16 กุมภาพันธ์ 2550 09:46 น.

ยามเฝ้าแผ่นดิน

ตราชู

ยามเฝ้าแผ่นดิน
	เวียงไทยหวาดไหวทั่ว
ริกริกรัวแลร้อนรน
เคี่ยวขับ คนกับคน
ยังค้างคา ยังน่าขาม
	ก้องกึกข้าศึกเก่า
คอยจ้องเข้าขู่คุกคาม
ห่วงใยจึงใช้ยาม
คือ แป๊ะยักษ์  ปักหลักยืน
	ยักษ์เอ๋ย....อย่าเอ่ยอ้าง
สุมไฟฟางสู่ฟ่อนฟืน
เผ่าพ้อง ภพผ่องผืน
จักพับแผ่ พ่ายแพ้ภินท์
	จงห่วง จงหวงแหน
เฝ้าผืนแดน เฝ้าแผ่นดิน
ชูเชิดความเฉิดฉิน
ใช่เฉเฉียงมุ่งเพียงชัง
	มัวกู่ ด่าหมู่เก่า
พลุ่งเพลิงเผาให้พับพัง
หนักแค้นอัดแน่นขัง
โดยคึกคักด่าอักโข
	มุ่งหมายยกนายใหม่
ให้ยิ่งใหญ่ คนไชโย
แรงเติบกำเริบโต
รุ่มร้อนติดแผลงฤทธิ์ตาม
	ยักษ์เอ๋ย....จงเอ่ยอ้าง
ทุกสิ่งอย่างสมเป็น ยาม
ตอบถ้อย ทั้งคอยถาม
ครบ, ถี่ถ้วน ถึงมวลธรรม
	จงใช้ หัวใจ ชี้
สิ่งใดดี, สิ่งใดดำ
อย่าขามกับความขำ
ต้องไสขับสิ่งคับขัน
	ใฝ่เห็นแล้วเฟ้นหา
มีหูตาอย่าตีบตัน
ก้าวนำเพื่อกำนัล-
สุขถ้วนหน้าสู่ธานี
(๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐)

หมายเหตุ
คำว่า ความขำ เป็นคำเก่าครับ  ซึ่งหมายถึงเรื่องอันมีนัยหรือควรปกปิด ขอยืนยันด้วยพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ดังนี้ครับผม
ขำ
คำ :
ขำ ๒
เสียง :
ขำ
คำตั้ง :
ขำ ๒
ชนิด :
น.
ที่ใช้ :
 
ที่มา :
 
นิยาม :
สิ่งหรือข้อความที่มีนัย ไม่ควรเปิดเผย เช่น ความขำต้องอำพราง.
(นำข้อมูลจาก
http://rirs3.royin.go.th/ridictionary/lookup.html
ครับผม)				
13 กุมภาพันธ์ 2550 13:51 น.

แม่ศรีสุพรรณหงส์

ตราชู

แม่ศรีสุพรรณหงส์
(รูปแบบการเขียน ได้เรียนรู้จากบทกวี แม่ศรีเอย นิพนธ์โดย ท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ จากคอลัมน์ ข้างคลองคันนายาว หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ครับผม)

	แม่ศรีเอย					แม่ศรีสวยสม
อวดเนื้ออวดนม					ยั่วนวลยวนเนียน
อย่าเหลิงเริงนัก					จงรักการเรียน
อย่าโปร่งโล่งเลี่ยน					เลยงามทรามวัย
	แม่ศรีเอย					แม่ศรีอัปสร
มีผ้ามีผ่อน						อาภรณ์อำไพ
เปลื้องผ่อนเปลื้องผ้า				จี๋จ๋าถึงใจ
ไปไหนต่อไหน					ลอยหน้าลอยตา
	แม่ศรีเอย					แม่ศรีสดใส
เหมือนดวงดอกไม้					มาลัย มาลา
ควรออมถนอมนวล				ชื่นชวนบูชา
เพิ่มคูณพูนค่า					โสภาบุษบัน
	แม่ศรีเอย					แม่ศรีสุพรรณหงส์
สำรวยสวยทรง					ใหลหลงลาวัณย์
ต้องรู้กาละ-					เทศะสำคัญ
จึงควรคู่ขวัญ					แก้วกัลยาเอย
(๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐)				
13 กุมภาพันธ์ 2550 09:38 น.

