13 มกราคม 2550 20:16 น.

เสียงตะโกนของคนใบ้

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.       แด่ผู้กำลังเพรียกหา...ร้องเรียกตะโกนอย่างสุดเสียง
ซุ่มเสียงแหบพร่า...น้ำตาอาบสองแก้มโหยไห้
ดั่งกลางพายุมรสุม...หายนะกำลังจะเกิดกับคนใบ้
แดกดิ้นกระเสือกกระสนด้วยเสียงตะโกนอยู่ในลำคอ


        โอ้ หนอ  วิบากกรรมของชาติ...ลึกสุดหุบเหว
กระต่ายตื่นตระหนกเตลิดเปิดเปิงระแวงระเบิด
ควานหาเข็ม...เพียงเล่มเดียวที่หายไป.......
จมดิ่งสู่มหาสมุทร..ก้นทวีป  รอยต่อแผ่นดินไหว


        ความสมานฉันท์ อุดมการณที่คร่ำครวญหา
ขุดค้น..แทบพลิกแผ่นดิน  อยู่ไหนหนอ!
คำขู่คำรามของสุนัขถึงการวางระเบิดป่วนระส่ำ
ประทุษร้าย สาธารณชน...อย่างโหดเหี้ยม


       หรือ ประเทศไทย คือ ภูมิศาสตร์เหมาะที่สุด
ที่จะเพาะบ่มความเลวร้ายทั้งปวงไว้ในแผ่นดิน
เชื้อโรค แพร่กระจายลุกลาม กัดกินจนผุกร่อน
เหมาะสำหรับความรุนแรงทุกรูปแบบไม่จำกัด


        สันติสุข หรือคำนี้ถูกลบทิ้งไปแล้วในพจนานุกรมไทย
พร้อมๆกับยกเลิกคำว่า....สมานฉันท์เขวี้งทิ้ง
โคลงสร้างหยาบๆ   ของการเมืองไทย ยังเปราะบาง
อำนาจรัฐประหาร...ถูกท้าทาย  เดิมพันศรัทธา



                                                4 มกราคม 2550


.				
13 มกราคม 2550 19:52 น.

กงล้อขับเคลื่อนของเด็ก

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.          กระดาษสีขาวบนเฟรม ที่ยังไม่ได้วาดภาพ
ดินสอ,พู่กัน,สีเทียน,สีไม้,สีเมจิค,สีน้ำฯลฯ
ปล่อยความคิด สร้างสรรค์ ลงบนกระดาษวาดเขียน
สร้างจินตนาการ  ศิลปะ  ธรรมชาติ
ท้องฟ้า,เมฆสวย,ทะเล,ภูเขา,ดอกไม้,นก,ดวงอาทิตย์,
แม่น้ำ,ต้นไม้,ทุ่งนา,บ้านและครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง

     ปล่อยให้เด็กๆระบายปั้นความฝันตามประสา
ทหาร,ตำรวจ,หมอ,พยาบาล,อาจารย์,นักบิน,แอร์ฯ
นายอำเภอ,ผู้ว่า,นักการเมือง,นายกรัฐมนตรีฯลฯ
ปล่อยความฝันประสาเด็กอย่างอิสระ
วาดฝันถึงความสวยงาม..........

     เด็กน้อย ดั่งผ้าขาว บริสุทธิ์.....
พ่อ แม่ อาจารย์  จะสร้างสรรค์อย่างไร?
จะแต่งเติมแต้มสร้างสรรค์ เจียรนัย  งดงาม หรือแหลกทราม
จะให้ผ้าผืนนั้น  อยู่ในสภาพไหน  ในอนาคต
ผ้าเรียบ,ผ้ายับ,ผ้ารุ่งริ่ง,ผ้าเช็ดมือ,ผ้ากันเปื้อน,ผ้าเช็ดเท้า,ผ้าขี้ริ้ว
พ่อแม่ อาจารย์ คอยแนะนำประคับประคองดูแลทะนุถนอม
หมั่นซัก ล้าง สั่งสอน หรือปล่อยปละละเลย ตามยถากรรม


     เมื่อสังคมปัจจุบัน....
เด็กเล็กเติบโตขึ้นท่ามกลาง หยากไย่ สกปรก 
ความไร้สาระของสังคม..กระแสโลกาภิวัฒน์   ทุนนิยมเป็นใหญ่
ความเบาหวิวของสมองที่คิดเองไม่เป็น.........
ผู้ใหญ่ต่างสรรหา วัตถุดิบ ยัดเยียด ทับถม
ป้อนความคิดดัชนีชี้นำ  ท่องจำ เผด็จการวิชาความรู้


