27 ตุลาคม 2550 11:29 น.

สี่พระหัตถ์

ตราชู

สี่พระหัตถ์

	พราวนวลโทพระหัตถ์นี้...............พระพี่นาง
เชษฐ์ราชดำรูวรางค์...............อร่ามพร้อม
ลำเค็ญเกิดขัดขวาง...............นครขื่น
พลันห่างโดยพระหัตถ์ห้อม...............ห่มให้โศกหาย

	แลรายชนยากไร้...............เรียงรัน
หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พลัน...............พบพ้อง
โอสถรักษาสรรพ์...............โรคเสื่อม
เถินถิ่นฐานแถวท้อง...............ที่ไท้ดลถึง

	รำพึงถึงพระหัตถ์แผ้ว...............โพยภัย
หัตถ์ทิพย์มณฑลไผท...............ทุกเหย้า
ปรานีบ่มีไหน...............ปานประหนึ่ง
รินรื่นรมยาเร้า...............ราษฎร์แจ้งใจจำ

	พราวนำโทพระหัตถ์นี้...............นาถา
จำรัสกลางใจนรา...............รุ่งเรื้อง
ราเชนทร์ราชอนุชา................เชษฐ์นาฏ
ทุกข์บ่มในทุกเบื้อง...............บั่นทิ้งทันใด

	ภูวไนยทรงมุ่งเน้น...............ดำเนิน
แดนโขดคีรีเขิน...............เขตขั้น
แรมหนระหกระเหิน...............หลายแห่ง
ร่มฉัตรยังเชิดชั้น...............เฉิดให้ชนเห็น

	เมืองเย็นยามราชยั้ง...............ยังเมือง
เมืองขุ่นราชดับเคือง...............ขุกไข้
เมืองนันท์เมื่อราชเนือง...............อเนกกิจ
เมืองเทพคือเมืองไท้...............ท่านสร้างทรงศรี

	สี่พระหัตถ์สองราชให้...............ราษฎร์หวน
ทรงสุขผองผสกสรวล...............สร่างสร้อย
ปิ่นฉัตรท่านทรงประชวน...............ประชาห่วง
ขอพร่ำพจนาพร้อย...............เพริศซ้องสดุดี

	สี่พระหัตถ์สองราชให้...............พระโรคหาย
ทรงเจิดคุณกำจาย...............ประจักษ์หล้า
รังรองดั่งนารายณ์...............จตุรหัตถ์
เป็นนาถชนเนิ่นช้า...............เฉกนี้นิรันดร์สมัย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นายชูพงค์ ตรีวัฒน์สุวรรณ เขียนถวาย จากความห่วงใยในพระอาการประชวนแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นล้นพ้นพระพุทธเจ้าข้า

(๒๖ ถึง ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐)

หมายเหตุ
๑.	คำว่า เชษฐ์ราช ในโคลงบทแรก บาทที่ ๒ ตั้งใจจะใช้ในความหมาย พี่ของพระราชา
๒.	โคลงบทที่ ๔ บาทที่ ๓ ว่า ราเชนทร์ราชอนุชา...............เชษฐ์นาฏ ตั้งใจใช้ในความหมายว่า ราชาผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นพระอนุชาแห่งพระพี่นาง
๓.	หากการใช้คำทั้งสองแห่งดังกล่าว กระทำให้ความหมายเลือนไป เนื่องจากความด้อยสติปัญญาของผม ผมกราบขอประทานอภัยจากทุกท่าน ณ ที่นี้ด้วยครับผม				
19 ตุลาคม 2550 08:53 น.

สร้างเพื่อใคร???

ตราชู

สร้างเพื่อใคร???

	เรามีเสื้อเนื้อละมุน เมื่อคุณซื้อ
รายได้ถือถวายไท้เทิดในหลวง
มิ่งขวัญชาติราษฎร์พร่ำพร้อมบำบวง
เราร่วมสรวงสักการบรรสานกัน

	เราสร้างเหรียญระเมียรละไมเพื่อในหลวง
รายได้ปวงถวายไว้เจ้าไอศวรรย์
เชิญเชิดชูบูชาเพื่อราชัน
เหรียญรุ่นนั้น รุ่นนี้ มากมีประมาณ

	เราสร้างวัดพัฒนาในครานี้
ด้วยเป็นปีปราโมทย์ช่วงโชติฉาน
เพื่อในหลวงปวงเราเลิศเอาฬาร
เชิญทุกท่านอวยธนาสร้างอาราม

	โครงการนี้พลีให้องค์ในหลวง
ทรงเป็นดวงจินดาเด่นหล้าสยาม
ให้ลือชาปรากฏพระยศงาม
เชิญทุกคามถ้วนครบสมทบทุน ฯลฯ

	สรรค์ทุกอย่างสร้างอะไรอ้าง ในหลวง
ฟังหลายช่วงชัดครันแล้วหมั่นครุ่น
คิดคลางแคลงแหนงกระไรพวกใจบุญ
มีธรรมสุนทร์ซึมซ่านสักปานใด?

	เต็มกระเป๋าเท่าไหร่กำไรหลาย?
นำถวายท่านแน่สักแค่ไหน?
เหมือนพจน์พร้อยถ้อยคำที่ร่ำไร
หรือว่าไม่เหมือนพจีพาทีจริง?

	แปดสิบปีที่พระองค์ดำรงพิลาส
ขอปีศาจแซกซ้อนอย่าซอนสิง
ชูราชพร่ำอำพรางเพื่ออ้างอิง
สร้างสรรค์สิ่งพิเศษเหลือ.....สร้างเพื่อใคร???

(๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐)
ข้อความทิ้งท้าย

	ผมเบื่อคนที่ทำอะไรอ้าง ในหลวง พอๆกับคนที่พูดอะไรก็อ้าง เศรษฐกิจพอเพียง นั่นแหละครับผม				
10 ตุลาคม 2550 15:50 น.

กราบหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ตราชู

กราบหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

	เทียนใจทอถ่องแจ้ง...............ทางจร
เทียนพ่อคือธรรมพร...............ผ่องแผ้ว
ธรรมสัจเทศนาสอน...............ทุกสิ่ง
ปรากฏ ปัญญาแก้ว...............กอบกู้โลกัย

	ใดใดในโลกล้วน...............อนิจจัง
คงแต่ธรรมาตรัง...............ตรึก, แจ้ง
อินทรีย์อาจโทรมสัง-...............ขารเสื่อม
ฤาอาจเลือนลบแล้ง...............เลิศถ้อยพาที

	ปรานีนรชาตินั้น...............จำเนียร
หลวงพ่อปัญญา เพียร...............พากย์อ้าง
สืบทอดพุทธศาสน์เสถียร...............สรรพ์สถิต
ปองลบกาลีล้าง...............เล่ห์ร้ายหลอกลวง

	กายหลวงพ่อลับโอ้...............อาลัย
อนาคตจักมีใคร...............ครุ่นเฝ้า
รักษาพุทธศาสน์ใส...............พิสุทธิ์ส่อง
ชูชุบชนค่ำเช้า...............ช่วยค้ำคูณเสมือน

	รางเลือนริบหรี่แล้...............หลากสงฆ์
ยากปลิดอามิสปลง...............ปลดเปลื้อง
หวงยศห่วงประโยชน์ยง...............ยึดติด
หลายอย่างจึงยักเยื้อง...............โยกย้ายโยนเยน

	หลักเกณฑ์เจียนโก่นล้ม...............หลักการ
นอกผ่องในพบพาน...............ผุสิ้น
เพียบไสยศาสตร์ไพศาล...............พิษส่อ
ลวงล่อชนเชื่อลิ้น...............ล่มล้มหลับใหล

	เทียนใจลูกจุดแล้ว...............อัญชุลี
หลวงพ่อเพ็ญคัมภี-...............รภาพแท้
โปรดดลซึ่งสวัสดี...............ผดุงศาสน์
ชนกอปร ปัญญา แก้...............กิเลสย้อมมอมสยาม

(๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐)



หมายเหตุ

	โคลงบาทที่ ๑ บทที่ ๒ ในเครื่องหมายอัญประกาศนั้น คัดจากวรรณคดี ลิลิตพระลอ ครับผม				
4 ตุลาคม 2550 16:39 น.

หุบเขากินคน

ตราชู

หุบเขากินคน

กลอน ๔

	หุบเขากินคน
มากล้นคุณค่า
งานท่านครูบา
มาลา คำจันทร์

	หุบเขากินคน
คือมนต์ตรึงมั่น
จดจำสำคัญ
ความสามัคคี

	หุบเขากินคน
เข้มข้น, สุขี
คือมิตรไมตรี
กองธงเสือดำ

	หุบเขากินคน
บันดลดื่มด่ำ
ถ้อยคำทุกคำ
เทียมถ้อยทองทอ

	หุบเขากินคน
หมองหม่นจริงหนอ
พวกห่าบ้าบอ
แต่งต่อเติมไป

	หุบเขากินคน
สับสน, สงสัย
วันนี้ทำไม
ผันไพล่พลิกแพลง

	หุบเขากินคน
ถูกกลกลั่นแกล้ง
นายทุนทิ่มแทง
ทุ่มโถมบีฑา

	หุบเขากินคน
มีผลถูกพร่า
ลวงตุ๋นหลอกตา
ไม่น่าติดตาม

	หุบเขากินคน
ซุกซนช่องสาม
ช่องสาม ช่องทราม
เหิมห่ามสิ้นดี

	หุบเขากินคน
ถูก ชลลัมผี
เหยียบย้ำย่ำยี
ยู่ยี่ยลยิน

	หุบเขากินคน
กินจนแหว่งวิ่น
เจ็บจิตอาจิณ
ต้องกินน้ำตา!!!

(๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐)

ข้อความเสริมท้าย

	ผมยังคงผูกพันกับ บดินทร์ วิชชุ บุญชู อัชฌา วิทยา คุณวรมันต์ (อ่านว่า คุ-นะ-วอ-ระ-มัน) พระมหาเทวีกุลประภาวดี วามพราหมณ์ (อ่านว่า วา-มะ-พราม) ฯลฯ อยู่ในจิตวิญญาณไม่เสื่อมคลาย ทุกชีวิตเต้นระริกอยู่ในความคิด จินตนาการของผมเสมอ และก็ของหลายๆท่านด้วย จริงไหมครับ 
	สิ่งที่โดดเด่นในนวนิยาย หุบเขากินคน คือการแทรกคุณธรรมเพื่อสอนเยาวชน ย้ำนะครับ สอนเยาวชน ไม่ใช่มอมเมาหรือโกหกวัยรุ่น ทุกอย่างเกี่ยวร้อยกันเป็นเหตุเป็นผล รองรับด้วยบรรทัดฐานทางประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรขอมโบราณ นอกจากนี้ ภาษาพรรณนายังไพจิตรเหลือเกิน ดังนั้น ผมจึงเสียความรู้สึกต่อละครโทรทัศน์เรื่องหุบเขากินคนทางช่องสามเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้สร้าง (จะเจตนาหรือไม่ เขาย่อมรู้แก่ใจ) ได้เหยียบย่ำบทประพันธ์ ของ ท่านมาลา คำจันทร์ โดยไม่เคารพต่อการสร้างสรรค์ของท่านเลย มุ่งจำเพาะความบันเทิงเริงรมย์เพียงประการเดียว มิหนำ ครั้นถูกตำหนิ ก็เถียงไถลแบบข้างๆคูๆ ผม ในฐานะผู้อ่าน จึงขอแสดงความคิดเห็นไว้ ณ ตรงนี้ด้วยครับผม				
3 ตุลาคม 2550 13:09 น.

ลำตัดรัฐบาล

ตราชู

ลำตัดรัฐบาล

กลอนเพลงลำตัด

	(สร้อย)
	บ้านเอยบ้านเมือง ไข้ขุ่นวุ่นเคืองเรื่อง ครม. (ซ้ำอีก ๑ เที่ยว)
ต้นประชาธิปไตย เอ๋ย ต้นประชาธิปไตย มองมองของไทยเห็นมีแต่ตอ

	หัวอกตรมขมขื่น
จำกลั้นกลืนขืนแข้น
เมื่อคราวชาติขลาดแคลน
มันคับแค้นใจคอ
ดูฉากม่านการเมือง
มีแต่เรื่องหมาหมา
เดี๋ยวลากไปลากมา
พาประเทศลงหม้อ
น้ำครำจัดซัดกระจาย
กว่านิยายบางเจ้า
ประชาชนทนเจ่า
ดูน้ำเน่าประจำจอ
คณะรัฐมนตรี
เห็นหลายทีจัดตั้ง
บ้างขึ้นตั่งลงตั่ง
บ้างก็ยังอยู่ต่อ
ผู้ลาออกไปก่อน
ขอกล่าวกลอนชมว่ากล้า
ไม่คิดเบ่งเก่งก๋า
กล้าล้างคาวที่ก่อ
พวกมาใหม่ให้ฉงน
เกรงแฝงกลครอบงำ
แถมเขี้ยวงอกออกมาง้ำ
ทำคดคดงองอ
เยื้องยักย้ายโย้เย้
แล้วสานเล่ห์โยงใย
ชักยุ่งเหยิงเหลิงใหญ่
ยามใครใครเยินยอ
ฝ่ายลูกน้องร้องพล่าม
พูดแต่ความแผลงแผลง
ลิ้นกระดิกพลิกแพลง
เพื่อยุแยง, สอพลอ
ไอ้หัวหน้าบ้าหนัก
กลายเป็นนักพัฒนา-
สิ่งสามานย์ด้าน, หนา
ความชั่วช้าแตกหน่อ
อยู่บนตั่งนั่งถุน
เที่ยวหาทุนเหมือนทุกที
ยิ่งหานักหนักถี่
มันเหลือที่จะด่าทอ
โอ้เมืองเอ๋ยเมืองสยาม
คงถึงยามถูกขยำ
เขาขยี้ยีย่ำ
สร้างระยำจนระย่อ
เราบรรดาประชาราษฎร์
เปรียบดังทาสเร่ร่อน
ลมหายใจรอนรอน
นรกร้อนกำลังรอ!!!

	(ซ้ำท่อนสร้อย)

		บ้านเอยบ้านเมือง ไข้ขุ่นวุ่นเคืองเรื่อง ครม. (ซ้ำอีก ๑ เที่ยว)
ต้นประชาธิปไตย เอ๋ย ต้นประชาธิปไตย มองมองของไทยเห็นมีแต่ตอ

(๒ ถึง ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐)

หมายเหตุ

	กลอนเพลงลำตัดนี้ ผมศึกษาจากการฟังแถบบันทึกเสียงซึ่งท่านพ่อเพลงแม่เพลงชั้นครูท่านร้องบันทึกไว้ ประกอบกับอ่านจากหนังสือกวีร่วมสมัยหลายบท ของกวีหลายท่าน ครับผม				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงตราชู