคร  ได้สุข  ทุกเวลา

ยิ่งกว่านั้น  เพื่อนเอ๋ย  เฉลยให้
เธอมีค่า  ยิ่งใหญ่  รู้ไหมน่า
ความเป็นมิตร  ชิดใกล้  ใจนำพา
ให้เรานั้น  ห่วงหา  ทุกนาที
  
จึงขอโปรด  รับทราบ  นะคร้าบผม
เลิกขื่นขม  ในจิต  คิดผันหนี
เพื่อนสำคัญ  หนักหนา  คล้ายวารี
ที่ไม่มี  แล้วเรา  เฝ้าม้วยมร

จึงขอขีด  เส้นใต้  ให้ประจักษ์
ถึงเพื่อนรัก  ที่ใจ   ไม่ถ่ายถอน
เราจะเป็น  เพื่อนกัน  นิรันดร
ไม่จากจร  แน่แท้  โปรดแน่ใจ

คือคำตอบ  จากจิต  ถึงมิตรรัก
ที่ประจักษ์  ความคงมั่น  ไม่หวั่นไหว
ยิ่งกว่านั้น  ขอโทษ  โปรดอภัย
หากทำให้ ดวงหทัย  เธอร้าวรอน


                                                         ไวยากรณ์
ถูกแล้วคร้าบ รับทราบ จากใจเธอ
มั่นเสมอ ยังคง หมั่นผลักไส
จากที่เคย ว่ารัก เคยหวงใย
กลับแปรเปลี่ยน กลายไป แค่เพื่อนกัน

ทุกตาราง สร้างกลอน ที่ผ่านมา
เป็นหลักฐาน ที่ว่า เคยสร้างสรรค์
แทนวจี แทนคำ เคยจำนนค์
ว่าคือฉัน ที่เธอ เคยสนใจ

เพราะฉันเอง หรือไร ไม่เคยรู้
ไม่ใช่ผู้ ที่เธอ เคยฝันใฝ่
เธอจึงแปร เปลี่ยนผัน ลาจากไป
กลายเป็นแค่ คนผ่านใจ เท่านั้นเอง

ต้องรับทราบ คำตอบ ย้ำเตือนไว้
ในหัวใจ ที่เคย ถูกข่มเหง
จะโทษใคร กันเล่า ใจเราเอง
คล้ายดั่งเพลง รักเอง ช้ำเอง จะโทษใคร

ขีดเส้นใต้ เอาไว้ เธอไม่รัก
เธอทายทัก แค่เพื่อน เข้าใจไหม
ที่เคยห่วง เคยหา เคยใส่ใจ
ไม่ได้คิด อะไร แค่เพื่อนเกลอ

คือคำตอบ ที่ได้ จากตัวเขา
หญิงไร้เงา แค่เพื่อน ย้ำเสมอ
อย่าคิดไร เกินเลย ไปนะเธอ
สิ่งเสนอ เพื่อนเท่านั้น เธอย้ำมา


                                                       ผู้หญิงไร้เงา
โปรดรับทราบ  จากจิต  เถิดมิตรรัก
ฉันมาทัก  ทายเพื่อน  มิเฉือนเฉย
แถมไม่เคย  ผลักไส  กระไรเลย
เพียงย้ำเอ่ย  ในสัมพันธ์  ให้มั่นใจ

ว่าลายเส้น  อักษร  ที่วอนเว้า
ในใจเรา  ไม่เคยคิด  จิตฝันใฝ่
แต่ยอมรับ  ความจริง  สิ่งเป็นไป
ถึงหลักฐาน  งานใดใด  ที่มากมี

จึงขอโทษ  โกรธฉัน  นั้นก็ได้
หากทำให้  เธอเลิกเศร้า  เฝ้าหมองศรี
แต่ยืนยัน  ความจริงใจ  ในฤดี
เธอมากมี  ค่ามิน้อย  ด้อยกว่าใคร

