3 ธันวาคม 2549 19:58 น.

เช้าหนึ่ง..จิบโกปี้..นอกชานเรือน

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        รอยต่อระหว่างฤดูฝน....ฤดูหนาว."

   ลมพัดผ่านแผ่วเบา......

       ตอนเช้าที่ฉันกำลังจิบโกปี้....อยู่ตรงนอกชานเรือน
รสชาติขมปี๋เจือหวานนิดหน่อย  มันช่างได้อารมณ์
เสน่ห์ของโกปี้สำคัญที่ความขมเข้มสะใจ
ขนมชะโกย,กอเด๊าะ,ขนมเพาะไก่และโรตี
คือของแกล้มอย่างอร่อยเลิศชั้นดี
ปลดปล่อยความฝันจินตนาการด้วยความสุนทรีย์

       บรรยากาศเช้านี้ ทำไมถึงสวยงามอย่างนี้
หรือฉันไม่เคยสังเกตุสิ่งที่อยู่รอบตัวในรอบหลายๆปี
เพราะมัวแต่วิ่งไล่แข่งขันกับงาน,กับเงินและผู้คนในสังคม
อากาศช่างรื่นรมณ์เมื่อได้ดมกลิ่นไอดิน บวกกับกลิ่นของโกปี้

        มองไปข้างหน้ากว้างไกลสังเกตุสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
เหม่อมองไปข้างหน้าบ้าน  ท้องทุ่งนาเขียวงอกงามขจี
ข้าวตั้งท้องแล้ว..เริ่มเป็นรวงเรียวแล้ว.ไม่นานถึงฤดูเก็บเกี่ยว
อีกไม่ช้าไม่นานเราคงได้เห็นผลผลิตจากเรี่ยวแรง

        เมื่อลมพัดแผ่วเบา ใบข้าว รวงข้าว พริ้วไสว ไหวเอนล้อลม
ฉันรู้สึกตัวอีกครั้งได้สติ เมื่อยกแก้วจิบโกปี้ที่ชงแก่อย่างขมที่สุด.....






                19 พฤศจิกายน 2549				
2 ธันวาคม 2549 21:09 น.

ผงาดง้ำค้ำด้ามขวาน

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.      ขวานเล่มหนึ่ง   ปลายด้ามขวานกำลังลุกไหม้ ด้วยไฟเผาผลาญ  
จากฝีมือใคร   เงื้อมือปีศาจ  ด้วยเงาดำที่ยังทมิฬมืด?
โฉดชั่วและโง่เขลายิ่งนัก เผาผลาญบ้านของตัวเอง..!
วางเพลิงโรงเรียนที่ลูกของตัวเองเล่าเรียน..!
ไม่รู้ใครเป็นใคร อาจสัญจรอยู่ในฝูงชนผู้บริสุทธิ์แยกแยะไม่ออก

       กองพลซาตาน ซุกซ่อนตัวอยู่กับอั้งยี่ซ่องโจร
การปลูกฝังศรัทธาชั่วทราม คำภีร์บิดเบือน แนวทางที่ผิดคือภาคทฤษฎี
ภาคปฏิบัติคือการทำลาย บ้าอำนาจคอยซุ่มโจมตี อย่างโจร วิถีโจร
คอยหลบซ่อนแฝงตัวอยู่ในที่มืด...................

       สมุนกองทัพ มารร้าย....
ภารกิจจำเป็น ตระเวณหาเหยื่อบริสุทธิ์ผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไป
ลอบฆ่า,ยิงทำร้าย,วางระเบิด....สร้างสถานการณ์
สะใจเมื่อผู้คนหวาดกลัว เกิดความไม่เข้าใจคลางแคลงกัน..
ระหว่างสองศรัทธาชน บนผืนแผ่นดินรูปขวาน.......

       หากเกิดการระแวงขยาดมองศรัทธาชนอิสลามเป็นหัวรุนแรง
เป็นอันว่าเป้าหมายบรรลุผลสำเร็จไปขั้นหนึ่ง.......
หากเกิดการขัดแย้ง สร้างสถานการณ์ ข่มขู่ด้วยทวีความรุนแรง
คราเมื่อผู้คนต่างหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจ กองโจรเถื่อนกำลังหัวเราะ ฮ่าๆๆ

      ธงชาติไทย    โบกสะบัด พริ้วลม...
แต่กลับรู้สึกว่าเสาธงสั่นสะท้านแทบจะหักล้มลงสู่ผืนดิน
เสาธงชาติไทยโยกคลอน คล้ายคนเถื่อนจำนวนหนึ่งผู้ไม่หวังดีพยายามจะพังมันลงมา   

       กองกลุ่มขบวนการโจรผู้บ้าอำนาจ กระหายอยากสร้างสถานการณ์รุนแรง
เหตุผลเพราะเพื่อสร้างความขัดแย้งและหาแนวร่วมปลูกฝังศรัทธาที่ผิด
เงื้อมมือปีศาจ กำลังทำการด้วยความบังอาจ.........

       สามัคคี สมานฉันท์ตามวิถีไทย.........
สกัดกั้น ขัดขวาง ผงาดง้ำค้ำไว้......................
ก่อนที่ขบวนการโจรจะจุดไฟเผาธงชาติไทย..............






