11 มีนาคม 2564 23:49 น.

หลุดพ้นจากระบบควบคุมระหว่างดาวเคาะห์ที่แข็งกระด้าง

คีตากะ

170655_20170723-Liberation_680x383-Eng-1                              
                                กล่าวโดย อนุตราจารย์ชิงไห่
                       ซีหู ฟอร์โมซา (ไต้หวัน)
                       23 กรกฎาคม (ปีทองที่ 14 พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017))
                       (ต้นฉบับภาษาอังกฤษ) วิดีโอ 1119

 

โอเค โอเค มาพูดถึงอะไรในสวรรค์กัน เพราะโลกนี้บางครั้งก็ทำให้ฉันเบื่อหน่าย ผิดหวัง ท้อแท้จริง ๆ และจากความผิดหวังท้อแท้ หลายคนจึงทำสิ่งผิด ตรงกันข้าม เดิมทีพวกคุณทั้งหลาย คนใดก็ตามทุกคนเคยอาศัยอยู่ในระดับที่สูงมาก คุณบางคนมีกายเนื้อร่างอื่นด้วย บางคนไม่มี ขึ้นอยู่กับว่าคุณมาจากดาวเคราะห์ดวงไหน แต่ดาวเคราะห์ทั้งหลายที่คุณจากมา ล้วนแต่ล้ำหน้ามากกว่าดาวเคราะห์ดวงนี้มาก ๆ ๆ มายนัก สะดวกสบายกว่ามาก การดำรงชีวิตมีมาตรฐานสูงกว่าและมีระบบระเบียบดีมาก ๆ

แต่โชคไม่ดี ยังไงก็แค่ดาวเคราะห์ จะมีเจ้าผู้ปกครองอยู่ที่ใดที่หนึ่ง จะมีผู้ปกครอง มีรัฐบาล และจะมีกฎระเบียบและสังคมที่ถูกปกครอง และถ้าคุณฉลาดกว่าผู้ปกครองคนนั้นนิดหน่อย ฉลาดกว่ารัฐบาล ฉลาดกว่าอำนาจที่มีอยู่ที่นั่น ฉันหมายถึงดาวเคราะห์เหล่านี้ไม่ใช่… ฉันไม่ได้กำลังพูดถึงดาวเคราะห์ที่หลุดพ้นแล้ว ฉันไม่ได้พูดถึงที่ที่คุณจะไปหรือที่ที่คุณจะไปอยู่นะ ที่ที่ฉันจะพาคุณไปนั้นไม่ใช่ดาวเคราะห์ แต่เป็นการดำรงอยู่ในระนาบแห่งจิตวิญญาณ ที่นั่นคุณไม่ต้องมีกายเนื้ออีกต่อไป ไม่ว่ากายเนื้อแบบใด คุณจะประหลาดใจถ้าคุณไปเที่ยวดาวเคราะห์เหล่านี้บางดวง พวกเขาอาจมีเทคโนโลยีก้าวหน้าสูงมากและล้ำเลิศ  ทุกสิ่งที่เรามีที่นี่ แม้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ ก็ยังเป็นขยะมาจากดาวเคราะห์อื่นเลย

มนุษย์ส่วนใหญ่มาจากดาวเคราะห์ที่ก้าวหน้าสูงมาก แต่พวกเขาสูญเสียความทรงจำ หลังจากดื่ม “น้ำซุป” ชนิดหนึ่ง

เหตุผลและข้อพิสูจน์ที่ว่า คุณมาจากดาวเคราะห์ที่มีความก้าวหน้าสูงกว่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ก็คือ การที่คุณมาอยู่ที่นี่ เพราะถ้าไม่ใช่แบบนั้น คุณก็จะมาที่นี่ไม่ได้ แต่คุณถูกส่งมาที่นี่ คุณถูกเนรเทศมาที่นี่ได้ ก็ด้วยเทคโนโลยีระดับสูงและด้วยน้ำซุปที่คุณดื่มก่อนมา พวกเขาบังคับให้คุณดื่ม ทุกประเทศรู้จักน้ำซุปชนิดนี้ดี มันมีชื่อเสียง พวกเขาทุกคนดื่มมัน และบางคนยังจำได้ บางคนอาจดื่มถ้วยสุดท้ายที่มีน้ำซุปเหลือเพียงนิดเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงยังจำได้บ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตามปกติแล้ว ดาวเคราะห์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะแข็งกระด้างมาก และระเบียบจัด พวกเขาไม่ชอบนักปฏิวัติ พวกเขาไม่ชอบข้อเสนอความคิดใหม่ ๆ พวกเขาไม่ชอบคนอัจฉริยะ ไม่ชอบนัก ถ้าคุณไม่ทำงานร่วมกับรัฐบาลและไม่อุทิศตนให้กับเทพเจ้าองค์นั้น เจ้าผู้ปกครองดาวดวงนั้น คุณก็จะมีปัญหา บางทีพวกเขาอาจจะตักเตือนคุณในตอนนั้น หรือพวกเขาอาจจะแค่ส่งคุณลงไปที่อื่น ที่อื่นที่ไม่ได้อยู่ในดาวเคราะห์ของพวกเขา พวกเขาไม่ชอบอะไรที่จะทำให้เกิดความคิดไปเปลี่ยนแปลงระบบ หรือท้าทายอำนาจของบัลลังก์ หรืออะไรทำนองนั้น เกือบจะเหมือนดาวโลกของเราเลย ต่างกันที่พวกเขามีเทคโนโลยีในการควบคุมมากกว่า และประชาชนคนธรรมดาที่นั่นก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องยอมรับสถานการณ์แบบนั้นหรือไม่ก็ถูกส่งไปที่อื่น

ผู้คนมากมายบนดาวเคราะห์แห่งนี้ (ดาวโลก) บางครั้งพวกเขาก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น หรือบางครั้งพวกเขาก็จดจำสิ่งที่เคยทำมาก่อนได้เองในฝันหรือในนิมิตของเขา พวกเขาจดจำเทคโนโลยีได้ แต่แม้ว่าพวกเขาจะจำได้ เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นี่ก็เทียบไม่ได้กับบนดาวเคราะห์เดิมที่พวกเขาจากมา  ดาวเคราะห์ที่พวกเขาจากมานั้น มีทั้งสิ่งมีชีวิตที่มองเห็นและมองไม่เห็น สิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นมีพลังและมีเกียรติยศมากกว่าสิ่งมีชีวิตที่มองเห็น ดังนั้นพวกเขาจะควบคุมสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอย่างกับพลเมืองชั้นหนึ่ง และคนที่มีกายเนื้อโดยปกติจะทำงานธรรมดาและทำงานที่ไม่สำคัญนักในสังคมนั้น และเคราะห์ร้ายจะเกิดขึ้นกับชนชั้นต่ำในดาวเคราะห์เหล่านั้น ถ้าพวกเขาพยายามสิ่งใดที่แตกต่างออกไป ที่ทำให้รัฐบาลหรือเจ้าผู้ปกครองที่นั่นหัวเสีย พวกเขาก็จะถูกเนรเทศ อย่างเช่น เนรเทศมายังดาวเคราะห์ของเรา (โลก)

มนุษย์ไม่ได้วิวัฒนาการมาจากลิง แต่ถูกสร้างโดยบริษัทต่าง ๆ

แต่ก่อน เราเคยถูกควบคุมมากกว่านี้ด้วยซ้ำจากระบบของดาวเคราะห์อื่น พวกเขามีเทคโนโลยีสูงกว่า มีพลังการสะกดจิตสูงกว่า ดังนั้นพวกเขาทำให้เราลืมทุกอย่าง และเราไม่สามารถออกไปจากดาวโลกดวงนี้ได้เลย นอกจากว่ามีอาจารย์ลงมาและพาคุณไปบนถนนภายในไม่ใช่ภายนอก แต่อาจารย์คนใดที่ลงมาที่นี่ ท่านก็จะทุกข์ทรมานอย่างมาก หรือไม่ก็จะตายเร็ว เช่น พระเยซู แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ในครั้งนั้นพระองค์ก็ทุกข์ทรมานอย่างมาก ถูกใส่ร้ายหรือถูกทำให้บาดเจ็บ และบางครั้งก็หิวโหยและมีความยุ่งยากทุกรูปแบบ และอื่น ๆ อีก ก็เพราะผู้คนเหล่านี้ อาจารย์ทั้งหลายเหล่านี้จึงพยายามอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องการกลับบ้านจริง ๆ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขามาจากไหน บอกฉันหน่อยซิว่าคุณมาจากไหน คุณรู้ไหมว่าคุณมาจากที่ไหน แน่ใจหรือ  มิสเตอร์ดาร์วิน บอกว่าเรามาจากลิง นั่นไม่จริงนะ เราไม่ได้มีอะไรที่ดูเหมือนลิงเลยใช่ไหม อาจจะมีบางคน แต่ว่า… 1 หรือ 2 หรือ 3 คน แต่ก็ไม่ได้เหมือนซะทีเดียว แม้ว่าคนเหล่านั้น อาจจะมีบางคนที่ดูคล้าย ไม่รู้สิ ดูคล้ายกับลิงอุรังอุตังหรือคล้ายลิงนิดหน่อย ดูคล้ายพวกวานร ไม่ใช่เพราะพวกเขามาจากลิงหรือวิวัฒนาการมาจากลิงหรอกนะ แต่เป็นเพราะพวกเขาถูกสร้างขึ้นมาในรูปลักษณ์แบบนี้

บนดาวโลกของเรา เรามีบริษัทมากมาย เราสร้างคอมพิวเตอร์ บริษัทคอมพิวเตอร์ บริษัทซอฟท์แวร์ และทุกวันนี้พวกเขาพยายามกระทั่งสร้างบริษัทโคลนนิ่งแกะ ในไม่ช้าพวกเขาอาจจะโคลนนิ่งมนุษย์ ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะสร้างแฟรงเกนสไตน์แบบไหน แต่พวกเขากำลังพยายามที่จะเป็นพระเจ้า พวกเขากำลังพยายามรู้สึกให้เหมือนพระเจ้า ดังนั้นอย่างไรก็ตาม เพราะพวกเขาจดจำที่เคยอยู่บนดาวเคราะห์อื่นมาก่อนได้ พวกเขาเคยทำบางสิ่งที่ทำงานได้ วิ่งได้ พูดได้เหมือนกับเราหรือเหมือนสัตว์ที่เราเห็น บริษัทเหล่านี้ ตอนที่เรายังมีระบบระหว่างกาแล็กซีเชื่อมต่อกัน ก่อนที่จะเกิดสงครามกาแล็กซี เรามีระบบระหว่างดาวเคราะห์ต่าง ๆ ซึ่งผู้คนสามารถสั่งสิ่งของต่าง ๆ ได้ ก็เหมือนกับคุณสั่งซื้อคอมพิวเตอร์จากไมโครซอฟท์หรือแอปเปิล คุณสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์หรือไปดูสินค้าเองที่นั่น แล้วตกลงว่าซื้อหรือไม่ซื้อ

ดังนั้นในสมัยก่อน ดาวเคราะห์มากมายคล้ายคลึงกับดาวโลกเรา ซึ่งตอนนั้นยังว่างเปล่าอยู่ เมื่อดาวเคราะห์นั้นเริ่มเย็นลง เมื่อดาวหางของแกแล็กซีใดหรือที่เรียกว่ากลุ่มก๊าซรวมตัวเข้าด้วยกัน แล้วเริ่มเย็นลง แล้วแข็งตัว กลายเป็นดาวเคราะห์เหมือนแบบนี้ แล้วมันก็ว่างเปล่า อาจจะมีจุลินทรีย์หรือสิ่งเล็ก ๆ อยู่บ้าง ฉันไม่ทราบว่าอะไร แต่มันร้อนเกินไปและเต็มไปด้วยก๊าซ ไม่มีใครสามารถ… ไม่มีพื้นดินแข็ง ๆ ให้เดินหรือให้ทำอะไรเลย และจากนั้นผู้คนมากมายจากดาวเคราะห์อื่นก็เริ่มเข้ามาควบคุมดาวเคราะห์ใหม่นั้น ใครไปถึงก่อนก็ได้ไป เหมือนกับเวลาเรามีแผ่นดินใหม่ อะไรทำนองนั้น และเราอ้างสิทธิ์เป็นของเรา ปัจจุบันผู้คนอ้างสิทธิ์ดวงจันทร์เป็นของตัวเองและขายมันด้วยซ้ำ แบ่งขายทีละผืน ใช่ ชาวอเมริกันนั่นแหละ คุณไม่รู้หรือ คุณก็ซื้อพระจันทร์ได้แล้วนะ แต่ไม่ใช่ทั้งดวง มันแพงเกิน แต่ว่าคุณสามารถซื้อสักผืนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าที่ไหนและราคาเท่าไร จริง ๆ นะ ! มีดาราภาพยนตร์บางคน พวกเขาซื้อมันแล้วด้วย ฉันเคยคิดจะซื้อไว้บ้าง เผื่อฉันสุดจะทนกับพวกคุณ ฉันจะได้หนีไปซ่อนที่นั่น ไม่หรอก เพื่อจะอะไรกันล่ะ