       การเดินทางระหว่างวัย.....
จาก ทารก,อนุบาล,ประถมฯ,มัธยมฯ,มหาวิทยาลัย
ซึมซาบ ซึมซับ  ค่านิยมเงินตรา และวัตถุ คือ พระเจ้า
เยาวชนปล่อยร่างแหลกเหลว  หลงระเริง ค่านิยมตะวันตก


        ภาพสะท้อนบางมุม......
กลุ่มเด็กผู้ชาย กำลังมั่วสุม ริสูบบุหรี่.....
อยู่ในรายล้อมด้วยคึกคะนอง กลางวงเหล้า 
ล้อมวงดื่มเหล้า ซดเบียร์  อาบแอลกอฮอลล์
ภายในห้องที่เต็มไปด้วยกลุ่มควัน  สูบกัญชา เสพยาบ้า ฯลฯ
หลอน...เหม่อลอย..มัวเมา...ยิ้ม....หัวเราะ
ตั้งวงเล่นไผ่  แทงพนันบอล  ล่าสาวเพื่อสนองความต้องการ


       จากอีกมุม..สะท้อนภาพ....
ขณะที่เด็กสาว ใส่สายเดี่ยว,เกาะอก,กระโปรงสั้น,กางเกงเอวต่ำ
เดินย่างกรีดกรายคล้ายเปลือยกายตามท้องถนน ห้างสรรพสินค้า
เด็กสาวใจแตก  ยกแก้วสุรากระดก เหมือนน้ำเปล่า
ปล่อยตัว โยกหัว ส่ายตัว สะโพกสะบัดร่าน ยั่วยวน อิสระอยู่ในผับ
ทอดกายเสพเซ็กซ์เสรี ลุ่มหลงอยู่ในกามโลกีย์
เหมือนสบตากันของคนแปลกหน้าเพียงครั้งแล้วเดินผ่าน


       ทารกน้อยร้องลั่นมาจากถังขยะ   ใครเอาเด็กไปโยนทิ้ง
ชีวิตที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ โดนฆ่าจากการทำแท้ง.....
อาชญากรผู้ไม่รู้สึกผิดกับการกระทำ .......
ฆ่าได้..แม้กระทั่ง....ลูกของตัวเอง....


        เด็กๆ...คือผ้าขาว.....คืออนาคตวันข้างหน้า...
วันพรุ่งนี้  เด็กจะเติบโตขึ้นมาทิศทางไหน
กับการต่อสู้ปะทะกับปัญหาทางสังคมที่รายล้อมทั่วสารทิศ
ค่านิยม วัตถุนิยมยิ่งพอกพูนทวี.....
เยาวชนคึกคะนอง อยากทดลอง สิ่งไม่ดีที่แวดล้อมรอบๆ
ความดื้อรั้น อยากทดลอง แหกคอก แหกกฏ 
ทั้งที่รู้ว่าผิดมหันต์ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ  หนทางแห่งอบายมุข


          วันนี้เด็กคือ.....ผ้าขาว   พรุ่งนี้เด็กคือ.? มะรืนนี้เด็กคือ.?
ได้แต่วาดหวัง ฝันถึงวันดีๆ  ของเด็กๆ.........
เยาวชนคือกงล้อทีขับเคลื่อนบ้านเมืองต่อไปภายภาคหน้า........




                                               12 มกราคม 2550


.				
13 มกราคม 2550 18:51 น.

นามธรรม.อุปทานความหวัง

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        ฉันเขียนจาก...บันไดบ้าน
ขณะนั่งแหงนมอง...ฟากฟ้า
มองดวงจันทร์..ซีกกว่าสาดแสงส่อง
ดูดวงดาวกลาด..เกลื่อนนภากว้าง

 โลกหมุน   รอบตัวเอง
 โลกโคจร   รอบดวงอาทิตย์
 ดวงอาทิตย์  โคจรรอบโลก
  ฉันหมุนรอบตัวเอง

กลางวัน แทนที่กลางคืน
วันใหม่สับ เปลี่ยนวันเก่า
วัน,เดือน,ปี,ทศวรรษ,ศตวรรต  เดินไปข้างหน้า
ชีวิตกำลังเดินทางสู่ความตายทุกชั่วขณะ

สวัสดี ฉันได้แค่สวัสดีกับทุกอย่าง
อย่างธรรมดา  ตามวิถีธรรมชาติของโลก
โศก.สุข  นาฏกรรมเกิดขึ้นกับชีวิต
กาลเวลา เดินทางไปข้างหน้า  ผ่านวันเก่าๆ
ได้แต่ฝากความหวังไว้กับสิ่งใหม่ๆ วันใหม่
นามธรรมของความหวัง  ความฝันที่อุปทานไว้





                                    31 ธันวาคม 2549


.				
12 มกราคม 2550 17:25 น.