              30  พฤศจิกายน  2549


            .


				
2 ธันวาคม 2549 20:19 น.

นักเตะฝุ่น

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.         จบมหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานปริญญา
พ่อแม่ พี่น้องญาติ เพื่อน แสดงความดีใจกันถ้วนหน้า
ถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกเปิดย้อนดูวันเวลา
ให้ใครได้รู้ว่ากูลูกชาวนา ชาวสวนจบปริญญาด้วยยางพารา

         ฉันเป็นแค่นักเตะฝุ่นเมือง
เตะรองเท้าผ้าใบสีขาวจนกลายเป็นสีเหลือง
เตะจนขาดผุพัง มานับไม่ถ้วนจนเปลือง
แต่การหนีฝุ่นยิ่งหนีเท่าไหร่มันยิ่งเข้ารบกวนหาเรื่อง

        สมัครสอบแข่งขันเพื่อทำงานรับราชการ
แล้วใครจะรู้ว่านั่นคือความหวังมหาศาล
สมัครงานสายรัฐศาสตร์ กี่ครั้งแล้วเลยผ่าน
แต่ความหวังคือพรุ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องของเมื่อวาน

        เมื่อวงจรการทำงานเอกชนท่ามกลางกรุงเทพมหานคร
ภาวะการเงินคือเงินเดือนชนเดือน
หรือภาวะเงินรอยต่อระหว่งเดือนเกิดเงินขาด
งบอาหารการกินก็ไม่เดินสะพัด
เกิดความอึดอัดภายในใจ  เกิดระยะไส้แห้ง

        ฉันยอมฉีกตัวเองจากกรุงเทพมหานคร
คืนสู่ภูมิลำเนา ถิ่นอยู่บ้านเกิดเมืองนอน
กลับไปทำนา,กรีดยางพารา,ทำไร่ไปพลางๆก่อน
เฝ้ารอฉกฉวยแย่งชิงโอกาศเมื่อโชคจังหวะและเวลาเป็นใจให้เราต่อกร

        เมื่อใดที่ถึงวันนั้นความหวังและชัยชนะ..........................
ข้าฯจะประกาศก้องว่า..ข้าฯคือนักเตะฝุ่นผู้มีพรสวรรค์..................





                   17  พฤศจิกายน 2549				
30 พฤศจิกายน 2549 18:51 น.

ภาพเสมือน..ฉัน.?

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.       คนใบ้ที่เป็นบ้าวิกลจริต ตาบอด หูหนวก
แขนด้วน ขาเป็นโปลิโอ และโดนตะปูตำเท้าทั้งสองข้าง
กำลังหลงเดินทางอยู่ท่มกลางทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาลอย่างเดียวดาย
แหกปากร้องตะโกนอย่างสุดเสียง  

        เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ เสื้อผ้าสวมใส่
กระดูกปูดโปนร่างกายผอมโซกะหร่อง หิวโหยและกระหายน้ำ กลางฤดูร้อน
เดินทางฝ่าพายุทะเลทรายเสียงอึกทึกสนั่นหวั่นไหวโดยไม่ได้ยิน
ไม่มีจุดหมาย ไร้ปลายทาง  ไม่มีความหวัง..........

        แต่ยังมีความพยายาม อดทน อุตส่าห์ที่จะฝืน........
ทั้งที่คำตอบคือ.....................?




             19  พฤศจิกายน  2549				
30 พฤศจิกายน 2549 18:32 น.

กุ้งนาง,ปลาซิว

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.         เมื่อคืนและเมื่อวานฝนตกหนัก.........
ฝนตกหนักห่าใหญ่..มรสุมเคลื่อนตัว.......
ช่องทางน้ำบนคันนารั่ว...........
ทะลักล้นสู่นาอีกบึง..........

.         เมื่อวานน้องชายคนเล็กและยาย.......
กางร่มวิ่งฝ่าสายฝนหนัก...............
เอา ตาข่าย,อวน,สวิงตาถี่.....................
ดักตรงช่องน้ำบนคันนาที่น้ำล้นปรี่.............
กลับมาบ้าน..ค่อยมาดูในเช้าวันพรุ่งนี้............

.          ตอนเช้า........อีกวัน......
กุ้งนางและปลาซิว กระดิกดีดดิ้นอยู่ก้นตาข่ายสวิง............
หายใจพะงาบ พะงาบ.......
ปลาอีกจำนวนหนึ่ง..หลุดพ้นไปแล้ว........
สูญสิ้นไม่มีโอกาศจะดีดดิ้น..................

.         แม่ บีบขี้ปลาซิว  เอาไปต้มตะไคร้.............
แม่ จัดเครื่องแกง ผัดเผ็ดปลาซิว......เราจะได้อร่อยเหาะมื้อใหญ่......
ยายไปเด็ดยอดมะม่วงหิมพาน มายำกุ้งนาง........
แม่ ทำกะปิดีปลี...................
จับกุ้งนางเป็น เป็น จิ้มดีปลีกินกับข้าวสวย........
นึกแล้วน้ำลายไหล..........
อาหารง่ายๆ หามาได้........ตามท้องนา...............





                21  พฤศจิกายน  2549

.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