คีตากะ
ถอดอาภรณ์ทรงเครื่องสุดเฟื่องฟุ้ง
เพียงผดุงอินทรีย์ที่ห่วงหา
ถอดหัวโขนค่อนหนักคลุมพักตรา
เผยดวงหน้าน้อมรับกับตะวัน
ขอแสงแห่งทิวากรขจรแจ่ม
ไล้โลมแก้มกานต์เจ้าเคล้าสุขสันต์
ดั่งสัมผัสรัศมีธีรธรรม์
ปลุกแจ่มจันทร์มิ่งมิตรจากนิทรา
พิศดูเถิด ! ความงามยามเปลือยเปล่า
อันคนเขลาหวาดหวั่นสั่นผวา
แท้เพียงความพิลาสดารดาษดา
ปราศมายาซุกซ่อนกร่อนชีวัน
เมื่อดวงจิตจอมเจ้ากลายเปล่าว่าง
ลิ้นนุชนางอาจอ้างทางสวรรค์
การงานกิจพิสดารสานสืบธรรม์
กายเจ้านั้นเปลี่ยนผันสุดพรรณา
สดับเถิด ! ถ้อยธรรมยิ่งล้ำลึก
เหนือสำนึกสามัญหมั่นศึกษา
เสียงสวรรค์บรรเลงเพลงแว่วมา
ยังกัลยาหลุดพ้นจากวนเวียน