ความรักของกรงผุว่างเปล่า

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.         กรงว่างเปล่าผุพัง ที่ฉันขังตัวเองไว้

ฉันส่งเสียงร้องเพลง  อย่างเดียวดาย

ฉันทักทายและพูดคุย  กับตัวเองอยู่เสมอ

จนวันหนึ่ง  ซึ่งฉันได้พบกับเธอ.....



เธอคือนก...โผบิน อย่างงดงาม

สายตาฉันเห็นเธอ...กางปีกเล่นลมฟ้าสีคราม

หรือนี่คือความบังเอิญ...เพียงครั้งหนึ่ง

ใจฉันละลาย  ก่อเกิดเป็นความลึกซึ้ง



ฉันคือกรงเปล่า...เต็มไปด้วยหยากไย่และควันเขม่า

แม้ไม่เห็นโซ่ตรวน...พันธนาการก็ยังตรึงไว้

หากเธอคือ  นกเสรี...อิสระ

หากความรักคือ...การจับเธอใส่กรงขัง



ไม่ว่าความจริง..หรือว่าความฝัน

ไม่ว่าการบังเอิญ..หรือลิขิตของสวรรค์

อย่าให้ฉันเป็นกรง..ขังอิสระความเป็นนกของเธอ

ฉันตระหนักและเจียม..ตัวเองอยู่เสมอ




ฉันยื่นมือสกปรก...จากนรก...

ฉันคือ...ปีศาจสบตากับนางฟ้า

ฉันทักทายกับสิ่งเป็นไปไม่ได้...และว่างเปล่า

ภายใต้ภวังค์..เธอ...อาจจะโบยบิน

เท้าขย้ำก้อนหิน ขว้างกรงเปล่าผุพังอย่างฉันให้พัง

แต่ในความเป็นจริง.....ฉันไม่มีความหวัง......




                   
                                      1 ธันวาคม 2550



.				
12 มกราคม 2550 17:03 น.

ซากเรืออับปาง

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        ซากเรือข้ามฟากจมลึกใต้พื้นน้ำ

หลายจำนวนลำ จมก้นบึ้งใต้สมรภูมิสงคราม

ลำแล้ว ลำเล่า โดนจมอย่างเหี้ยมโหด

ประทุษร้ายเผาเรือและสังหาร อาจารย์ดุจเรือข้ามฟาก

เด็กๆ ผ้าขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเด็กบนฝั่ง

เรือของเราจมแล้ว อีกลำ อีกลำ ไม่มีทีท่าจะยุติ

เด็กๆปรารถนาเดินทาง ล่วงพ้นทะเลอวิชชาแห่งนี้

เรือข้ามฟากจมไปอีกแล้วลำหนึ่ง เรือจูหลิง

หลังส่ออาการร่อแร่  อยู่พักใหญ่

ในเมื่อไม่มีปาฏิหารย์  เหตุการณ์มหัศจรรย์

ชิ้นส่วนสังขารมิอาจต้านทาน กฏเกณฑ์ธรรมชาติ

ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก  กลับสู่ความเป็นมาดั้งเดิม

ภาพเด็กๆ และชาวบ้าน ผู้รักสันติ เสียน้ำตาร้องไห้

จากไปแล้วหรือ เรือจูหลิง เคยโดยสารเดินทาง

จรรยาบรรณ์และวิญญาณ เรือลำหนึ่ง

ถึงความกล้าหาญ ความดี ทุกคนยังจดจำและเล่าขาญ

เหตุการณ์วันนั้นเธอโดนศกรรม ทำร้าย

พันนาการ กักขัง เพื่อเป็นเครื่องต่อรองเธอ

ชาวบ้านผู้โดนล้างสมองเหล่านั้น ตาแดงกล่ำ

ด้วยดวงตามืดบอด,ไขว่คว้า อาชญากร,ปีศาจกระหายเลือด

เมื่อดอกไม้เบ่งบานในสมรภูมิสงคราม

แผ่นดิน อาณาเขต ดินแดน แห่งความไม่สงบ

ความรุนแรงและเหตุร้ายคือมหากาพย์ที่เล่าสืบทอดกันมาไม่รู้จักจบ

ดอกไม้กลางสมรภูมิ  ลูกกระสุน และ ดินระเบิด

ศิลปะโดนพรากไป กับการจากไปของดอกไม้

แด่ดอกไม้ดอกนั้น และ ทุกๆดอกที่ยังเบ่งบานและจากลา

จะยังคงอยู่ในใจผู้คนเป็นอนุสรณ์ความดี

   งอกงามและเบ่งบาน ตราบนานเท่านาน





                                             9 มกราคม 2550

                           .				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