ขอรับทราบ   อีกรอบ  คำตอบฉัน
ใช่ข่มเหง  รังแกกัน  นะรู้ไหม
เพราะความรัก  ความเศร้า  ฉันเข้าใจ
จึงได้อยาก  ตัดไฟ  แต่ต้นลม

เลยขอขีด  เส้นใต้  ให้เน้นนัก
ถึงเพื่อนรัก  ทักทาย  ให้สุขสม
อย่าห่วงหา หรือนำพา  ซึ่งอารมณ์
ให้ระทม  ต่อไป  ใจเว้าวอน

ด้วยห่วงใย  เสมอ  มิเผลอไผล
ไวยากรณ์  โปรดเข้าใจ  ให้คืนย้อน
เปลี่ยนสัมพันธ์  ที่เคยให้  ใจอาทร
มาแน่นอน  แค่เพื่อนกัน  ฉันยินดี


                                                       ไวยากรณ์
ถูกแล้วคร้าบ ยอมรับ ความเปลี่ยนผัน
ทุกคืนวัน ย้ำฝัน คนเดียวหลอก
จะเจ็บช้ำ ระกำ ทนช้ำชอก
ไม่อยากตอก ย้ำใจ ให้ระอา

เพราะลายเส้น อักษร เฝ้าวอนคิด
แต่เพียงจิต เราเอง เฝ้าห่วงหา
เคยว่ารัก หลงคิด ติดอุรา
เลยนำพา เศร้าตรม ชอกช้ำใจ

ไม่ยกโทษ โกรธเธอ เพื่อใดหรือ
เพราะเราคือ คนมั่น เฝ้าผลักไส
ครั้นพอเธอ พบคน ที่ถูกใจ
แปรเปลี่ยนไป ถูกแล้ว ที่เธอทำ

แต่ขอบอก ย้ำตอก คำตอบเธอ
เพื่อนนะเออ ไม่ขอ รับชอกช้ำ
มิอยากเห็น ตอนนี้ ให้ระกำ
มิอยากย้ำ ความเจ็บ คราวเจอกัน

จักขอขีด เส้นใต้ ให้เน้นหนัก
ว่าเพื่อนรัก เราคง ไม่สุขสันต์
ย้ำคำว่า เธอไม่รัก ในชีวัน
เป็นเพราะฉัน คนทำ จะโทษใคร

จักห่วงใย อาวรณ์ เพื่อใดเล่า
หญิงไร้เงา จะเศร้า กับเราไหม
พอเถอะนะ ตัวเรา พอเถอะใจ
อยู่คนเดียว ต้องได้ เฝ้าย้ำเตือน


                                                    ผู้หญิงไร้เงา
ทราบแล้วค่ะ  ถึงใจนี้  ที่สลาย
ของสหาย  คนเก่า  ที่เฝ้าหา
แต่ขอบอก  จากใจ  ไม่ระอา
ด้วยรู้ว่า  เธอกระทำ  เพราะช้ำใจ

เรื่องลายเส้น  อักษร  ที่ย้อนขวัญ
ให้ชีวัน  เธอคิด  ดวงจิตไหว
ทั้งที่จริง  ฉันเขียน เพียรสื่อไป
ให้เข้าใน  เนื้อความ  ที่ถามมา

จึงรับผิด  เรื่องนี้  ที่พบเห็น
เป็นประเด็น  เน้นเรา  เศร้าหนักหนา
เพราะทำให้  เธอเหงา  เศร้าอุรา
ในวิญญา  ของเรา  จึงเฝ้าตรม

แถมขอย้ำ  อีกหน  ด้วยทนทุกข์
หมดสนุก  แล้วเรา  เฝ้าขื่นขม
เมื่อไมตรี  ที่ให้  ไม่มาชม
เหมือนสายลม พัดผ่าน  ม่านฟ้าไกล

จึงขอขีด  เส้นใต้  ในอักษร
ไวยากรณ์  เพื่อนกัน  ฉันฝันใฝ่
ยังรอเธอ  เหมือนเก่า  เฝ้าห่วงใย
และรอให้  เธอปรับ  รับไมตรี

กับเพื่อนเกลอ  เพื่อนกัน  ฉันท์อักษร
ให้แน่นอน  จริงใจ ไม่ผันหนี
แม้จะต้อง  รอเธอ  อีกนานปี
ก็ยินดี  รอเพื่อนซี้     ไวยากรณ์
				
12 เมษายน 2549 13:41 น.