ฉันได้หมด ฉันชอบดาวเคราะห์ (โลก) ดวงนี้ มันดีนะ ไม่ว่าฉันไปที่ไหน ฉันก็ชอบมันทุกที่ มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ และนี่เป็นปัญหาของฉัน ถ้าฉันไปที่ไหน ฉันจะไม่ชอบย้ายไปที่อื่น นอกจากว่าฉันเจอความยุ่งยากหรือมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องไป ฉันไม่ต้องการไปที่อื่นใด ไม่ว่าที่ ๆ ฉันอยู่นั้นจะเป็นถ้ำ ถ้ำธรรมชาติที่มีน้ำจำกัดมาก หรืออาคารสวยงาม หรือทะเล หรือบนภูเขา ที่ไหนสักแห่งที่ผู้คนไม่อยากอยู่ด้วยซ้ำ แม้กระทั่งในทะเลทราย ฉันเคยอยู่ในทะเลทรายครั้งหนึ่ง ฉันไม่อยากย้ายไปที่อื่น เพราะอยู่ที่นั่นมันรู้สึกสุขสบายจริง ๆ ฉันอาศัยอยู่ในถ้ำ แล้วผู้พำนักบางคนบอกกับฉันว่า “เหตุใดท่านจึงไม่ไปอยู่ในบ้านอื่นล่ะ มันสบายกว่า มันถูกสร้างไว้ให้ท่านนะ”  ฉันบอกว่า “ฉันเคยชินกับที่นี่แล้ว” ขี้เกียจมากที่จะย้ายข้าวของอยู่นั่น ถ้ำไม่ได้มีของเยอะ แต่ก็ยังคงต้องย้ายอยู่ดี การย้ายบ้านเป็นหนึ่งในความเครียดหลัก 4 ประการเลย คุณรู้เรื่องนั้นใช่ไหม ฉันไม่ย้ายไปจากถ้ำของฉัน ดังนั้นฉันจึงบอกกับชายคนนั้นว่า ฉันเป็นมนุษย์ถ้ำ และเขาก็แค่หัวเราะ อย่างไรก็ตามนั่นเป็นความจริง โอเค ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ฉันแค่อยากทำให้เขาตกใจกลัวและหนีไป แต่เขาไม่เข้าใจ ฉันไม่อยากบอกเขาว่าฉันเป็นใครและฉันทำอะไร ฉันจึงหยุดพูดแค่นั้น ถ้าเขารู้ เขาอาจจะกลัวก็ได้ ฉันแค่ไม่อยากบอกใครว่าฉันจะไปที่ไหน ฉันชอบที่จะไม่เปิดเผยตัวตน มันสบายใจกว่า ผู้คนจะปฏิบัติกับคุณเป็นปกติธรรมดา พวกเขาจะไม่ทำมากเกินไปหรือน้อยเกินไป พวกเขาจะไม่เล่าเรื่องต่าง ๆ มากมายที่คุณไม่อยากฟัง

โอเคนะ ตอนนี้ โอเค เรากลับไปที่ลิงคิงคองกัน ถ้าบางคนบังเอิญหน้าคล้ายเพื่อนลิงของเรา นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ของเขาวิวัฒนาการมาจากลิง หรือมีอะไรเกี่ยวข้องกับคิงคองนะ คุณดูภาพยนตร์สิ มันไม่ใช่อย่างนั้น มันไม่ใช่ว่าเขารักเจนและเขาดูแลเธอ แล้วอาจจะมีคิงคองน้อยออกมาบ้าง มันไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ใช่ เราไม่สามารถวิวัฒนาการมาจากสัตว์ เพราะพวกเขาแตกต่างไป ทำขึ้นมาแตกต่างกัน วิญญาณน่ะเหมือนกัน แค่รูปร่างอาจจะแตกต่างกัน โอเค ดีละ เราไม่จำเป็นต้องวิวัฒนาการมาจากสัตว์ เพราะเราเป็นมนุษย์อยู่แล้ว เราได้ถูกสร้างมาในรูปร่างมนุษย์ ดังนั้นดีเอ็นเอของเราเป็นมนุษย์ และถ้าเราส่งต่อให้กับรุ่นต่อไป มันก็เป็นดีเอ็นเอเดิม มันคือดีเอ็นเอของมนุษย์ เข้าใจไหม เข้าใจหรือไม่ เข้าใจนะ โอเค ดังนั้นเหตุผลที่ทำไมผู้ชายหรือเด็กหญิงคนนั้นจึงหน้าตาคล้ายเพื่อนลิงของเรา ก็เพราะเขาหรือเธอมาจากบริษัทที่สร้างทั้งมนุษย์ ลิง และคิงคองเหล่านี้พร้อม ๆ กันในบริษัทเดียวกัน ศิลปินคนเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงชอบรูปลักษณ์แบบนั้น บางครั้งเขาจึงสร้างลิงและมนุษย์ออกมาคล้าย ๆ กัน ดังนั้นบางครั้งเรามองลิงและมองตัวเอง และก็คิดว่า “โอ ! ดูเหมือนกันเลย” นั่นไม่ใช่ว่าฉันมาจากลิงนะ

ท่ามกลางสิ่งมีชีวิตที่มีกายเนื้อบนดาวเคราะห์ต่าง ๆ มนุษย์สวยงามที่สุด

และจำนวนมากมาย… คุณทั้งหลายและผู้คนข้างนอกนั่นและสัตว์ต่าง ๆ เกือบ 99% ถูกส่งมาจากที่อื่นมาทางอวกาศ มายังดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ เมื่อครั้งดาวโลกยังอยู่ในช่วงแผนการสร้างเริ่มต้น ยังใหม่เอี่ยม และตอนเริ่มต้น พวกเขามีไดโนเสาร์และทั้งหมดนั่น โอเค และพวกเขารู้สึกว่ามันยังไม่ดีนัก พวกเขาจึงทำให้เกิดน้ำท่วมหรือความทุกข์ยากต่าง ๆ เพื่อให้ไดโนเสาร์สูญสิ้นไป และแล้วผู้ปกครองหรือพลเมืองของดาวโลก ซึ่งตอนนั้นมองไม่เห็นตัว สามารถบินได้ มีเวทมนต์ พวกเขาทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย แต่รู้สึกเหงา พวกเขาต้องการอย่างอื่นอีก พวกเขาไม่ต้องการไดโนเสาร์อีกต่อไป ดังนั้นพวกเขาจึงสั่งอย่างอื่นมา ขึ้นอยู่กับเหล่าศิลปินว่าสรรค์สร้างอะไร แล้วพวกเขาก็ไปดูว่าชอบมันไหม ปรากฏว่าชอบ ดาวเคราะห์มากมายชอบรูปลักษณ์แบบเรา ชอบหน้าตาแบบนี้ มันทันสมัยมาก คุณจะประหลาดใจเพราะดาวเคราะห์มากมายไม่มีผู้คนหน้าตาแบบเรา พวกเขามีสิ่งมีชีวิตที่มีกายเนื้อ พวกเขาอาจจะแค่เดินได้ พูดได้ หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้เหมือนเรา หลาย ๆ ดาวก็เหมือนกับเราเช่นกัน แต่ทว่า ก่อนที่มนุษย์ถูกสร้างขึ้น พวกเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น พวกเขาดูต่างไป บางที… ฉันไม่รู้จะอธิบายคุณอย่างไร คุณอาจลองไปดูภาพยนตร์สงครามดาวเคราะห์ของลูคัส ชื่ออะไรนะ ฉันลืม ชื่อ “สตาร์ วอร์ส” อะไรอย่างนั้น ดูคล้าย ๆ กันละ ! โอเค จริง ๆ นะ  ดังนั้นเราชาวมนุษย์เป็นสิ่งสร้างที่สวยงามที่สุด เป็นอย่างนั้นจริง ๆ  โอ ฉันเคยเห็นพวกเขา พวกเขาไม่สวย ฉันหมายถึง ตามความคิดของฉันนะ แน่นอนว่า ความงดงามจะอยู่ในสายตาของผู้ที่ชื่นชอบอย่างแน่นอน แน่นอน แต่ในความคิดของฉัน ฉันยังคิดว่ามนุษย์สวยงามที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตที่มีกายเนื้อทั้งมวล สมบูรณ์ที่สุด ด้วยระบบประสาทที่ละเอียดอ่อน กับความฉลาด กับพลังสร้างสรรค์ แม้กระทั่งพลังวิเศษด้วย

ความแตกต่างระหว่างพลังวิเศษกับพลังอัตโนมัติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหลัง                การประทับจิต

ดังนั้นคุณรู้แล้วนะว่า บางคนยังมีพลังวิเศษอยู่ มันเป็นเรื่องจริง เพราะพวกเขามาจากดาวเคราะห์อื่นที่มีเวทมนตร์ ที่ใช้เวทมนตร์เสกสิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้พวกเขาบางคนมาอยู่ที่นี่ และด้วยวิธีใดก็ตามความสามารถของพวกเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น แค่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในตัวพวกเขาด้วยสถานการณ์พิเศษบางอย่าง หรือพวกเขาไปเรียนรู้จากผู้อาวุโสบางคนที่รู้เรื่องเวทมนตร์และเป็นเชื้อสายอยู่แล้ว และพวกเขาก็มีมันอยู่ในตัวอยู่แล้ว จึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในตัวพวกเขา อันที่จริงคุณทุกคนก็มีพลังวิเศษอยู่บ้าง บางคนมีมาก บางคนมีน้อย แต่คุณถูกใส่กุญแจขังไว้ คุณถูกลบความทรงจำไปหมด ว่าคุณเป็นใครและคุณมาจากไหน และคุณทำอะไรได้บ้าง ทั้งหมดจบสิ้น ดังนั้นนั่นคือเหตุที่ตอนประทับจิต ฉันบอกคุณว่าถ้าคุณมีพลังวิเศษ จงอย่าใช้มัน ถ้ามันถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ก็จงอย่าใช้มัน เพราะเช่นนั้น อาจจะทำให้คุณถูกดึงกลับไปยังดาวเคราะห์ดวงเดิมของคุณ ซึ่งไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่รู้แจ้งแล้ว ดาวเคราะห์ที่รู้แจ้งแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเองตามธรรมชาติ  ดังเช่นพระเยซู ใครบางคนแตะเสื้อผ้าของพระองค์ แล้วพวกเขาก็หายจากโรคร้าย และพวกเขาก็ยกย่องและขอบคุณพระองค์ พระองค์ตรัสว่า “ความศรัทธาของท่านเองทำให้ท่านหายจากโรค” หรือ “พระเจ้าทรงรักษาท่านผ่านตัวเรา” พระองค์ไม่ได้ใช้เวทมนตร์

ดังนั้นอะไรก็ตามที่คุณได้รับจากฉัน ทั้งก่อนหรือหลังประทับจิต หรือระหว่างประทับจิตก็ตาม นั่นเป็นเพราะทั้งหมดนั้นออกมาเองตามธรรมชาติ ทั้งหมดนั้นไม่จำเป็นต้องท่องมนตร์หรือทำมือมุทราอะไร ไม่ต้องจงใจทำอะไรเพื่อรักษาคนนั้นคนนี้ หรือช่วยเหลือคนนั้นคนนี้ นั่นยุ่งยากเกินไปถ้าคุณต้องใช้เวทมนตร์ มันจำกัด จำกัดเกินไป คุณจะสามารถใช้ได้กับแค่บางคน มากที่สุดอาจจะ 10 คน แต่คุณไม่สามารถใช้มันได้กับทุกคน ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ไม่สามารถใช้มันได้อย่างอัตโนมัติ คุณรู้ไหม อะไรที่ได้จากการประทับจิตไม่ต้องใช้แม้แต่เศษเสี้ยววินาทีเพื่อให้เกิดผล แต่พลังเวทมนตร์นั้นจะใช้เวลานานกว่า และคุณจะต้องฝึกฝนนานมากเพื่อจดจำมนตรานี้ให้ได้ เพื่อทำท่าทางอย่างนี้ สิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาหลายต่อหลายปีเพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ยกเว้นคนที่มีความสามารถด้านพลังวิเศษมาแต่กำเนิด เพราะคุณสมบัติเดิมของพวกเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาก่อนแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะมายังดาวเคราะห์นี้ บางทีพวกเขาอาจจะเพิ่งมาจากดาวอื่นใหม่ ๆ เพิ่งถูกเนรเทศมา ถูกส่งลงมา และกลับไปไม่ได้ ใครก็ตามที่ถูกส่งมายังดาวเคราะห์โลกแห่งนี้จะถูกสาปตลอดไป

โลกถูกควบคุมอย่างแน่นหนา ด้วยพลังเทคโนโลยีชั้นสูงที่เหนือกว่าทุกชนิด

การอยู่ที่นี่ ให้ทำอะไรก็ตามที่คุณทำ พยายามอย่าสร้างปัญหา เพราะถ้าคุณสร้างปัญหา คุณก็จะยุ่งยากมากขึ้น คุณกลับไปดาวเคราะห์ของตัวเองไม่ได้อีกแล้ว เพราะพวกเขาไม่เอาคุณแล้ว นั่นคือปัญหา นั่นคือเหตุผลที่คุณกลับไปไม่ได้อีก ยกเว้นมีอาจารย์ลงมาจากระดับที่สูงกว่า และรู้หนทาง รู้ความลับ และมีพลังมากพอที่จะทำมัน เพราะดาวโลกแห่งนี้ถูกขังไว้ด้วยพลังเทคโนโลยีชั้นสูงทุกชนิดที่ดูเหมือนจะเป็นอำนาจเวทมนตร์ แต่มันไม่ใช่นะ ดาวเคราะห์โลกนี้ สิ่งนี้เราเรียกว่า… อำนาจนี้ เราเรียกว่า มายาหรือพลังมาร จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่พลังมารหรอก แต่พวกเขาแค่มีเทคนิค พวกเขาแค่มีพลังจิต พลังการควบคุม พวกเขาเรียนรู้มัน คุณก็เรียนรู้ได้เช่นกัน หลายคนสามารถสอนคุณได้ สอนการสั่งจิตหรือเดินบนถ่านร้อนโดยไม่ไหม้ คุณรู้ทั้งหมดนั้นใช่ไหม หลายคนยังสอนวิธีสร้างฝนให้คุณได้ด้วยเวลาที่ฝนไม่ตก และสามารถสร้างลม หรือสร้างความยุ่งยาก อะไรอย่างนั้น  บางครั้งจู่ ๆ ก็เกิดแผ่นดินไหวหรือไต้ฝุ่นนอกฤดูกาลขึ้นมา เพราะใครบางคนกำลังเล่นกับหายนะ สร้างความเสียหายรุนแรงขึ้นบนดาวโลก แค่เพื่อสนุกสนานหรือเพื่อเหตุผลบางอย่าง หรือบางทีเพื่อแข่งขันกัน หรือเพียงเพื่อทำร้ายใครบางคน และคนนอกที่ไม่เกี่ยวก็พลอยเดือดร้อนและได้รับอันตรายจากมันไปด้วย อย่างไรก็ตามฉันไม่แนะนำให้คุณเรียนพลังวิเศษใด ๆ แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นพลังวิเศษสายขาว ซึ่งหมายถึงถ้าคุณมีมันแล้ว คุณจะไม่ใช้มันก็ไม่ได้ ควบคุมยากมาก และพลังวิเศษสายขาวก็เข้าไปรบกวนธรรมชาติ รบกวนขั้นตอนของธรรมชาติเช่นกัน และจากนั้นมันจะย้อนกลับมาหาในทิศทางตรงข้าม

ระยะนี้ บางครั้งดาวเคราะห์อื่นก็ส่งแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ดีมายังโลกเรา หรือส่งไปยังดาวเคราะห์อื่น แค่เพื่อก่อความวุ่นวายด้วยเหตุผลบางประการ หรือบางครั้งพวกเขาต้องการเอาร่างมนุษย์ไปอยู่ที่นั่น นั่นคือเหตุที่คนบางคนดูเหมือนถูกเข้าสิงหรืออะไรบางอย่าง มีเรื่องแบบนั้นนะ และพวกเขาควบคุมจิตใจคน บางครั้งพวกเขาก็ทำให้คนเหล่านั้นทำเรื่องแย่ ๆ และพอคนเหล่านั้นตื่นขึ้นมาหรือถูกปลุกให้ตื่น พวกเขาก็จำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไปบ้าง เป็นอย่างนั้นจริง ๆ อย่างไรก็ตาม ฉันจะพูดเรื่องที่คุณไม่อยากฟังเยอะแยะไปทำไม คุณอยากฟังต่อไหม (ตอบ : อยากค่ะ/ครับ) โอเค ถึงตอนนี้ แม้ว่าคุณอยากจะกลับบ้าน แม้ว่าคุณจำบางอย่างได้และอยากกลับบ้าน คุณก็กลับไม่ได้แล้ว ทันทีที่คุณออกจากร่างไป บุคลากรของฝ่ายเทคโนโลยีชั้นสูงจะเข้าจับกุมคุณ จับกุมแก่นแท้ของคุณซึ่งก็คือวิญญาณ แล้วใส่คุณกลับเข้าไปในอีกร่างหนึ่งเช่นเคย และทำให้คุณลืมอีกเหมือนเดิม อำนาจวิเศษที่ควบคุมจิตใจของเราชนิดนี้มีฤทธิ์อยู่ได้ราวร้อยกว่าปี พวกเขาก็เลยไม่ให้คุณมีชีวิตอยู่นาน ถ้าคุณมีชีวิตอยู่นาน ก็จะมีบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้คุณตายเร็ว  มีคนพิเศษบางคนสามารถมีชีวิตยืนยาวกว่าปกติ มันเป็นเรื่องจริงเช่นกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะหลุดพ้นจากโลกกายภาพแห่งนี้

อ้อ ! อีกอย่างหนึ่ง ในดาวโลกเรานี้ เรายังมีสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นด้วย คุณรู้ใช่ไหม เราเรียกว่า “ผี” หรือ “วิญญาณ” หลายคนมองเห็นพวกเขา เป็นเหมือนกันกับดาวเคราะห์อื่น ที่มีทั้งสิ่งมีชีวิตที่มองเห็นและมองไม่เห็น แต่ไม่ใช่ทุกดาวเคราะห์จะมีหน้าตาแบบเดียวกับเรา และเมื่อพวกเขาลงมาที่นี่ พวกเขาก็อาจใช้เวทมนตร์เสกให้พวกเขาดูเหมือนกับคุณชั่วประเดี๋ยว หรือเป็นสาวสวยชั่วขณะหนึ่ง แต่พวกเขาไม่สามารถคงสภาพเช่นนั้นได้ตลอดไป เพราะมันคือภาพลวงตา หรือพวกเขาสามารถผลักไสวิญญาณของใครบางคนออกไปแล้วพวกเขาก็เข้ายึดร่างนั้นไว้ แล้วก่อเรื่องหรือทำอะไรบางอย่าง บางครั้งไม่เป็นปัญหา บางครั้งก็เป็นปัญหา ฉันหมายถึง ยึดร่างของมนุษย์ที่มีชีวิต ไม่ใช่ร่างของคนที่ตายแล้ว ถ้าคนนั้นตายแล้ว ก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครเป็นเจ้าของร่างนั้น ร่างกายนั้นกลายเป็นไร้ประโยชน์แล้ว เช่นนั้นถ้าเกิดคุณอยากจะใช้มันเพื่อจุดมุ่งหมายในทางที่ดีบางอย่าง ก็ใช้ได้ แต่บางครั้งพวกเขาก็แค่ผลักไสคนออกไปจากร่าง เพราะพวกเขามีอำนาจ และนั่นคือสิ่งที่ฉันไม่ชอบ พวกเขาก่อกวนคนบนดาวโลกของเรา นั่นคือสิ่งที่ฉันไม่ชอบ นั่นคือเหตุที่เรามีสงคราม มีความทุกข์ และมีความยุ่งยากมากมาย นั่นคือสิ่งที่ฉันไม่ชอบ นั่นคือเหตุที่เรามีรัฐบาลเลว รัฐบาลจอมควบคุมบงการ เป็นต้น และนั่นคือสิ่งที่ฉันไม่ชอบ เพราะผู้คนทุกข์ทรมาน ผู้คนทรมานมากพออยู่แล้วที่ต้องอยู่ในร่างกายนี้ และไม่สามารถกำจัดมันได้ ฉันหมายถึง ถ้าพวกเขาตายไป พวกเขาก็จะได้อีกร่าง และพวกเขาจำเรื่องราวชีวิตที่พวกเขาเพิ่งจะผ่านมาไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงชีวิตเมื่อหลายร้อย หลายพัน หรือหลายล้านปีแสงก่อนหน้านี้เลย เพราะพวกเขาถูกวางยา พวกเขาถูกควบคุมจิตใจให้ลืมสิ่งต่าง ๆ เพราะถ้าพวกเขาจำได้ พวกเขาจะกลับมาแก้แค้น ฉันสงสัยว่าพวกเขาจะทำได้สำเร็จไหม เพราะระบบการควบคุมของรัฐบาลนั้นแน่นหนามาก แน่นหนายิ่งกว่าระบบใดในดาวเคราะห์แห่งนี้เสียอีก ถ้าคุณคิดว่าบางรัฐบาลบนดาวโลกดวงนี้ บ้าคลั่งมากหรือชอบควบคุมมาก นั่นไม่มีอะไรเลยถ้าเทียบกับสิ่งที่พวกเขาควบคุมดาวเคราะห์บางดวง พวกเขาทนไม่ได้กับความแตกต่างไปแม้เพียง 1 นิ้ว หรือท่าทางที่ดูควบคุมยาก หรือการสร้างสรรค์บางอย่างที่พวกเขาคิดว่าไม่เหมาะสม และจากนั้นพวกเขาก็จะเนรเทศบุคคลหรือคนกลุ่มนั้นมาที่นี่ตลอดกาล หรือไปยังดาวเคราะห์อื่นที่คล้ายคลึงกัน แต่มาที่นี่จะง่ายกว่า ที่นี่ง่ายกว่า ดาวเคราะห์อื่นมากมายพวกเขามีเทคโนโลยีชั้นสูงอยู่แล้ว พวกเขาควบคุมชายแดนของตน ไม่ปล่อยให้ใครเข้าไป ก็เหมือนกับดาวเคราะห์โลกดวงนี้แหละ เหมือนกับดาวโลกนี้

แต่ก่อน แต่ก่อน… นานมาแล้ว อาจจะหลายพันปีก่อน พวกเขาสร้างประเภท… เรียกว่า ระบบเรดาร์ ก็แล้วกัน เพราะฉันไม่รู้จะอธิบายอย่างไร มันเป็นประเภทเขตแดนรอบดาวเคราะห์ และมีเพียงคนที่พวกเขาต้องการให้อยู่ที่นี่เท่านั้นจึงจะมาอยู่ที่นี่ได้ รวมทั้งผู้คน ตัวแทนต่าง ๆ ที่ทำงานให้พวกเขา และทั้งหมดนั้นด้วย นอกนั้นไม่มีใครสามารถเข้าออกได้ แต่ตอนนี้ระบบประเภทนี้ ที่เราเรียกว่า “มายา” หรือ “ระบบของมาร” “มารผู้ควบคุม” ถูกดาวเคราะห์อื่นที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าขับไล่ออกไปเกือบหมดแล้ว แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีระบบของพวกเขาอยู่ ระบบควบคุม พวกเรดาร์ที่พวกเขาสร้างไว้ เรดาร์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งมีคุณภาพล้ำเลิศ มีเทคโนโลยีสูงล้ำเลิศ ที่ไม่มีดาวเคราะห์ใดจะสามารถฝ่าทะลุเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นเราทุกคนจึงถูกขังคุกอยู่ที่นี่ ทั้งฉันและคุณ นอกจากว่าบางครั้งเราสามารถเข้าออกได้ด้วยจิตวิญญาณของเรา และนั่นคือสิ่งสำคัญ

ความสำคัญของการถือศีล 5 

หลังจากวันนี้ หลังจากการประทับจิต วิญญาณของคุณจะเป็นอิสระ คุณจะเป็นผู้ชายที่อิสระ เป็นผู้หญิงที่อิสระ เป็นตัวตนอิสระโดยสมบูรณ์ แต่จงแน่ใจว่า คุณยึดมั่นต่อคำแนะนำและแนวทางต่าง ๆ เพื่อจะได้ไม่มีข้ออ้างให้กับตัวตนชั่วร้าย ตัวตนที่ก่อปัญหาเหล่านี้ เข้ามาควบคุมคุณได้อีก เพราะว่าพวกเขามีกฎทุกหนแห่ง และทันทีที่พวกเขาเข้าควบคุมคุณได้อีกครั้ง นั่นก็จะยากที่จะได้พบกับอาจารย์หรือใครบางคนที่สามารถนำทางคุณกลับมาได้ อาจารย์จะไม่นำคุณกลับไปที่เดิมที่คุณจากมา นั่นจะน่ากลัว เพราะพวกเขาจะจัดการคุณ จะจับคุณไปลงโทษ และทำให้คุณเดือดร้อน ดังนั้นเราจะนำคุณไปยังที่ที่ดีกว่า ที่ที่รู้แจ้งแล้ว เป็นอิสระ และมีความเห็นอกเห็นใจ เปี่ยมด้วยเมตตา  ฉันหมายถึง ในโลกแห่งนั้น ไม่มี… ไม่มีศัพท์คำว่า เห็นอกเห็นใจ หรือ เมตตา ด้วยซ้ำไป เพราะว่าไม่จำเป็น ! สิ่งแบบนั้นเป็นแค่เรื่องธรรมดา

จงรักษากฎบนดาวเคราะห์ดวงนี้ อย่าทำร้ายผู้อื่น ไม่ทำร้าย แน่นอนรวมทั้งไม่ฆ่าด้วย ไม่ใช่แค่ไม่ฆ่า แต่การทำร้ายก็ไม่ดีเช่นกัน ไม่ทำร้ายคนอื่น ไม่ลักทรัพย์ ไม่พูดปด ไม่ประพฤติผิดเรื่องความสัมพันธ์ทางกาย ไม่ประพฤติเลวร้ายใด ๆ กับเรื่องความสัมพันธ์ทางกายกับสตรีหรือบุรุษ ไม่ข้องเกี่ยวด้านร่างกายใกล้ชิดจนเกินไป และอะไรอีก ไม่เสพของมึนเมา ถ้าขณะนี้คุณกำลังทำอยู่ ก็พยายามหลีกเลี่ยง ให้ลดลงอย่างช้า ๆ ๆ และให้หมดไปโดยเร็ว อย่างไรก็ตามจงรักษากฎ เพื่อที่มายาหรือพลังมารจะได้ไม่สังเกตเห็นคุณมากจนเกินไป เพราะว่าพวกเขาเคยชินกับการลงโทษคนที่ไม่รักษากฎอยู่แล้ว แม้แต่กฎที่น่าหัวเราะบนดาวเคราะห์ของพวกเขาก็ตาม ดังนั้นจงอย่ากระตุ้นความสนใจของพวกเขา

อาจารย์ผู้รู้แจ้งนำทางมนุษย์สู่การหลุดพ้น และชีวิตของท่านเหล่านี้ตกอยู่               ในอันตรายตลอด 

นั่นคือเหตุผลที่อาจารย์มากมายเมื่อท่านลงมายังดาวเคราะห์แห่งนี้ ปกติแล้วท่านจะไม่สอนศิษย์อย่างเปิดเผย เว้นเสียแต่ท่านอยากจะตายเร็วและตายตั้งแต่เยาว์วัย อาจารย์ส่วนใหญ่จะตายตอนอายุน้อย ตายเร็ว หรือตายอย่างสยองขวัญ แม้แต่ในอินเดีย อาจารย์ซิกข์บางท่านถูกคุกคามจนถึงแก่ชีวิต สูญเสียทุกอย่างที่พวกเขามี รวมทั้งชีวิตของพวกเขาด้วย ด้วยวิธีที่สยองขวัญมาก อาจารย์มากมายเป็นเช่นนั้น พวกเขารู้ว่าพวกเขาต้องอยู่เงียบ ๆ เพราะแม้แต่อาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทรงพลังที่สุด เวลามาที่นี่ ท่านจะโดดเดี่ยว ไม่สามารถพาคนมากมายลงมาช่วยท่านที่นี่ได้ นอกจากนี้ถ้าพาใครลงมาที่นี่ พวกเขาก็จะลืม พวกเขาจะลืมว่าควรทำอะไร รวมทั้งตัวอาจารย์เองในช่วงแรกก็ลืมเช่นกัน และยากมากที่อาจารย์ท่านนั้นจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นคุณเห็นไหมว่า อาจารย์ส่วนใหญ่ไม่ตื่นจนกว่าท่านจะอายุ 20 กว่าหรือ 30 กว่าไปแล้ว ท่านเหล่านี้ไม่ได้เกิดมา แล้วนั่งตรงนั้นสอนทุกคนในทันที คุณเคยเห็นแบบนั้นบ้างไหม เอาละ แม้ว่าท่านจะทำอย่างนั้นได้ แต่รัฐบาลก็อาจนำตัวอาจารย์ท่านนั้นไปเก็บไว้ในห้องทดลอง และลองทิ่มแทงตรวจสอบดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้ เกิดอะไรขึ้น เป็นเด็กประเภทไหนกัน จะต้องเป็นปีศาจกลับชาติมาเกิดแน่ ๆ และเด็กคนนั้นก็จะอายุไม่ยืน ฉันรับรองได้ คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม

ดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว อาจารย์จะสอนกันเงียบมาก ให้กับศิษย์จำนวนไม่มาก แม้แต่ในสมัยของพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงสอนอย่างเปิดเผยทีเดียว แต่ศิษย์ของพระองค์อาจจะหลักพัน มากสุดก็ 1 หมื่น สมัยนั้นระบบคมนาคมขนส่งอาจไม่ดีเท่าปัจจุบัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญมาก แต่ในปัจจุบัน อาจารย์มากมาย ท่านจะไม่ออกไปไกลนัก ท่านไม่เปิดเผยตัวมากนัก และถ้าท่านใดเปิดเผยตัว ถ้าท่านเป็นอาจารย์ที่แท้จริง ถ้าท่านสอนให้หลุดพ้นได้จริง กอบกู้วิญญาณให้รอดได้จริง ท่านก็จะมีชีวิตเหมือนนรก อาจารย์แท้จะมีชีวิตเหมือนนรก แม้ว่าไม่ตาย แต่ก็ตายและฟื้นขึ้นอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า บางครั้งป่วยหรืออะไร เหมือนกับตายไปแล้ว 90% แล้วก็ฟื้นขึ้นมาใหม่ มันไม่ง่ายเพราะดาวเคราะห์โลกนี้ถูกควบคุมด้วยอำนาจชนิดนี้ อำนาจในการควบคุม อำนาจสุดโต่ง ระบบเผด็จการ และเราก็ถูกพวกเขาส่งลงมาที่นี่ ประมาณว่าเรายังเป็นคนของพวกเขาอยู่ ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

และในขณะนี้ การประชุมดาวเคราะห์ก็ยังมีขึ้นบ่อย ๆ เพื่อคิดหาหนทางที่จะทำอะไรบางอย่าง เพื่อคิดค้น และพวกเขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะประดิษฐ์อะไรบางอย่างขึ้นมา เพื่อใช้ทำลายคาถาอาคมนี้ เพราะเราไม่รู้จักเทคโนโลยี ดังนั้นเราจึงคิดว่ามันเป็นคาถาอาคม คำสาป หรือประเภทเวทมนตร์ แต่มันไม่ใช่ จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่เทคโนโลยีชั้นสูง ดังนั้นฉันไม่กลัวพวกเขา อะไรก็ตามที่พวกเขาทำ มันก็แค่เทคโนโลยีชั้นสูง ไม่เห็นจะมีอะไร ฉันไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์เช่นกัน ฉันขยับเมาส์ไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ฉันก็ไม่กลัวเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์หรอกนะ เข้าใจไหม พวกเขามีของเขา ฉันก็มีของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ ถ้าฉันต้องใช้ ฉันก็มีคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นที่จะทำให้ฉันได้ แต่ฉันก็แทบไม่ได้ใช้อะไร ฉันไม่ได้ติดต่อใคร ฉันไม่ค่อยมีเวลา และตอนนี้ฉันไม่มีโทรศัพท์ด้วยเช่นกัน ว้าว ! อิสระจากเทคโนโลยีเลย ไม่มีใครอยู่รอบกายฉัน เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้ามีใครมาอยู่รอบ ๆ ฉัน พวกเขาจะสร้างความยุ่งยากมากกว่าที่จะช่วยเหลือ ดังนั้นฉันต้องทำงานคนเดียว บางครั้งฉันก็หวังว่าจะมีอย่างน้อยสัก 1 คนอยู่รอบตัวฉัน เพื่อความสะดวกบางอย่าง อย่างขับรถได้เร็ว และ… ฉันจะได้ไม่ต้องเรียกแท็กซี่ จะได้ไม่ต้องรอรถหรือแท็กซี่ท่ามกลางสายฝน แต่ฉันก็แค่หาไม่ได้ จนบัดนี้ฉันก็ยังหาใครที่เข้ากันได้ดีไม่ได้เลย ใช่ เพราะจิตใจของพวกเขาถูกรบกวนจากอำนาจควบคุมอื่น ๆ มากเกินไป และที่นี่พวกเขาจึงรู้สึกสับสน

หลายคนมาจากดาวเคราะห์ระดับสูงกว่า ส่วนมากเลยนะ พวกเราส่วนมากเลยมาจากดาวเคราะห์ระดับสูง การมีเทคโนโลยีสูงกว่าไม่ได้หมายถึงระดับจิตวิญญาณสูงกว่านะ นั่นแตกต่างกัน ดังนั้นบุคคลที่สามารถประดิษฐ์เทคโนโลยีชั้นสูงหรือซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ไม่ได้หมายถึงเขารู้แจ้งทางจิตวิญญาณแล้วนะ แน่นอนคุณรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว ดังนั้นก็เหมือนกัน เหมือนกันเลย พลังประเภทนี้เป็นเพียงองค์ความรู้ พวกเขาก็แค่มีเทคโนโลยีชั้นสูง แต่พวกเขาใช้มันเพื่อจุดมุ่งหมายในทางชั่วร้าย เพื่อควบคุมบางคนที่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์โลก และคนที่ถูกเนรเทศมาที่นี่ นี่เป็นเจตนาไม่ดี เป็นวิธีชั่วร้าย หยาบคายมาก ไม่เป็นประชาธิปไตยเอามาก ๆ และฉันไม่ชอบเลย ดังนั้นหลังจากที่เห็นเช่นนี้มากมายแล้ว ฉันไม่ชอบจริง ๆ เลย ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเปิดการประทับจิตให้แก่คุณอีกครั้ง ดังนั้นพวกคุณโชคดี ! ควรขอบคุณพระเจ้า

อาจารย์ใช้ชีวิตอย่างอิสระและพอเพียง จึงประหยัดเงินไว้ช่วยผู้อื่น

ฉันรู้ดีเลยว่า ฉันอาจต้องทุกข์ทรมานในทางใดทางหนึ่ง แต่ฉันก็จะทำมัน ไม่สนใจหรอก ขณะนี้ฉันระดับสูงพอ ดังนั้นถ้าฉันตายไป นั่นก็โอเค แต่ถ้าไม่ตายก็จะดีกว่า เพราะดาวโลกของเรายังไม่เสถียร ยังไม่มั่นคง และลูก ๆ ของฉันยังไม่โตกันเลย ไม่ใช่ทุกคนนะที่โตแล้ว พวกเขายังสร้างความยุ่งยากอยู่ทุกวัน “แม่อย่างนั้น แม่อย่างนี้…” “อาจารย์ อาจารย์… คันตรงนี้ อาจารย์” “โอ มีดบาดนิดหน่อย อาจารย์ช่วยด้วย ! เลือดออก เลือดออก” “อาจารย์ รถผมเสีย” “อาจารย์ นาฬิกาปลุกของฉันเสีย ปลุกฉันด้วยนะพรุ่งนี้ โอเค ?” ใช่ เพื่อที่คุณจะได้ตื่นตรงเวลา ไปทำงาน และได้เงินเดือน เดือนละไม่กี่พันดอลลาร์ ใช่ นั่นเป็นเรื่องดี แต่เวลาอันมีค่าของคุณวันละ 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง เพียงเพื่อเงินไม่กี่พันดอลลาร์ ถึงอย่างไรคุณก็ต้องใช้เงิน แม้กระนั้น ลองจินตนาการสิ ถ้าคุณสามารถใช้เวลาแบบนั้นมาทำสมาธิ มันจะได้รับมากยิ่งกว่า แต่ก็ไม่เป็นไร เราอยู่บนดาวเคราะห์นี้ เราจะต้องทำอะไรบางอย่าง และเรายังเป็นหนี้สังคมด้วย จะต้องใช้คืนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง แม้แต่ฉันเองก็ต้องทำงานเช่นกันในวิธีที่แตกต่าง รูปแบบที่แตกต่างไป แม้แต่ตัวฉันก็พยายามหาเงินด้วยตนเอง แต่ฉันไม่ใช้เยอะนะ ดูเหมือนว่าฉันสวมเสื้อผ้าดี ๆ สวยงามมากมาย แต่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นงานสร้างสรรค์ของฉันเอง สวย ราคาถูก ตัดเย็บเอง แค่มีค่าวัสดุอยู่บ้าง ทำเองแม้กระทั่งออกแบบอัญมณีและทั้งหมดนั้น แต่เราจะต้องจ่ายค่าคนงาน จ่ายภาษีบริษัท ฯลฯ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นต้นทุนจึงมากกว่าที่ควรจะเป็น แต่สำหรับฉันแล้ว มันก็เป็นของฉันเอง

แค่ว่าปัจจุบัน ฉันไม่มีเวลามากอีกต่อไป ดังนั้นคุณจะเห็นฉันสวมสิ่งต่าง ๆ น้อยลงเรื่อย ๆ ไม่มีอัญมณี ไม่มีเครื่องประดับศีรษะ ไม่มีเครื่องประดับมือ ไม่มีอะไรเลย ที่นี่ที่ซีหู ทุกคนมาเอาน้ำจากที่ดินของฉัน น้ำนี้ไม่ได้มาจากรัฐบาล เราขุดบ่อและกักเก็บน้ำไว้ในถังขนาดใหญ่ไว้ให้คุณ เพื่อใช้ปรุงอาหารให้คุณ เพื่อให้คุณได้ดื่มกิน และระบบที่ไหลอยู่ ลำธารที่ไหลอยู่ที่นี่ ฉันออกแบบไว้เพื่อใช้รีไซเคิลน้ำ (หมุนเวียนน้ำมาใช้ใหม่) ก็แค่นั้น ไม่ใช่ไหลตลอดไปนะ มันมาจากบ่อของเรา แน่นอนน้ำไหลจะมีออกซิเจนมากกว่า มันดีกว่า และอย่าเอาไปนอกจากว่าคุณจำเป็นต้องใช้จริง ๆ จะเอาไปทำไม คุณมาที่นี่ทุกสัปดาห์ คุณไม่ได้ป่วย แม้ว่าคุณป่วย คุณคิดว่าน้ำจะรักษาคุณได้หรือ มันรักษาคุณได้หรือ ใครได้บ้าง รักษาได้หรือไม่ (รักษาได้) ได้หรือ บางคนได้หรือ มันคือความศรัทธาของคุณน่ะ น้ำจะรักษาคุณให้หายจากโรคได้อย่างไร โอเค มันอาจจะเป็นน้ำพิเศษ แต่ถ้าคุณไม่ได้ป่วย ก็จงอย่าเอาไป ถ้าคุณเชื่อว่าน้ำรักษาคุณให้หายได้เวลาที่คุณป่วย ก็ให้เอาไปเฉพาะตอนที่จำเป็น โอเคไหม หาไม่แล้ว ครั้งหนึ่งเราเคยดื่มน้ำที่มีทรายปนมาด้วย ฉันหมายถึงพวกเรา ตัวฉันและผู้พำนัก นานมาแล้ว 2-3 ปีก่อน แล้วเราก็ไม่มีน้ำใช้ทำอาหารให้ตัวเราเอง หลังจากที่คุณกลับไป ไม่มีน้ำดื่ม ไม่มีน้ำทำอาหาร ตอนนั้นเราไม่มีน้ำเลย และเราต้องขุดบ่อเพิ่ม แต่ฉันไม่รู้ว่าพื้นดินจะให้น้ำได้มากแค่ไหน เพราะน้ำจำเป็นต้องหล่อเลี้ยงรากพืชทั้งหมดในบริเวณนี้และพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ดังนั้นในฤดูร้อน เราไม่มีน้ำมากเช่นกัน นั่นแน่นอน ดังนั้นเพลา ๆ มือกันนะ กับระบบน้ำที่นี่ โอเคไหม แล้วเราก็ ผู้พำนักของเรากำลังดูแลระบบน้ำอยู่เช่นกัน ให้แน่ใจว่าน้ำไหล ให้แน่ใจว่าน้ำสะอาด ให้แน่ใจว่าไม่อุดตัน และดีพอที่จะดื่มได้ แต่ผู้พำนักของเราก็อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับฉันนี่แหละ บางครั้งในห้องมืด ๆ ฉันดูสวยและอ่อนเยาว์ และฉันก็คิดว่า “ว้าว คุณยังดูดีอยู่เลย” และเมื่ออยู่ในที่มีแสงแดดจริง ๆ ฉันก็เห็น “โอ้ ที่รัก ! คุณยายคนนี้ ใครกันนี่ คุณยาย ! ยาย ยาย !” บางครั้งฉันดูอ่อนเยาว์ในสถานการณ์ที่ต่างกัน ดังนั้นฉันจึงชอบอยู่ในห้องมืด เพื่อที่เวลาฉันมองกระจก จะได้ไม่เห็นริ้วรอยเหี่ยวย่นมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากประทับจิตแล้ว จงพยายามทำสมาธิให้มากเท่าที่คุณจะทำได้ ถ้าคุณต้องการอยู่เหนือน้ำ ก็ 2 ชั่วโมงครึ่ง เพราะเรามี 24 ชั่วโมงต่อวัน ก็ทำ 2 ชั่วโมงครึ่ง ประมาณนั้น ควรจะตื่น วางน้ำใส่น้ำแข็งหรืออะไรบางอย่างไว้ใกล้ตัว และประพรมตัวคุณ ในสมัยก่อนบางคนไว้ผมยาว เพื่อจะได้แขวนไว้กับคานบ้าน ฉะนั้น เมื่อไรก็ตามที่… ฉันก็จะไม่หลับ คุณเห็นไหม นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ฉันไว้ผมยาวก็ได้ ฉันก็แค่ขี้เกียจไปพบช่างผม อันที่จริง ฉันเป็นอาจารย์ที่ประหยัดมาก ฉันทำผมเอง ทุกทรงที่คุณเห็นในทีวี ไม่ว่าตอนไหน แบบไหนก็ตาม ฉันทำเองหมด ฉันย้อมสีผมเองด้วย แน่นอนฉันสระผมเอง ฉันออกแบบทรงผมเอง และทรงที่ขี้เกียจที่สุดก็ทรงนี้แหละ หรือแค่เกล้าขึ้นไปแล้วหนีบด้วยที่หนีบผมฟันจระเข้ แบบนั้นก็ทำ… มันก็โอเค และฉันแต่งหน้าเองด้วย หลายคนที่ไปพูดคุยออกทีวี แม้แต่คนธรรมดาที่ไปสัมภาษณ์ พวกเขาจะมีช่างแต่งหน้าพิเศษของเขา ส่วนฉันทำทุกอย่างเอง บางครั้งฉันต้องซักเสื้อผ้าเอง รีดเสื้อผ้าเอง และทำให้ฉันดูดีต่อหน้าคุณด้วยตนเอง ด้วยเหตุนี้ฉันจึงประหยัดมาก และแม้ว่าบางครั้งฉันออกไปทานอาหารที่ภัตตาคาร เนื่องจากเหตุผลบางประการ ฉันไม่ชอบออกไปทานอาหารข้างนอกหรอก ฉันขี้เกียจ ฉันชอบอยู่บ้านตลอดเวลา เป็นผู้หญิงถ้ำ แต่บางครั้งฉันก็ออกไปทานข้างนอก แม้ตอนที่ฉันออกไปทานอาหารข้างนอก มันก็ถูกมาก อาหารมังสวิรัติเท่านั้น ราคาถูกมาก และฉันทานไม่เยอะมาก ดังนั้นฉันจึงให้ทิปได้เยอะ และพวกเขาชอบฉันมาก ๆ ทุกคน แม้ว่าแต่ก่อนพวกเขาไม่ได้สนใจฉันสักเท่าไร แต่หลังจากฉันทานเสร็จ หลังจากที่ฉันให้ทิป สีหน้าก็เปลี่ยนไป ส่องประกายแห่งความสุขและประหลาดใจ “โอ้ ! เหตุใดท่านจึงมีน้ำใจยิ่งนัก” ฉันบอกว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ คุณให้อาหารฉันเยอะมาก ฉันก็เลยให้เงินคุณเยอะมากเช่นกัน”

แต่ถ้า… เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันเล่าให้คุณฟังแล้ว ถ้าฉันใช้ชีวิตแบบที่คนอื่นเขาใช้กันข้างนอก ฉันก็จะไม่มีเงินเลย จะไม่มีเงินส่งธรรมทูตกวนอิมไปประเทศของคุณ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อแผ่นดินผืนนี้ให้คุณ ไม่มีเงินจ่ายค่ารถยนต์ ไม่มีเงินทำการกุศล ไม่มีอะไรเหลือ ไม่มีเงินสำหรับสุพรีมมาสเตอร์ทีวี ไม่มีอะไรเลย ! คุณคิดว่าเงินทั้งหมดมาจากพี่ชายพี่สาวบางคนงั้นหรือ ไม่เลย ! มาจากฉันนี่แหละ จากธุรกิจของฉัน เพียงแต่ฉันไม่ได้ใช้ชื่อของตัวเอง พวกเขาดูแลทรัพย์สินให้ฉัน และถ้าเราต้องการใช้ ฉันก็บอกให้พวกเขาส่งไปที่นั่นที่นี่ ฉันจะบอกเอฟจีให้บอกคนนั้นคนนี้ ให้ส่งไปช่วยที่นั่นที่นี่ และบางครั้งฉันก็เอาเงินออกมาช่วยเหลือด้วยตนเอง ช่วยเหลือพวกเขา ไม่ใช่ช่วยตัวฉัน คือช่วยเหลือพวกเขาด้วยตัวฉันเองโดยไม่ประสงค์ออกนาม และเนื่องจาก… ฉันเป็นอาจารย์ที่ประหยัด คุณพูดอย่างนั้นได้เลย มีค่าบำรุงรักษาน้อย เสื้อผ้าและอัญมณีทั้งหลายที่ฉันสวมก็เนื่องจากโฆษณาเพื่อการขาย ฉันเป็นนางแบบด้วยนะ อย่างนั้นเลยละ !  ฉันไม่เพียงแต่ใช้เงินน้อย ฉันยังหาได้มากด้วย  ดังนั้นฉันจึงทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ฉันจึงให้การช่วยเหลือได้

แต่ว่า หลังจากที่ฉันเชิญบางกลุ่มและพวกเขารับประทาน… เพราะพวกเขาไม่ได้ทานมังสวิรัติ และในโรงแรมนั้น ไม่มีอะไรเลย มีอาหารมังสวิรัติน้อยมาก พวกเขาบอกว่าพวกเขา… ฉันเชิญพวกเขามา และฉันไม่บอกพวกเขาไม่ได้ว่า “ไม่นะ ! คุณทานอันนี้ไม่ได้ คุณทานอันนั้นไม่ได้” ฉันได้แต่บอกอย่างนุ่มนวลว่า “ฉันเป็นมังสวิรัติ ถ้าคุณต้องการ วันนี้คุณทานมังสวิรัติร่วมกับฉันได้นะ” แต่พวกเขาไม่ทาน พวกเขาทานเนื้อสัตว์ พวกเขาทานปลา พวกเขาทานทุกอย่าง แล้วพวกเขาก็ดื่มไวน์ ของแพง ๆ และมันเป็นเงินจำนวนมาก ! ฉันคิดกับตัวเองว่า “ถ้าฉันใช้ชีวิตแบบนั้นทุกวัน ว้าว ฉันจะไม่มีอะไรเหลือเลย !” ไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าเหล่านี้จะใส่ โอเค ที่บ้านถ้าคุณอยู่คนเดียว ก็ไม่ต้องสวมเสื้อผ้ามากมาย คุณจะได้ไม่ต้องเปิดแอร์ คุณอาบน้ำเย็นสบาย ๆ แล้วคุณก็กำจัดสิ่งสกปรกสวยงามทั้งหลายนี้บนตัวคุณออกไป ฝุ่นสวย ๆ ฝุ่นสีชมพู สีน้ำเงิน หรือ… ใช่ แล้วคุณก็อยู่ในชุดเหมือนวันที่คุณเกิดมา เต้นรำไปทั่ว รู้สึกเป็นอิสระและมีความสุข มีหลายชุมชนที่พวกเขาไม่สวมเสื้อผ้าเลย ฉันรู้จักอยู่ที่หนึ่ง ฉันเคยไปที่หนึ่งมาก่อน ก่อนไปฉันไม่ทราบหรอก พวกเขาพาฉันไปแคลิฟอร์เนียเพื่อซื้อที่ดินผืนหนึ่ง ที่ใหม่นะ พวกเขาไม่ชอบที่ดินที่ฉันมอบให้ ที่ฉันซื้อให้พวกเขาเมื่อก่อน ตอนเรายังมีศิษย์ไม่มากนัก และก็มีศิษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และพวกเขาต้องการศูนย์ใหม่ ฉันจึงไปดูที่กับพวกเขา พอฉันเข้าไป “โอ ลา ลา !” ฉันผ่านประตูเข้าไป “โอ ลา ลา” คนที่ทักทายฉัน มีแต่อาดัมกับเอวา สวยงามมาก อาดัมน้อยกับเอวาน้อย ผู้เฒ่าอาดัมกับเอวาผู้อ่อนวัย พวกเขาล้วนสวมชุดวันเกิดและมีความสุข นั่นเป็นชุมชนของพวกเขา ที่นั่นพวกเขาทำสิ่งที่เขาต้องการ

ที่สเปน ฉันรู้จักสามีภรรยาคู่หนึ่ง เพราะฉันกำลังมองหาสถานที่บางแห่งอยู่ เมื่อก่อนนะ ตอนที่ฉันยังมีศิษย์ไม่มากเหมือนตอนนี้ บางครั้งฉันจำเป็นต้องไปบางแห่ง ฉันไม่มีศูนย์ทำสมาธิ ดังนั้นฉันต้องมองหาสถานที่ ฉันรู้จักสามีภรรยาคู่นั้น พวกเขาขายที่ของเขาให้ฉัน เมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้ไม่ได้เป็นชื่อของฉันอีกแล้ว ฉันหมายถึงสถานที่ส่วนใหญ่ หลังจากที่ฉันซื้อมันแล้ว หลังจากนั้นระยะหนึ่ง ศิษย์ก็เข้ามารับช่วงต่อและมันก็กลายเป็นชื่อของพวกเขาไป พวกเขาดูแลมันให้ด้วย พวกเขาจัดการดูแลเงินของฉัน บ้านของฉัน สถานที่ของฉัน ขณะที่ฉันเดินทางไปทั่วต้องพักอาศัยในโรงแรม โรงแรมราคาถูก รู้จักไหม “โรงแรมแมลงสาบ” เพราะโรงแรมระดับสูงบางแห่งไม่ได้มีห้องว่างตลอด คนส่วนใหญ่ เวลาพวกเขาไปประเทศใดก็ตามและพักในโรงแรม พวกเขาเป็นนักธุรกิจ เป็นคนสำคัญ หรือไม่พวกเขาก็อยู่ระหว่างวันหยุดพักร้อนและพวกเขาสามารถจ่ายค่าที่พักโรงแรมระดับสูงได้ พวกเขาจ่ายได้ ดังนั้น โรงแรมระดับสูงส่วนมากจะเต็มตลอด และถึงแม้คุณจะเข้าไปพักได้ 2-3 วัน แต่คุณจะพักระยะยาวไม่ได้ คุณจะต้องเปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยนห้อง ก็ต้องเปลี่ยนไปพักโรงแรมอื่น มันไม่สะดวก แต่ฉันก็ต้องใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่บ่อย ๆ เพราะฉันไม่มีที่ไป ไม่มีที่พัก จริง ๆ ฉันมีศิษย์อยู่แถวนั้น แต่พวกเขาไม่มีห้องให้ฉัน นั่นแน่นอน ผู้คนส่วนใหญ่ พวกเขาซื้อบ้านแค่สำหรับตัวเขาเอง พวกเขาซื้อบ้านที่มี 2 หรือ 3 ห้องนอน แล้วแต่ว่าเขามีลูกกี่คน แล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันอยู่ที่นั่นไม่ได้ จะไปครอบครองห้องของพวกเขาไม่ได้ ดังนั้นชีวิตของฉัน มันไม่ได้เรียบง่ายนัก ไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด อย่างไรก็ตาม บางครั้งถ้าคุณเห็นฉันพักในโรงแรมระดับสูงสักแห่ง โปรดอย่าวิจารณ์ อย่าไปบอกหนังสือพิมพ์หรืออะไร ไม่ใช่ว่าฉันต้องการพักแบบนั้น ฉันไม่สนใจหรอกว่าฉันจะพักอยู่ในถ้ำหรือเปล่า หรือว่าในโรงแรมระดับสูง ฉันแค่ต้องการที่ไหนสักแห่งเพื่อพักในขณะนั้น เพื่อเหตุผลบางอย่าง ไม่ได้เพื่อตัวเองตลอด

เอาละ ถ้าอย่างนั้น อะไรอีกล่ะที่ฉันอยากจะบอกคุณ ก่อนหน้านั้นคือเรื่องอะไรหรือ ก่อนเรื่องโรงแรม มันคือเรื่องอะไร มีน้ำส้มนะถ้าคุณตอบได้ ! (ตอบ : อย่าสวมเสื้อผ้ามากเกินไป) อย่าสวมเสื้อผ้ามากเกินไป โอเค ประหยัดเพื่อโลกและเพื่อระบบน้ำ ถ้าคุณใส่ผงซักฟอกลงไปในระบบน้ำของเรามากเกินไป มันก็จะ… มันก็จะทำให้ระบบของเราเกิดมลพิษ มันไม่สามารถชะล้างออกไปได้ พิษใด ๆ สารเคมีใด ๆ เมื่อลงไปในน้ำแล้ว มันจะไม่หายไป ในอากาศมันอาจจะกระจายออกไปได้ แต่ในน้ำล่ะ จะอย่างไร ก็แค่อยู่ในนั้นและหมุนเวียนมาใช้ใหม่อีก (รีไซเคิล) ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ดีเลย ดังนั้นจงดูแลตัวคุณเองด้วยการดูแลดาวโลก มันสายไปหน่อยแล้วละตอนนี้ เราควรจะทำมันมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จะดีกว่าถ้ารักษาอย่างที่เป็นไว้และไม่ให้แย่ลง

ระบบที่น่าผิดหวังของโลกนี้

และก็ เราไม่เคยมียุงมาก่อน และแต่ก่อน สัตว์ต่าง ๆ พวกเขาไม่ต้องกินกันเองเพื่อให้มีชีวิตอยู่หรือสืบพันธุ์ ต่อมาผู้ที่สร้างพวกเขาขึ้นมาต้องการให้เป็นแบบนั้น เพื่อจะได้ไม่ต้องดูแลพวกเขา พวกเขาแค่สร้างมัน และให้มันดูแลตัวมันเอง พวกเขาไม่ต้องสร้างอะไรเพื่อให้สัตว์ต่าง ๆ กินอีกต่อไป สัตว์ทั้งหลายก็แค่กินกันเอง และอยู่รอด ใครก็ตามที่แข็งแกร่งที่สุด อะไรแบบนั้น ดังนั้นมันเป็นระบบที่น่าเกลียดน่ากลัว ฉันเกลียดสิ่งนี้ ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย และจากนั้นพวกเขาก็ทำให้มนุษย์บ้าคลั่งจากความผิดหวังไม่พอใจ เพราะเผ่าพันธุ์มนุษย์นี้ พวกเขามาจากสังคมที่สูงกว่า พวกเขาเป็นคนที่มีความคิดอิสระ มีบางคนเป็นนักประดิษฐ์เทคโนโลยีชั้นสูง นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ วิศวกรในบ้านเกิดของพวกเขา แล้วเป็นเพราะพวกเขาทำผิดบางอย่าง พวกเขาจึงถูกเนรเทศมาที่นี่ และลืมทุกอย่าง ลืมความสามารถทั้งหมดที่พวกเขามี ลืมอิสรภาพทั้งหมดที่พวกเขามี และลืมความเป็นอยู่ว่ารุ่งโรจน์อย่างไรก่อนที่พวกเขาจะลงมาที่นี่ แต่ถึงอย่างไร ในมุมเล็ก ๆ ลึกเข้าไปในจิตใจพวกเขา พวกเขาก็รู้สึกว่าบางอย่างเกี่ยวกับตัวเองในสภาพแวดล้อมแบบนี้ กับสถานการณ์ที่เจออยู่นี้ มันไม่ใช่ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกท้อแท้ผิดหวังมาก นั่นคือเหตุผลที่บนโลกนี้ไม่มีใครมีความสุข แล้วเราก็ทะเลาะกันเอง เราทรยศหักหลังกัน เราก่อสงคราม เราขโมย เราโกหก เราแข่งขันกันถึงขนาดฆ่าฟันกันหรือทำร้ายกันเอง ก็เพราะความผิดหวังภายในทั้งหมดนี้ ไม่มีคำตอบให้กับคำถามของพวกเขาว่า “ฉันมาจากไหน ฉันมาจากไหน ฉันมาทำอะไรที่นี่ ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่” อื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกผิดหวัง คุณก็ควรรู้ว่าความทรงจำของคุณตื่นขึ้นมาหน่อยแล้ว จงพยายามทำตัวเองให้สงบ ถ้าคุณรู้สึกผิดหวัง โดดเดี่ยว เป็นทุกข์ ก็ให้ไปทำสมาธิ ไปอาบน้ำถ้าต้องการ นั่งสมาธิ ฟังเพลงเพราะ ๆ ที่คุณชอบหรือฟังที่ฉันพูด เลือกอันที่พูดนุ่มนวลและชื่นชม ไม่ใช่อันที่กำลังดุและบอกให้คุณทำนั่นทำนี่ ไม่ใช่ตอนนั้น เวลาคุณหดหู่ ให้คุณฟังแต่เพลงโรแมนติกของฉันก็พอ หรือฟังเรื่องเหมือนอย่างวันนี้ที่ฉันบอกว่าคุณดีมากแค่ไหน คุณรุ่งโรจน์อย่างไร และคุณเป็นเพียงแค่เหยื่อของระบบที่ชั่วร้าย นั่นคือเหตุที่ฉันโมโหมาก ฉันโกรธพวกเขามาก ยิ่งฉันโกรธพวกเขามากเท่าไร ฉันก็ยิ่งรักผู้คนมากเท่านั้น ฉันหมายถึงสรรพสิ่งทั้งมวลบนดาวโลกแห่งนี้ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจว่า โอเค ไม่ต้องสนใจพวกคุณไม่กี่คน ที่ไม่ดี ไม่เอาถ่าน ฉันก็จะยังให้การประทับจิตกับคนใหม่ต่อไป ด้วยความหวังที่ว่าพวกเขาจะปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้น แล้วปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระตลอดไป ตลอดไปชั่วกาลนาน จากนั้นพวกเขาก็จะสามารถไปยังดาวเคราะห์ใดก็ตามที่พวกเขาต้องการ พวกเขาสามาถกลับมาเกิดในร่างมนุษย์ได้ถ้าพวกเขาต้องการ แต่พวกเขาจะไม่ถูกบังคับให้ทำอย่างนั้นด้วยความจำใจ แล้วถูกกักขังไว้ในโลกที่น่ากลัวนี้ตลอดไป

จากภายนอก ดาวเคราะห์ของเราดูสวยงาม แต่ข้างใต้เต็มไปด้วยไฟ ที่กำลังเดือด ไม่ใช่แค่กำลังเดือด แต่เดือดอย่างรุนแรงเลย เกือบจะเหมือนความร้อนของดวงอาทิตย์ มันมาจากแก๊สที่กำลังเดือด ดังนั้นภายนอกจะเย็นกว่า เปลือกโลกบางส่วนอาจจะยังเย็นอยู่ แต่มีไฟที่กำลังเผาไหม้อยู่ข้างในมากมาย ดังนั้นเราจึงมีสิ่งต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ และจากนั้นก็มีผลกระทบต่อน้ำ และมหาสมุทร และทั้งหมด และยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ดาวโลกบางคนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นสู่นิสัยการประดิษฐ์เดิม ๆ สู่ความรู้ในการทำลาย และได้ประดิษฐ์ระเบิดบางอย่างขึ้นมา และทดลองที่นี่ ขีปนาวุธที่นั่น ระเบิดไฮโดรเจนตรงนี้ และระเบิดอะไรก็ตามอันต่อไปตรงนั้น รบกวนบรรยากาศ ทำลายชั้นโอโซน ไม่ทั้งหมดนะ แต่ก็ทำให้ชั้นที่ปกป้องดาวเคราะห์ของเราเสียหาย และเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทำลายสิ่งต่าง ๆ มากมายอย่างช้า ๆ หรือไม่ก็รวดเร็ว บางอย่างก็ไม่สามารถทดแทนได้ สายพันธุ์มากมายสูญหายไป ชีวิตที่สวยงามสูญพันธุ์ไป และไม่มีใครสามารถทดแทนมันได้อีก แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ คุณไม่สามารถสั่งจากบริษัทเก่า ๆ ได้อีก ไม่มีบริษัทเดิม ไม่มีอีกแล้ว ก็เหมือนกับบางบริษัท ที่พวกเขาล้มละลายไป บางบริษัทพวกเขาไม่ทำกำไรเพียงพอ พวกเขาก็ปิดตัวลง ก็เหมือนกับดาวเคราะห์ของเรานี่แหละ ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดที่ว่า “โอเค ไม่เป็นไร อาจจะวันหนึ่ง เราอาจจะมีพลังวิเศษ เราก็จะสร้างสิ่งเหล่านั้นได้” คุณมีการสร้างสรรค์ มีพลังสร้างสรรค์อยู่แล้ว บางครั้งคุณสามารถสร้างมนุษย์ได้ 1-2 คน หรือนก 1-2 ตัว ถ้าคุณมีแม่แบบ หรือถ้าคุณจำสิ่งคุณเคยทำมาก่อนได้ แต่ทำแบบนั้นไม่ได้หมดทุกสายพันธุ์ ความหลากหลายที่เรามีกำลังลดน้อยลง ซึ่งสิ่งมีชีวิตหลายชนิดมีประโยชน์มากต่อชีวิตเรา ไม่ว่าอย่างไร มันก็ทำให้โลกของเราสวยงาม

การประทับจิตคือทางเดินสู่อิสรภาพ 

แต่ก่อนมันสวยกว่านี้ ตอนที่สัตว์ยังไม่กินกันเอง ตอนที่เรายังไม่สู้รบกันเอง แต่บางครั้งเพราะความผิดหวังท้อแท้และถูกตัวตนด้านลบที่ชั่วร้ายกระซิบอยู่ข้างในเงียบ ๆ จากนั้นเราก็ทำเรื่องชั่วร้าย และเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ดังนั้นอาชญากรมากมาย คนที่ได้ชื่อว่าเป็นอาชญากรต้องถูกขังคุกอย่างไม่ยุติธรรม คนที่ควรถูกต้องโทษหรือควรถูกขังคุก ก็คือคนชั่ว คนเลวร้ายเหล่านี้ ตัวตนที่ชั่วร้ายโหดร้ายจากดาวเคราะห์อื่น พวกเขาควบคุมดาวเคราะห์นี้มาหลายแสนปี และก่อนหน้านั้นก็มีระบบที่แตกต่างกันควบคุมอยู่ และระบบสุดท้ายส่วนใหญ่หายไปหมดแล้ว เหลือแต่เครื่องจักรมากมายที่ยังมีไปทั่ว และยังไม่มีใครทำลายมันได้เพื่อที่จะปลดปล่อยดาวเคราะห์ของเราให้เป็นอิสระ

และยังไม่มีใครสามารถหยุดพิษอันนี้ ที่ถูกป้อนเข้าสู่วิญญาณหลังจากพวกเขาละร่างไปแล้ว ยังไม่มีใครทำได้ นอกจากด้วยวิถีแห่งพุทธะ ด้วยวิถีแห่งพระเยซู ลงมือโดยตรง สื่อสารโดยตรง ปลุกให้ตื่นทันทีจากภายใน ส่วนภายนอกนั้นเราทำอะไรไม่ได้มาก ภายในเราทำได้ เพราะเราคือวิญญาณ และวิญญาณมีทางผ่านที่ใช้เชื่อมต่อกันได้ พูดง่าย ๆ ก็เหมือนกับโทรทัศน์ คุณสามารถดูโทรทัศน์จากที่ห่างไกลออกไปหลายพันไมล์ได้ จากอีกฝั่งของมหาสมุทร จากบนภูเขา แล้วจะพูดได้ยังไงว่าวิญญาณสื่อสารกันไม่ได้ นั่นตลกนะ มันตลกนะ ถ้าวิญญาณหนึ่งสื่อสารกับอีกวิญญาณไม่ได้ แต่เราถูกปิดกั้น มีทางผ่านอยู่ตรงนี้ คุณสามารถกลับไปบ้านได้จากตรงนั้น เมื่อมันถูกเปิดออก คุณจะเป็นอิสระ ทันทีที่มันเปิดออก คุณจะเป็นอิสระ ! ก็เท่านั้น แต่คุณจะต้องเดินต่อไปให้ถึงบ้านของคุณ – ขับรถ เดิน บิน อะไรก็แล้วแต่ ขอให้กลับบ้าน เท่านั้นแหละ คุณเป็นอิสระ หลังจากการประทับจิต คุณเป็นอิสระ อิสระ อิสระ ! นั่นคือทั้งหมดที่ฉันทำให้คุณได้ นั่นคือทั้งหมดที่ฉันสัญญากับคุณได้ จงประพฤติตนให้ดี จงเป็นคนดี

* ข้อความล่าสุด : วันที่ 1 ตุลาคม ปีทองที่ 14 พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) อนุตราจารย์ชิงไห่ได้เปิดเผยข่าวดีจากสวรรค์ในปาฐกถาของท่านที่ซีหู เรื่องระบบควบคุมระหว่างดาวเคราะห์ที่แข็งกระด้างได้ถูกทำลายโดยสิ้นเชิงแล้ว

เพื่อรับชมปาฐกถาฉบับเต็ม กรุณาเยี่ยมชม http://edenrules.com/index.php?route=product/product&path=59_127&product_id=1611

1 มีนาคม 2564 13:37 น.

ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร

คีตากะ

index.php?action=dlattach;topic=57598.0;
ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร
              ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร คือพระสูตรที่สำคัญและเป็นที่นิยมยิ่งในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน 
ชื่อ “ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร” มีความหมายตามตัวอักษรว่า “พระสูตรอันเป็นหัวใจแห่งปฏิปทาอันยวดยิ่ง
แห่งความรู้แจ้ง”ในภาษาอังกฤษมักแปลโดยสังเขปว่า “หฤทัยสูตร” (The Heart Sutra) หรือ “สูตรแห่งใจ” 
พระสูตรนี้มักได้รับการยอมรับว่าเป็นพระสูตรที่มีผู้รู้จักและนิยมที่สุดมากกว่าพระสูตรใดของพุทธศาสนา 
แบ่งออกเป็นโศลกภาษาสันสกฤต จำนวน 14 โศลก แต่ละโศลกมี 32 อักขระ ส่วนพระสูตรที่ได้รับการแปล
เป็นภาษาจีนโดยพระถังซัมจั๋งมีทั้งหมด 260 ตัวอักษรจีน ในภาษาอังกฤษแปลออกมาได้จำนวน 16 บรรทัด
 จึงนับเป็นพระสูตรในหมวดปรัชญาปารมิตาที่มีขนาดกระชับที่สุด คณาจารย์ด้านพุทธศาสนาฝ่ายทิเบต
ได้ให้กถาธิบายเกี่ยวกับพระสูตรนี้ไว้ว่า "สารัตถะแห่งปรัชญาปารมิตาสูตร (ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร)
 มีขนาดสั้นมากเมื่อเทียบกับปรัชญาปารมิตาสูตรอื่น ๆแต่พระสูตรนี้ได้บรรจุเอาไว้ซึ่งความหมายโดยนัยตรง
และนัยประหวัดของพระสูตรขนาดยาวไว้ทั้งหมด"พระสูตรฉบับภาษาจีนมักนำมาสาธยายระหว่างประกอบ
พิธีทางศาสนาโดยพระภิกษุนิกายเซน ในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเวียดนาม พระสูตรนี้จัดอยู่ในกลุ่มพระสูตร
จำนวนหยิบมือที่มิได้เป็นพุทธวจนะโดยตรง ในบางฉบับมีการเอ่ยถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชื่นชม
และรับรองวจนะของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เอาไว้ด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาพุทธหลายท่าน 
แบ่งพระสูตรออกเป็นส่วนต่าง ๆ แตกต่างกันออกไปตามทัศนะของท่านเหล่านั้น แต่โดยสังเขปแล้วพระสูตรนี้
พรรณนาถึงการบรรลุธรรมของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร อันเกิดจากการเพ่งวิปัสนาอย่างล้ำลึก จนบังเกิด
ปัญญา (ปรัชญา) ในการพิจารณาเล็งเห็นว่าสรรพสิ่งต่าง ๆ ล้วนว่างเปล่า และประกอบด้วยขันธ์ 5 อันได้แก่
 รูป เวทนา สัญญา  สังขาร และวิญญาณ ทั้งนี้ หัวใจหลักของพระสูตร ดังที่ระบุว่า "รูปคือความว่าง
ความว่างคือรูป รูปไม่ต่างจากความว่าง ความว่างไม่ต่างจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณก็ว่างเปล่า" 
นับเป็นแก่นแท้ของพุทธศาสนา เห็นแจ้งในรูปเป็นความว่าง เกิดมหาปัญญา เห็นแจ้งในความว่างเป็นรูป 
เกิดมหากรุณา เมื่อเห็นแจ้งในรูปเป็นความว่าง ความยึดมั่นในอัตตาย่อมไม่มี ความหลงในสรรพสิ่ง
ย่อมถูกทำลายไป ธรรมชาติแท้ของสรรพสิ่ง ก็บังเกิดขึ้นในจิต นั่นคือ มหาปัญญา ได้บังเกิดขึ้น
 และเมื่อได้เห็นแจ้งถึงความว่างได้ กำเนิดรูป ความรัก ความเมตตากรุณาในสรรพสิ่งที่เป็นธรรมชาติแท้
ย่อมบังเกิดขึ้น ความเมตตากรุณาที่เกิดจากปัญญาจะไม่มืดบอด หลงใหล ในภาษาทิเบตมีการบรรยาย
ที่มาของพระสูตร และ บทสรุปของพระสูตรนี้ ดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในสังยุตตนิกายว่า 
“ดูกรกัจจนะโลกนี้ติดอยู่กับสิ่งสองประการ คือ “ความมี”และ “ความไม่มี” ผู้ใดเห็นความเกิดขึ้นของสิ่งทั้งหลาย
 ในโลกตามความเป็นจริงและดัวยปัญญา “ความไม่มี”อะไรในโลกจะไม่มีแก่ผู้นั้น 
ดูก่อนกัจจนะ ผู้ใดเห็นความดับของสิ่งทั้งหลายในโลกตามความเป็นจริงและด้วยปัญญา “ความมี”
 อะไรในโลกจะไม่มีแก่ผู้นั้น” (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
           ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร (ข้าพเจ้าขอเรียกว่า ธรรมวิถีแห่งปัญญา) ไม่ใช่เป็นเพียงคาถาหรือมนตรา
อันศักดิ์สิทธิ์ตามที่เข้าใจกันเท่านั้น หากแต่เบื้องหลังยังแฝงเร้น “ธรรมวิถี” อันล้ำเลิศ ลึกซึ้ง และรวดเร็วที่สุด
ในการนำผู้ปฏิบัติไปสู่การบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณอีกด้วย โดยท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ เรียกว่า
 “ธรรมวิถีกวนอิม” (เพ่งเสียงภายใน)และท่านได้เคยกรุณาอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับพระสูตรนี้ว่า “พระพุทธเจ้า
กล่าวย้ำว่าธรรมวิธีกวนอิมเป็นธรรมวิถีในการสำเร็จเป็นพุทธะเพียงธรรมวิธีเดียว พุทธะใน 10 ทิศ 3 กาล
(อดีต ปัจจุบัน และอนาคต) ควรต้องบำเพ็ญธรรมวิธีนี้ จึงจะสามารถไปถึงอันดับสูงสุดได้” ซึ่งเราควรเรียก
พระโพธิสัตว์ที่ได้บำเพ็ญด้วยธรรมวิธีนี้จนสำเร็จว่า “พุทธโพธิสัตว์” สำหรับพระสูตรนี้มีเนื้อความ  ดังต่อไปนี้
ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้…
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ เขาคิชกูฏ ใกล้กรุงราชคฤห์
พร้อมด้วยภิกษุและพระโพธิสัตว์หมู่ใหญ่
สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหยั่งจิตเข้าสู่สมาธิพิจารณาสรรพสัตว์อยู่โดยมิได้ขาด
ก็โดยสมัยนั้นเอง พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มหาสัตว์
ท่านได้บำเพ็ญธรรมวิถีแห่งปัญญา (ธรรมวิถีกวนอิม)
ประกอบด้วยโลกุตรปัญญาอันลึกซึ้งคัมภีรภาพเป็นเครื่องอยู่แล้วนั้น
ท่านรู้แจ้งชัดโดยธรรมขาติอย่างแท้จริงว่าเบญจขันธ์ทั้งปวงล้วนว่างเปล่าเป็นสุญตา
จึงหลุดพ้นจากสรรพทุกข์ทั้งปวงเสียได้
ลำดับนั้น พระสารีบุตรเถรเจ้าโดยพุทธานุภาพ ได้กล่าวแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มหาสัตว์ว่า
หากกุลบุตร หรือกุลธิดาใดๆ ใคร่จะบำเพ็ญตามธรรมวิธีแห่งปัญญาอันลึกซึ้งนั้น   จะพึงศึกษาอย่างไร?
พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มหาสัตว์อันพระสารีบุตรเถรเจ้ากล่าวอย่างนี้แล้วได้กล่าวตอบว่า
พระคุณเจ้าสารีบุตร!  กุลบุตรหรือกุลธิดาใดๆ ใคร่จะบำเพ็ญตามธรรมวิถีแห่งปัญญาอันลึกซึ้งนี้
เขาพึงพิจารณาอย่างนี้ คือพิจารณาขันธ์ 5 เป็นสุญตาโดยสภาพ
รูปไม่ต่างจากสุญตา สุญตาไม่ต่างจากรูป
รูปคือสุญตา สุญตานั่นแหละก็คือรูป
อนึ่ง เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ก็เฉกเช่นเดียวกัน ต่างก็เป็นสุญตา
พระคุณเจ้าสารีบุตร! ธรรมทั้งปวงล้วนมีสภาวะแห่งสุญตา
ไม่เกิด ไม่ดับ
 ไม่สกปรก ไม่สะอาด
ไม่เพิ่ม ไม่ลด 
ในสุญตาไม่มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
ไม่มีตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
ไม่มีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) และธรรมารมณ์
ไม่มีจักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ และมโนวิญญาณ
ไม่มีอวิชชา 
เมื่อไม่มีอวิชชา ย่อมไม่มีชรา และมรณะ (ปฏิจจสมุปบาท) 
เมื่อไม่มีชรา และมรณะ จึงไม่มีทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
ย่อมไม่มีซึ่งการรู้แจ้งและไม่รู้แจ้ง
ด้วยเหตุดังนี้
พระโพธิสัตว์ ผู้ดำเนินตามธรรมวิถีแห่งปัญญานี้
จิตใจย่อมเป็นอิสระ ปราศจากอุปสรรคสิ่งขวางกั้นทั้งหลาย
ด้วยเหตุที่จิตใจปราศจากอุปสรรคสิ่งขวางกั้นทั้งหลาย
ท่านจึงปราศจากความหวาดหวั่น (ความกลัว)
และย่อมหลุดพ้นจากอุปาทานทั้งหลาย
ลุถึงพระนิพพานได้ในที่สุด
พระพุทธเจ้าในอดีตกาล ปัจจุบันกาล และอนาคตกาล
ล้วนแล้วแต่ทรงบำเพ็ญธรรมวิถีแห่งปัญญานี้ทั้งสิ้น
จนพระองค์ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
ด้วยเหตุนี้พึงตระหนักว่าธรรมวิถีแห่งปัญญานี้
คือเสียงดนตรีภายในอันทรงศักดาอานุภาพ คือเสียงแห่งการรู้แจ้งอันสมบูรณ์
คือเสียงอันสูงสุด ไม่มีเสียงใดยิ่งกว่า ไม่มีเสียงใดจะเทียบเทียมได้
สามารถขจัดทุกข์ภัยทั้งปวง เป็นสัจธรรมแน่แท้ไม่แปรผัน
เป็นอิสระจากมายาทั้งมวล ดังนั้น จึงพึงปฏิบัติตามธรรมวิถีนี้
จงไป จงไป ข้ามไปให้พ้น ไปให้ถึงที่สุดแห่งความรู้แจ้ง ไปสู่ความสงบสันติเกษมศานต์เถิด!
พระคุณเจ้าสารีบุตร!  สรรพสัตว์ผู้หมายที่จะรู้แจ้ง พึงศึกษาธรรมวิถีแห่งปัญญาอย่างนี้
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงออกจากสมาธินั้นแล้ว
ได้ประทานสาธุการ แก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มหาสัตว์ว่า
ถูกแล้ว ถูกแล้ว กุลบุตร ข้อนั้นเป็นอย่างนั้น กุลบุตร จริยาในธรรมวิถีแห่งปัญญา อันลึกซึ้งนั้น
อันบุคคลพึงประพฤติอย่างนี้ พระตถาคตอรหันต์เจ้าทั้งหลาย
ย่อมทรงอนุโมทนาอย่างที่ท่านยกขึ้นแสดงแล้ว
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำนี้จบลงแล้ว ท่านพระสารีบุตร พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มหาสัตว์ 
พุทธบริษัทอันมีประชุมชนทุกเหล่าและสัตว์โลกพร้อมทั้งเทวา มนุษย์ อสูร คนธรรพ์ ก็มีใจเบิกบาน
ชื่นชมภาษิต ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยประการฉะนี้
www.suprememastertv.com
22 กุมภาพันธ์ 2563 10:18 น.

คำร้องขอเร่งด่วน

คีตากะ



Cr. suprememastertv.com
5 ธันวาคม 2562 18:45 น.

ครูประทิน

คีตากะ

             ครูประทิน เป็นข้าราชการบำนาญ ท่านเกษียณอายุราชการมาได้หลายปีแล้ว ผมรู้จักครูประทิน
ตอนที่ผมอายุประมาณ ๗ ขวบ ครูประทินเป็นคนใจดีเป็นที่รักของเด็กๆ ท่านสอนอยู่โรงเรียนประถมศึกษา 
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการในต่างจังหวัดบ้านเกิดของผม หลังจากที่ผมห่างหายไปจากจังหวัดบ้านเกิด
เสียนานจะเนื่องด้วยจากการศึกษา อาชีพการงานก็แล้วแต่ โชคชะตานำพาผมมาพบกับครูประทินอีกครั้ง 
เมื่อตอนลงสำรวจเด็กปฐมวัยที่มีอายุระหว่าง ๒ – ๔ ปีภายในเขตพื้นที่เทศบาล เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์
ให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ามาเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของทางเทศบาล ตามนโยบายของภาครัฐ
 แม้การศึกษาระดับปฐมวัยจะไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ แต่เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กเล็กและเป็นการ
ช่วยลดภาระการเลี้ยงดูบุตรหลานของผู้ปกครอง ซึ่งก็คือประชาชนในเขตพื้นที่ การบริการสาธารณะจึงถือเป็น
หน้าที่หลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความจริงแล้วอาชีพข้าราชการไม่ใช่อาชีพที่ผมใฝ่ฝันอยากจะเป็น
 ก็คงเหมือนกับ พนักงานบริษัท หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ผมแค่อยากกลับบ้านเพื่อมาทำการเกษตร
ตามแนวทางศาสตร์พระราชาเท่านั้น แม้จะเป็นได้แค่เกษตรกรวันหยุดกับวันนักขัตฤกษ์ก็ถือว่าได้ทดลอง
นำทฤษฎีลงสู่การปฏิบัติ ภายในระยะเวลา ๒ ปีมานี้ผมทำเกษตรอินทรีย์และปลูกต้นไม้ไปไม่มากเท่าไหร่ 
โดยตั้งใจเอาไว้ว่าจะปลูกไปให้ครบ ๓๐๐ ชนิด แต่ละชนิดปลูกไม่เกิน ๕ ต้นบนพื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ 
ซึ่งที่ปลูกไปแล้วก็มีรอดบ้างตายบ้างตามเรื่องตามราว เท่าที่จำได้ที่ปลูกไปแล้วพวกไม้ป่าก็มี สักทอง ยางนา
 พยุง มะค่าโมง  พยอม จันท์ มะฮอกกานี ชัยพฤกษ์ ประดู่ป่า คูน โมกษ์ แดง ส่วนไม้ผลก็มี เงาะ ทุเรียน 
กระท้อน ขนุน น้อยหน่า หม่อน มะม่วง ลำไย มังคุด ละมุด ทับทิม ชมพู่ มะพร้าว มะเฟือง เชอรี่ กล้วยหอมทอง 
กล้วยน้ำว้า ส้มโอ ไผ่ตรง ไผ่กิมซุง มะละกอ ฝรั่งกิมจู ฝรั่งขี้นก กาแฟโรบัสตา มะม่วงหิมพานต์ ส้มเขียวหวาน
 ลองกอง พุดทรา ลางสาด มะนาว มะกรูด มะเขือเทศ แตงโม แตงไทย  ส่วนพวกผักจะปลูกหมุนเวียนกันไป
ที่ปลูกไปแล้วก็มี คะน้า ฟักทอง ชะอมปลูกไป ๑๐๐ ต้นเพราะปลูกเป็นแนวรั้ว ผักกาดขาว หัวไชเท้า ผักบุ้งจีน
ฟักเขียว แตงกวา ข้าวโพด ถั่วฝักยาว ถั่วพู น้ำเต้า ผักกวางตุ้ง บวบ มะเขือเปาะ มะเขือยาว พริกหยวก 
พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนูสวน พริกกะเหรี่ยง โหระพา กะเพรา ยี่หร่า เตยหอม ชะพลู ขิง ข่า ตะไคร้ แตงร้าน 
ถั่วลันเตา ถั่วแขก แมงลัก สะระแหน่ ว่านหางจระเข้ ตะไคร้หอม พริกไทย มะระจีน มะระขี้นก นอกจากนั้น
ในสวนยังมีโรงเพราะเห็ดพวกเห็นตระกูลเย็นชื้น เช่น เห็ดนางฟ้าฮังการี เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าภูฐาน 
เห็ดเป่าฮื้อ ส่วนเห็ดตระกูลร้อนชื้น เช่น เห็ดฟาง เห็ดโคนน้อย เห็ดมิลกี้ ปัญหาที่พบส่วนใหญ่มาจากดิน
เสื่อมสภาพขาดแร่ธาตุมายาวนาน เพราะขาดการปรับปรุงดินที่ถูกวิธี รวมทั้งการใช้สารพิษในการทำการ
เกษตรในอดีตช่วงเวลาสั้นๆ ๒ ปี ผมปลูกต้นไม้ตายไปหลายต้น เนื่องจากการขาดองค์ความรู้เรื่องดินอย่าง
เพียงพอแม้การวางระบบน้ำค่อนข้างจะครอบคลุม แต่ต้นไม้ที่ปลูกค่อนข้างยากอย่างทุเรียน ลองกอง 
ที่ตายไปหลายต้นทำให้ต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ไม่ว่าจะเรื่อง ดิน น้ำ แดด การจะปรุงปัจจัย ๓ อย่างนี้
ให้เกิดความสมดุลและเหมาะสมกับต้นไม้แต่ละชนิดอย่างไร สำหรับผมแล้วมันยังห่างไกลนัก แม้จะมีกูรู 
อย่าง กูเกิ้ล ยูทูปรวมปราชญ์หรือปรมาจารย์ด้านการเกษตรทั้งแผ่นดิน แต่ทักษะ (skill) นั้นสำหรับคน
ที่ชั่วโมงบินยังน้อยนักอย่างผมยังถือว่ายังขาดแคลนอีกมาก ทุกวันนี้ยังเรียนไปทำไปไม่เคยจบสิ้น.....  
   แม้วันนี้ครูประทิน จะอายุมากแล้ว กาลเวลาได้กัดกร่อนสังขารของท่านจนร่วงโรยเข้าสู่วัยชรา 
แต่ภาพวัยหนุ่มของครูยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำอันเลือนรางของผมตลอดมา ทำให้นึกย้อนไปถึง
สมัยเรียนอยู่โรงเรียนประถมศึกษา ที่ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับการเล่น สนุกสนาน ร่าเริงตามประสาวัยเด็ก 
เรื่องการเรียนไม่ต้องพูดถึง ไม่มีอยู่ในสมอง ต้องขอสารภาพตามความจริงเลยว่าผมไม่รู้ว่าครูประทิน
เรียนจบครูมาทางด้านไหน เพราะเรื่องวิชาการผมแทบไม่เคยเห็นครูจะสอนอะไร ความทรงจำของผม
จดจำได้เพียงว่ากีฬาทุกประเภทที่ผมเล่นเป็นล้วนมีต้นกำเนิดมาจากครูประทินแทบทั้งสิ้น อาจเป็นไปได้
ว่าครูประทินจะเป็นครูพละ ครูอาจเรียนจบครูมาทางด้านนี้ก็มีความเป็นไปได้ หรือจะจบเอกประถมศึกษา
ผมก็ไม่ทราบได้ ผมได้รับการฝึกฝนอย่างหนักในกีฬาหลายประเภท เช่น เซปักตะกร้อ วอลเลย์บอล 
ฟุตบอล กรีฑา ฯลฯ ชีวิตในช่วงนั้นมีเพียงการฝึกฝน การซ้อมกีฬา การแข่งขัน และหลายครั้งถึงกับมีการ
เข้าค่ายเก็บตัวอยู่ที่โรงเรียนเป็นแรมเดือนเพื่อการแข่งขันในนัดสำคัญ ต้องยอมรับอย่างแท้จริงว่าครูประทิน
เป็นครูที่มีศักยภาพสูงมากในการสอนเด็กในด้านกีฬา เพราะลูกศิษย์ของท่านส่วนใหญ่ได้รับถ้วยรางวัล 
เหรียญรางวัล และเกียรติบัตรจากชัยชนะในกีฬาประเภทต่างๆ มากมายจนนับกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว 
ผมเคยเห็นรางวัลต่างๆ เหล่านี้ของน้องชายของผมที่ได้รับตอนเรียนอยู่กับครูประทินในโรงเรียนประถม
มันมีมากมหาศาลจนนับไม่ไหวจริงๆ น้องชายมีอายุน้อยกว่าผมหนึ่งปี เรียกว่าคลานตามกันมาเลยทีเดียว 
เวลาเรียนก็เดินเกาะหลังกันมา ผมอยู่ ป.3 น้องก็อยู่ ป.2 ผมขึ้น ป.4 น้องก็ขึ้น ป.3 ตามกันมาติดๆ 
โรงเรียนเดียวกันตลอด กระบวนการอะไรที่ผมได้รับการฝึกฝนจากครูประทิน น้องชายผมก็ได้รับเช่นเดียวกัน
 และผลพลอยได้จากการเป็นนักกีฬาตัวแทนของโรงเรียนก็คือสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ผมแทบไม่เคยเห็น
น้องชายของผมเคยป่วยหนักต้องนอนโรงพยาบาลเลยในตอนนั้น พวกเราจะบาดเจ็บก็เนื่องมาจากการฝึกซ้อม
หรือการแข่งขันกีฬาเท่านั้น เท่าที่ผมจำได้ กระบวนการหล่อหลอมแบบนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ทำให้เด็ก
มีจิตใจและร่างกายที่แข็งแกร่ง ทักษะ การเคี่ยวครำ กลยุทธ์ การฝึกฝนต่างๆ เหล่านี้ที่ได้รับจากครูประทิน
มีคุณค่ายิ่งใหญ่เกินกว่าจะเปรียบได้สำหรับผม....ลูกศิษย์ของครูประทินในเขตพื้นที่ที่ผมรู้จักก็มีเจ้าอาวาส
ของวัดประจำตำบลที่ผมอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ท่านเรียนจบเปรียญ ๙ ประโยค ผมยังจำได้ว่าตอนที่เจ้าอาวาส
เรียนจบทางพระมาใหม่ๆ ในตำบลมีเพียงท่านรูปเดียวที่เรียนจบทางสายธรรมสูงขนาดนี้ ถึงกับต้องนั่งรถแห่
ไปรอบตำบลเลยทีเดียว เหมือนกับแห่นางงาม หรือนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิคอะไรประมาณนั้นเลย
ผมยังจำภาพวันนั้นได้อย่างแม่นยำและชัดเจน มันเป็นวันสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราทีมนักฟุตบอลตัวแทน
ของโรงเรียน วันนั้นทีมของเราเข้าชิงชนะเลิศกับโรงเรียนต่างถิ่นซึ่งเป็นแชมป์เก่า เวลาผ่านมาถึงครึ่งหลัง
แต่สกอร์ยังคงเสมอกันอยู่ที่ ๑ - ๑ ในขณะที่เวลาในเกมครึ่งหลังเหลือน้อยเต็มที พลันมีคำสั่งแบบฟ้าฝ่า
จากครูที่เป็นโค้ชอีกท่านหนึ่ง แต่ไม่ใช่ครูประทิน สั่งให้พวกเราล้มบอล โดยการยอมแพ้ ผมไม่รู้ว่ามันเกิด
อะไรขึ้น อาจเป็นความขัดแย้งระหว่างโค้ชทั้งสองท่าน เชื่อได้ว่าครูที่เป็นโค้ชท่านนั้นจะถูกฝ่ายตรงข้าม
ซื้อตัวไปเรียบร้อยแล้ว เพราะผมสังเกตเห็นสีหน้าของครูประทินไม่สู้ดีนัก คำสั่งถูกแจ้งมายังผมซึ่งเล่น
ในตำแหน่งผู้รักษาประตูกับเพื่อนของผมอีกคนหนึ่งที่เล่นในตำแหน่งกองหลังเซ็นเตอร์แบ็ค เมื่อเป็นคำสั่ง
ของครู ผมจึงตกลงกับเพื่อนของผมโดยไม่ได้คิดอะไรมากเลยว่า ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถยิงประตู
ทีมเราได้ เราก็ช่วยพวกเขาซักเล็กน้อยซึ่งมันง่ายมากสำหรับผม ด้วยการทำลูกบอลเข้าประตูตัวเอง 
ผมกับเพื่อนเราเล่นละครตบตาคนดูทั้งสนามกันเพียง ๒ คน เพื่อนของผมแสร้งส่งลูกฟุตบอลคืนกลับหลัง
ให้ผู้รักษาประตูซึ่งก็คือผม โดยให้น้ำหนักแรงพอประมาณและทิศทางเสียดเข้ามุมประตูพอดิบพอดี 
ผมก็เล่นบทของผมด้วยการรับลูกบอลพลาดหลุดเข้าประตูตัวเอง ตอนนั้นแหละผมจึงตระหนักได้ว่าการ
ทำลูกบอลเข้าประตูตัวเองมันง่ายมากๆ ง่ายกว่าการให้คู่ต่อสู้ยิงเข้าประตูของเราเสียอีก เมื่อสกอร์เปลี่ยน
เป็น ๒ - ๑ ฝ่ายตรงข้ามนำอยู่ กำลังจะชนะ ได้ครองแชมป์อีกสมัย เรื่องมันก็ควรจะจบแบบ happy ending
แม้นโยบายการล้มบอลของโค้ชในคราวนั้นจะถูกสื่อสารแบบปากต่อปากระหว่างเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในสนาม
เวลานั้นจนครบทุกคนแล้วก็ตาม ทุกคนคล้ายยอมรับชะตากรรมโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ในเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด
กลับมีคนหนึ่งที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น ซึ่งก็คือท่านเจ้าอาวาสนั่นเอง ในตอนนั้นท่านเป็นหนึ่ง
ในทีมนักฟุตบอลตัวแทนโรงเรียนเช่นเดียวกับผม ที่สำคัญท่านเล่นอยู่ในตำแหน่งกองหน้าเสียด้วย 
ท่านบุกเดี่ยวพาลูกบอลทะลวงฝ่าแนวรับของฝ่ายตรงข้ามไปได้หลายต่อหลายครั้งในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 
พยายามจะตีเสมอให้จงได้ จนเกิดลูกหวาดเสียวหลายต่อหลายครั้งที่เกือบจะทำประตูได้ ทำให้ผู้ชม
ได้พบกับเกมฟุตบอลคู่ชิงชนะเลิศที่มันส์แบบสุดๆ คอยลุ้นอยู่ตลอดเวลา ผมก็ลุ้นแบบสุดๆ ลุ้นว่า
อย่าให้ท่านทำประตูฝ่ายตรงข้ามได้ ไม่อย่างนั้นผมกับเพื่อนคงต้องถูกสั่งให้กลับมาเล่นละครตบตา
ผู้ชมกันอีกรอบ คงไม่สนุกเท่าไรนัก แค่นี้ก็อับอายสุดแสน โชคดีที่ท่านเจ้าอาวาสทำไม่สำเร็จ
จึงโล่งอกไป ภายหลังจากนั้นไม่นานครูที่เป็นโค้ชท่านนั้นก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียน ไม่รู้ไปทุจริตเรื่องอะไรอีก
คงเหลือแต่ครูประทินคนเดียวที่ยังอยู่จนเกษียณอายุ ผมยังมีความหวังว่าลูกศิษย์ของครูประทิน
อีกหลายคนจะได้ดิบได้ดีเหมือนกับท่านเจ้าอาวาส ที่ได้เป็นผู้นำชุมชน เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ
เป็นที่นับถือของประชาชน.....
 แม้วันนี้ผมจะไม่มีความสำเร็จใดๆ ที่พอจะทำให้ครูประทินภาคภูมิใจได้ สำหรับผมแล้วโลกนี้ไม่มีอะไร
ให้น่าพิศวาสน่าลุ่มหลงอีกแล้ว มันเป็นเพียงกองขยะกองโตเท่านั้นในสายตาของผม การพบหน้าของเรา
ในวันนี้ ในคราวประชุมติดตามและประเมินผลการนำแผนพัฒนาการศึกษาไปสู่การปฏิบัติของศูนย์พัฒนา
เด็กเล็ก ผมได้พบกับครูประทินในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการศึกษาประจำตำบล ซึ่งผมเป็นเลขานุการ
ในการประชุมครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะผ่านมายาวนานเพียงใด แต่ความเคารพบูชาที่มีต่อครูประทินยังคง
เต็มเปี่ยมในหัวใจของผมตลอดไป ผมได้พบกับครูประทินเหมือนกับการได้พบกับญาติที่สนิทที่สุด 
แม้ครูจะให้กำลังใจในการทำงานของผมตามประสาครูกับศิษย์ก็ตาม ผมทำได้เพียงยกมือไหว้ครูของผม
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่รู้จะเอ่ยถ้อยคำอะไรเลย มันอัดอั้นตันใจไปหมดจนแทบหลั่งน้ำตา ผมควรจะสอบถาม
สารทุกข์สุกดิบของครู แต่ก็ไม่ได้ทำ ผมควรจะหาเวลาไปพูดคุยกับครูบ้างที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ไป ผมไม่รู้จริงๆ 
ว่าควรพูดจาอะไรกับครูของผม ความจริงแล้วผมก็คือผลผลิตจากเบ้าหลอมของครูประทิน ครูประทิน
คือเบ้าหลอม คือแม่พิมพ์ของชาติ ผมยังมีความหวังว่าวันหนึ่ง ผมจะมีโอกาสได้เผยความลับที่อยู่ในใจผม
ให้แก่ครูของผมได้ทราบ ก่อนที่ท่านจะลาจากโลกนี้ไป หรือก่อนที่ผมจะจากโลกนี้ไป แม้คำพูดของผม
อาจไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับครูประทิน ครูอาจไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด หรืออาจจะไม่ยอมรับในตัว
ลูกศิษย์คนนี้ แต่ผมก็ควรจะต้องทดแทนในความเอื้ออารีของท่านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมเก็บมาคิดเล่นๆ 
ว่าถ้อยคำใดหรือที่ควรเอ่ยกับครูประทิน โดยที่ท่านไม่คิดว่าผมบ้าหรือเพี้ยนไปแล้ว เพราะตลอดเวลา
ที่ผ่านมาผมได้พบเพียงความว่างเปล่า สิ่งใดหรือจะเป็นแก่นสารสาระสำหรับศิษย์คนหนึ่งที่จะมอบให้แก่ครู
อันเป็นที่รักของเขา ท่านเจ้าอาวาสซึ่งเป็นลูกศิษย์ของครูประทินอีกท่านก็คงได้กล่าวไปหมดแล้ว 
การที่ท่านแตกฉานในภาษาบาลีสันสกฤตซึ่งเป็นภาษาแท้ๆ ดั้งเดิมเสมือนเป็นถ้อยคำจากโอษฐ์ของ
พระศาสดาโดยตรง แต่ผมก็รู้ว่าภาษาไม่มีความหมายใดๆเลย หากแต่เป็นพลังงานที่อยู่เบื้องหลังภาษา
นั้นต่างหากที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง และสามารถยกจิตวิญญาณได้อย่างแท้จริงด้วย ภาพลวงตาของโลก
กำลังครอบงำมนุษย์ที่ตกเป็นทาสแห่งการเวลา อาจารย์ของผมท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ได้สั่งสอนผม
ให้เข้าใจในสิ่งต่างๆ มากมายเกี่ยวกับชีวิตและจิตวิญญาณ ผมคิดว่านอกจากจะแนะนำท่านอาจารย์
ให้แก่ครูประทินได้รู้จักแล้ว ถ้ามีคำพูดอันว่างเปล่าสักคำที่จะเอ่ยบอกกับครูประทิน ผมคิดเล่นๆ เอาเองว่า
 ผมจะบอกท่านว่า... เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป สุญตา อมตะ................................            
18 พฤศจิกายน 2562 18:49 น.

Astral City การเดินทางของจิตวิญญาณ

คีตากะ


เรื่องราวของชายคนหนึ่ง เขามีอาชีพเป็นนายแพทย์ มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่แล้ว
ความตายก็มาพรากทุกอย่างของเขาไป ทำให้เขาได้เดินทางไปสู่อีกมิติหนึ่งทางจิตวิญญาณ
แล้วเรื่องราวการเดินทางของชีวิตภายหลังความตายก็บังเกิดขึ้น...
เรื่องราวของชายผู้ที่สามารถสื่อสารระหว่างโลกและโลกหลังความตาย ผู้บรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ที่สูญเสีย
ทั้งหลาย
Lovers  0 คน เลิฟคีตากะ
Lovings  คีตากะ เลิฟ 0 คน
Lovers  4 คน เลิฟคีตากะ
Lovings  คีตากะ เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟคีตากะ
Lovings  คีตากะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงคีตากะ
>