รักเพราะเธอ.....

ตราชู

รักเพราะเธอ.....
(แรงบันดาลใจจากบทกวี วิถีเรา นิพนธ์โดย ท่านคมทวน คันธนู จากหนังสือ จตุรงคมาลา)  ครับผม
ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒
	สลวยรักสลักร้อย
สวาทถ้อยสุวาทิน
และผูกพันมิผันผิน
มิร้างผลัก ณ รักพลี
	อนันต์รักอนรรฆรุ่ง
ประมวลมุ่งประโมทย์มี
ชิวาศานต์ชวาลศรี
ประดาสรรพประดับแซม
	ทิวาสรรค์ตะวันส่อง
อร่ามก่องอุไรแกม
ประเล่ห์ถั่งพลังแถม
เถกิงยลถกลยาม
	มิได้แสร้งแสดงส่อ
เพราะหวังก่อพะวงกาม
มิถือเหยียดประเทียดหยาม
ผลิรักอยู่เพราะรู้ยอม
	ประสานกิจประสิทธิ์เกื้อ
เสน่ห์เอื้อสนิทออม
ประทิ่นให้หทัยหอม
มิล้าแห้งฤแล้งหาย
	เสถียรทิศสถิตแท้
พิพัฒน์แผ่พิภพภาย
ระรินโปรยระโรยปราย
กุสุมเปรมเกษมปราณ
อีทิสังฉันท์ ๒๐
	รักเพราะเธอน่ะคงอนงค์สะคราญ
รุจีรจิตวินิจวิจาร-				ณจริงใจ
	รักเพราะเธอน่ะเปรียบประเทียบอุทัย-
อรุณทวีวิถีไสว					สว่างวาว
	รักเพราะเธอกุก่องระรองสกาว
ฤดีประดิษฐ์มิผิดกะดาว				ตระการดล
	รักเพราะเธอน่ะจ้วงทะลวงประจญ-
อธรรมพิลึกอธึกสถล-				วิถีจร
	รักเพราะเธอน่ะกล้าจะพานิกร-
ประชาผละพ้นทุรนสมร				มุสงคราม
	รักเพราะเธอน่ะกล้าจะว่าประณาม
อะไรอะไรพิสัยผิว์ทราม				แหละเสื่อมโทรม
	รักเพราะเธอน่ะคล้ายละม้ายกะโคม
พยับนภางคกลางโพยม				ก็ลำยอง
	รักประกอบประคิ่นถวิลประคอง
ณ ฉันและเธอเสนอสนอง				นิรันดร
(๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐)				
12 กุมภาพันธ์ 2550 08:46 น.

โหมโรงแห่งคิมหันต์

ตราชู

โหมโรงแห่งคิมหันต์
(แรงบันดาลใจจากบทกวี หมากหมกเม็ด นิพนธ์โดย ท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ คอลัมน์ ข้างคลองคันนายาว หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (ฉบับเมื่อวานนี้) ครับผม
	ลมหนาวแผ่วแล้วผ่อนลาจรผัน
ล่วงคิมหันต์หนหาวผากผ่าวแห้ง
ลมร้อนปลิวพลิ้วเปลี่ยนผันเผียนแปลง
ความร้อนแล้งเยือนหล้าไม่ราเลย
	เรื่องร้อนร้อนร่อนร่ารับน่าร้อน
เหลือผันผ่อน ผันผาย เลวร้ายเผย
หมายเริงชื่นรื่นชมภิรมย์เชย
กลับลงเอยอักอ่วนคร่ำครวญอึง
	พาลยังบ้าท้าระบอบเที่ยวล๊อบบี้
โอ่ท่าทีด่าไทยทำใจถึง
ดูเติบโตโต้ตั้งตีตังตึง
คงดื้อดึงเดือดได้พูดให้ดัง
	เรื่องชำรุดทุจริตเพิ่มฤทธิ์ร้าว
ฟังเกริ่นข่าวเกินแค่นความแค้นคั่ง
โกงแทรกแซงแสร้งเสซวนเซซัง
ร้าวรานหวัง ร้าวทวีแท็กซี่เวย์
	หมู่ผู้เฒ่าเล่าก็ถดเหมือนหมดท่า
ไขว่ไขว่คว้าเคว้งคว้างขัดขวางเขว
แจวเรือจ้องล่องจ้ำอยู่จำเจ
กลัวพังเพพับผางลงกลางภัย
	คลื่นใต้น้ำคล่ำหนักไม่ยักนิ่ง
รอแทรกสิงเสียดซ้อนซัดซอนใส่
รัฐฯ ป้อแป้แปรเป๋ปรวนเปรไป
ทำสิ่งไรรอนรอนราวอ่อนแรง
	ลมหนาวแผ่วแล้วผ่อนลาจรผัน
ยามคิมหันต์เหินหาวยิ่งร้าวระแหง
ซุนฟืนซ่อนฟอนใส่สุมไฟแซง
ยิ่งร้อนแดงดิ้นระด่าวรุมด้าวแดน
(๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐)				
8 กุมภาพันธ์ 2550 09:18 น.

สองกระแส

ตราชู

สองกระแส
ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒
	คระโครมคลื่นคระครื้นคลั่ง
อธึกถั่งอุทกเท
แหละเรือหวนก็รวนเห
พิลึกโหมพะลมฮือ
	ประสานแซ่กระแสสอง
ระคางข้องระคนคือ-
มรุตวิ่ววะหวิวหวือ
ฉวัดเวียนเฉวียนวน
	ผิว์พวกกราบประภาพเก่า
สิอ้างเอาซะอึงอล
พยู่ห์ผองผยองผล
สะคราญผ่องจะครองภูมิ
	อุบายทัศน์อุบัติเถื่อน
ประหวั่นเปื้อนประวัติปูม
ละโลดไฟประลัยฟูม
กระอุกฟาดมิอาจฝืน
	กลีเลศกิเลสหลาก
ระบบ ปากกระบอกปืน
สยอนกลบสยบกลืน
ประเทศกรมระทมกรอม
	คณาหมายกะนายใหม่
พยู่ห์ใหญ่ก็ยินยอม 
ผนวกลึกผนึกหลอม
พลังหลั่ง พลังหลาย
	มิล่าถดสลดถอย
ผิว์ทวยถ่อยน่ะท้าทาย
สนองกิจ สนิทกาย-
ฤทัยกล้าปะท้ากราน
	กระแสสองก็ซ้องซัด
มิอาจทัดมิอาจทาน
กระโชกชัดฉะฉาดฉาน
เพราะฉุกเฉินเผชิญเชิง
วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
สั่นทั่วสะเทือนบุรสะท้าน
พลร่านอุภัยเริง
ไล่ล่าละล้วนกุธเถลิง
กิระเลื่องกระเดื่องลือ
	ใครเลวเลอะลามมุหะไถล
ตริยุให้ประชาฮือ?
ใครที่พิทักษ์นครถือ-
คุณถ่องคระลองทาง?
	เวลาเฉลยสตยแล้ว
กระจะแพรวมิอำพราง
ซึ่งสรรพสิ่งก็จะสะสาง
สจจ์แจ้งแสดงจริง
	ไทยเผ่า ณ ภาคปฐพิพื้น
ก็จะตื่นและไหวติง
ไล่สิ่งสะสมผรุสสิง
มนะเศร้าจะเซาซา
	พร้อมสร้างพิศาลพิพิธสันต์
สิริพรรณวราภา
สืบทอดสถิตสถิรถา-
วรธรรม์ภินันท์ ไทย
(๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐)				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงตราชู