5 พฤศจิกายน 2552 11:19 น.
จะไม่เด็ด.
ละเลงร่ายลายอักษรสะท้อนจิต
ปวงนิมิตทิพยดลแต่หนใหน
ฟ้าหรือดินประทินภาพซาบทรวงใน
ถึงฝันใฝ่อยู่เช้าค่ำถลำเลื่อนลอย
สีแสงเดือนยามเยือนหล้านภาสวย
เด่นดวงด้วยนภาภาพระนาบสร้อย
เย้าใจหลงธำรงค์ทองทาบร่องรอย
เหลื่อมปลายร้อยทอประดับระยับดาว
จันทร์ทรงกลดประณตน้อมล้อมเวหา
ละลานตาปาฏิหาริย์สะท้านหาว
จับม่านฟ้าพาผ่องภาพวูบวาบวาว
ยิ่งโน้มน้าวท่าวลุ่มหลงดงอักษรา
พรรณาพื้นยืนพิภพจบมหาสมุทร
เสกพิสุทธิ์วิมุติวางสางอุษา
ร่ายกลบทราดรดร่างกลางธารา
ข้ามคงคาคร่านาคีนทีทาง
วางถ้อยสลักปักลงตรงเนินไศล
ท่ามเวิ้งไพรพนาเวศเขตสิงห์สาง
หยาดวจีเย้าเร้าไพรีหนีเถื่อนทาง
ซ่อนอำพรางสาส์นอักษรชะง่อนผา
ผุดวรรณศิลป์อินทร์สร้างข้างไกรลาศ
ยาวทอดพาดสวยซึ้งตาวตึงสา
เทพลุ่มหลงทุกองค์อ้างกลางดุสิตา
คนึงหาแต่ ถ้อยแถลงแห่งมนตรา
จวบนิมิตสิ้นสุดมนุษย์โลก
กลายกลับโศกวิโยคยิ่งระวิงหา
ว่าศาสตร์ศิลป์ยวลยลยินจนชินตา
ระแวงว่าอาจหลงลิ้นจนสิ้นใจ...
...แบบว่า..ไม่รู้สิ
29 ตุลาคม 2552 15:57 น.
จะไม่เด็ด.
แหงนมองท้องฟ้า
อุราหม่นหมอง
ถึงต้องหวั่นไหว
ให้คิดถึงหน้า
ขวัญหล้านิ่มน้อง
ที่ปองต้องใจ
เดือนจางนางไร้
เหลือแค่ฝันใฝ่
หวังได้คืนมา
ท่ามดาวพราวพร่าง
กระจ่างห้วงหาว
ดวงดาวแลหา
มิเห็นหน้าจันทร์
ไหวหวั่นเหลือที่
จะหนีไกลหน้า
ลืมเพ็ญเด่นฟ้า
สิ้นแล้วมนตรา
ฟากฟ้าอาดูร
หรือเดือนมั่นหมาย
จะหายจากฟ้า
นภาสิ้นสูญ
ถึงหน้าวสันต์
ก็พลันมืดมิด
ซ่อนปิดจำรูญ
เหลือเงาอสูร
เร่งเริ่มเพิ่มพูน
จนสูญเสียขวัญ
หากขวัญเสียแล้ว
มิแคล้วต้องหาย
แพ้พ่ายหลีกหนี
ตกร่วงโปรยปราย
ให้หายจากฟ้า
สู่มหานที
ฟากฟ้ายามนี้
ไม่เหลือสุนทรีย์
จากนี้...เท่านาน
..แบบว่า
26 ตุลาคม 2552 20:28 น.
จะไม่เด็ด.
หนาวลมแนบแอบอิงจริงหวั่นไหว
ไหวหวั่นจริงอิงแอบแนบลมหนาว
มาประดังภวังค์จมถมทุกข์คราว
คราวทุกข์ถมจมภวังค์ประดังมา
ว่าเหมือนดังหลั่งไหลไปละลิ่ว
ละลิ่วไปไหลหลั่งดังเหมือนว่า
ใจเลื่อนลอยถอยร่นหนร้อยครา
คราร้อยหนร่นถอยลอยเลื่อนใจ
ไม่หวลกลับลับลงคงคืนยาก
ยากคืนคงลงลับกลับหวลไม่
ลมผ่านแล้วแนวห่างจางจืดไป
ไปจืดจางห่างแนวแล้วผ่านลม
ขมจากรักหนักหนามาหน้าหนาว
หนาวหน้ามาหนาหนักรักจากขม
ใครไหนอื่นชื่นรักภักดิ์ภิรมย์
ภิรมย์ภักดิ์รักชื่นอื่นไหนใคร...
14 กันยายน 2552 11:05 น.
จะไม่เด็ด.
พลิ้วเพลงรักอักษรมาอ้อนออด
มาพร่ำพรอดยอดยาใจในคำหวาน
เทพอักษรกำเนิดแล้วแพร้วพิศดาร
กระทุ้งกาลสะท้านกลอนร้อนสวาทวาย
บรรเลงกลอนอ้อนรักจนฝักใฝ่
นิมิตใดในภายหน้าอย่าได้หมาย
มาเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ที่คมคาย
ให้ห่างหายไกลแหล่งนี้...ที่ตระการ
ไฟสุมร้อนซ่อนเปลวให้เหลวไหล
เช่นสวาทใดมาดลจิตคิดประสาน
ก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในเสี้ยวกาล
ดุจอาหารตักใส่จานรอการกิน
พร้อมบรรเลงเพลงรักอักษรสะท้าน
ร่วมบริบาลให้บริบูรณ์จำรูญศิลป์
เพียงโลกนี้ได้เสพสุขลูกชาวดิน
ก็คงสิ้นสิ่งปรารถนา..จะคว้าครอง..
...แบบว่า
13 กันยายน 2552 17:04 น.
จะไม่เด็ด.
เจ็บเจียนตายพ่ายรักแทบตักษัย
อณูใจมลายคว้างกลางวสันต์
ดั่งเหมือนดื่มยาพิษฤทธิ์แสนพัน
น้อยหนึ่งนั้นก็เลยฝั่งวังพญายม
แสนเสียดายมาง่ายรักยอมผลักไส
ให้หวังไกลได้มีรักสมัครสม
ภวังค์รักช่างสาไถยให้นิยม
ครวญระบมระทมรักจักไม่จำ
แสนเสียดายกลายเป็นรักทำหนักจิต
สุดจะคิดถอนตัวไกลใจถลำ
หากใคร่ครวญในท่าทีที่กระทำ
คงบอบช้ำน้อยลง...กลับหลงลืม
ขอดื่มด่ำกับความหลังครั้งสุดท้าย
ก่อนฝันร้ายจะหลอนใจให้ดูดดื่ม
หากไม่มีความสามารถจะอาจลืม
คงได้ดื่ม...ยาสิ้นสวาท..อาจบรรเทา..อิอิ
..แบบว่า