..๏ เพื่ออะไร??

ไวยากรณ์


๏ ใช่ยื้อยุดฉุดไว้คล้ายดั่งว่า
เคยดุด่าว่ากล่าวก้อหลายหน
แต่ใครหนอใครกันทำหน้าทน
มิเคยสนท่าทีมิใส่ใจ

ใช่กักขังเอากรอบมาก้างกั้น
แต่จิตคนดื้อรั้นจะโทษไหน
อย่ามาตีสีหน้าเรียกสนใจ
น้ำตาไหลหรือไม่ใช่ห่วงกัน

ใช่หน่วงเหนี่ยวเวลาให้ลาล่วง
ฤาเคยลวงห่วงหาพาสุขสันต์
ทำทำไม-ทำไป-ได้ไรกัน
มิเหยียดหยันเยาะเย้ยให้หมองมัว

หากจะตายหายหน้ามลาจาก
ฤาเป็นซากเศษเถ้าเท้าจรดหัว
อย่ายื้อยุดฉุดใครไปพันพัว
เพราะเป็นตัวจิตเจ้าใช่ของใคร ๚ะ๛
				
30 มีนาคม 2549 12:15 น.

๏ ใช่...ลืมเลือน

ไวยากรณ์


๏ หากคำนึงครุ่นคิดจนจิตหวั่น
ใยผ่านวันเลือนลับกับสมัย
ใยห่างตัวทำเหมือนกับห่างใจ
ฤาแปรผันเปลี่ยนไปตามเวลา

ความน้อยเนื้อต่ำใจเริ่มย้ำคิด
ฤาหมดสิทธิ์แล้วหนอความห่วงหา
เคยพร่ำบอกในรักและศรัทธา
แท้เป็นเพียงวาจาใช้หลอกลวง

คงมีใครเฝ้าคลอพนอคู่
บินเคียงอยู่ปลายฟ้าให้แหนหวง
คงมีใครคนนั้นอยู่เต็มทรวง
เลยลืมดวงใจนี้ที่หลงคอย

ขอเพียงแค่ส่งข่าวบอกกล่าวบ้าง
อย่าปล่อยทิ้งรกร้างให้เหงา-หงอย
รู้ไหมว่ามีคนยังหลงคอย
ใจเศร้าสร้อยรอหวังอย่างเดียวดาย๚ะ๛
				
7 กุมภาพันธ์ 2549 13:29 น.

วิงวอน

ไวยากรณ์

อยากเอ่ยเผยความในใจข้านี้
แต่มิกล้าสักทีเพราะฉะไหน
แม้จักรู้จากท่าทีเผยเป็นนัย
กลัวจักเป็นคิดไปเพียงฝ่ายเดียว

เราคบกันเนิ่นนานคล้ายฉันท์เพื่อน
มิเคยเลือนห่างหายให้เฉลียว
เราผูกพันเราสองคล้ายหนึ่งเดียว
ต่างเกาะเกี่ยวสุขทุกข์ร่วมแบ่งปัน

เมื่อเคียงข้างตัวเธอฉันสุขใจ
อบอุ่นในหัวใจสุดสุขสันต์
แม้เรื่องราวทุกข์ร้อนมาโรมรัน
หากมีเธอเคียงฉันไม่หวั่นเลย

ขอพลังความกล้าข้าสักครั้ง
ช่วยยับยั้งใจขลาดให้เฉลย
กลับบางสิ่งที่ยังดูเชยเชย
ว่า "รักเอย" จากใจเพื่อนสนิท				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟไวยากรณ์
Lovings  ไวยากรณ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟไวยากรณ์
Lovings  ไวยากรณ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟไวยากรณ์
Lovings  ไวยากรณ์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงไวยากรณ์