28 กุมภาพันธ์ 2550 10:00 น.

ตรัยรงค์ที่สีจาง

ตราชู

ตรัยรงค์ที่สีจาง
(แรงบันดาลใจจากบทกวีชุด รุ้งกินเมือง ของ ท่านคมทวน คันธนู ในหนังสือ นาฏกรรมบนลานกว้าง ครับผม)
วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
	ตรัยรงค์จรัสหทยราษ-
ฎรชาติธวัชชัย
บัดนี้อนาถจิตไฉน
ธรณีมิมีนันท์
	ตรัยรงค์มิรุ่งสิริอร่าม
รุจิวามวิลาวัณย์
สันสีสิสร่างถกลสรรพ์
ยลโศกวิโยคซม
	สีแดงสิเดิมระดะระดื่น
นิรรื่นวิรามรมย์
เลือดข้นน่ะขื่นรุธิรขม
บมิข้นละกลเคย
	เลือดจางเพราะจางกมลจืด
มนะชืดมิชื่นเชย
ภูมิชาติเผชิญภยก็เฉย
บรชวนก็รวน, เชือน
	หลงถ่อยกระเท่ห์ทุษประเทศ
เพาะกิเลส กุศลเลือน
หมองหมางทะมึนมุหะเสมือน
ชนมวลละล้วนมรณ์
	ขายชาติคุโชนอคนิเชื้อ
ริปุเถือเผด็จทอน
ไทยยิ่งแยะแยกอุระสยอน
ริษยามุยายี
	แดงสดก็เสื่อมรศมิแสง
กระจะแดงอุดมดี
เลือดผีก็พล่านเพราะคณะผี
พหุพรรค์ฉกรรจ์พล
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
	สีขาวอะคร้าวขุ่น
จลวุ่นกระหวัดวน
ฮือฮึกพิลึกหน
กลิหื่นคระครืนโหม
	สาดทรามเปรอะลามใส่
เลอะเทอะไสยศาสตร์โซม
ครื้นครั่นสนั่นโครม
นรคร้าม สยามครวญ

	สัมพุทธผุดผ่อง
นยน์มองก็เมินมวล
แซ่ซั้นกระสันสรวล
ทุรศาสตร์ฤขาดสูญ
	จึ่งไทยมิได้ถึง
พุฒิพึ่งพระศาสน์พูน
กึกก้องคะนองกูณฑ์
ระอุกาจวินาศกรรม
	เภทภัยประลัยเผา
มหเงาชะเงื้อมงำ
เจียนนาศอนาถหนำ
มรณา ณ ธานินทร์
สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙
	อีกองค์ขัตติยะเผยเฉลยพจนยิน
ดวงใจมิได้จินตน์					วิจารณ์
	อ้าง ภักดีปรมินทร์มหินทร์พระมหิบาล
ค้นคิดประดิษฐ์ขาน				คดี
	อ้าง ทำเพื่อพระบพิตรสถิตภพบุรี
ชีวิตอุทิศชี-					วชนม์
	แท้ห่วงอาตมะตั้งประนังหิต ณ ตน
ทรัพย์เปรอเสนอปรน				ซิ่เปรม
	ยิ่งกินยิ่งบมิอิ่มขยิ่มตะกระและเอม
โหยหาธนา, เหม					เพราะหิว
	ทุกแถวเทือกตะละเทือกกระเดือก ณ ตะละทิว
น้ำลายกระจายปลิว					ประโปรย
	ฉันนี้จึงกระอุผ่าวระด่าวพิพิธโพย
โกงกอบระบอบโกย				มิกลาย

มันทักกันตาฉันท์ ๑๗
	โอ้...! ตรัยรงค์เรื้องธุชวรระบาย
เพริศประเจิดพราย					พระแพรวพรรณ
	โอ้...! ครายุคเข็ญขณะปะริปุรัน
สีผสานกัน						ก็สีจาง
	โอ้...! สำเนียงเสียงบุรธรณิคราง
ราวจะบอกลาง					อะดักลาม
	โอ้...! ไทยฆ่าไทยระบุยุบลความ
ใครมิได้ขาม					ฤคิดเกรง
	โอ้...! เลือดรินหลั่งกลชลละเลง
ปวงประชาเอง					สะอื้นอึง
	ขอเถิดคนไทยสหชนคะนึง
ทวนระลึกถึง					ธเรศตรี
	ขอเถิดคนไทยสละสริร์ฤดี
ภักดิภูมี						สยามินทร์
	ขอเถิดคนไทยทะนุศุภบุรินทร์
ไทยมิได้ผิน					ผละหนีไกล
	ขอเถิดคนไทยนฤมิตไผท
สร้างสว่างใส					สุรีย์แสง
	ขอเถิดคนไทยกิติยศแสดง
รุ่งจรุงแรง					นิรันดร์เทอญ
(๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ส. ๒๕๕๐)				
23 กุมภาพันธ์ 2550 16:41 น.

น้อมวันทา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ตราชู

น้อมวันทา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
                กิดาหยันหมอบกรานอยู่งานพัด

พระบรรทมโสมนัสอยู่ในที่

บุหลันเลื่อนลอยฟ้าไม่ราคี

รัศมีส่องสว่างดังกลางวัน

                พระนิ่งนึกตรึกไตรไปมา

ที่จะแต่งคูหาสะตาหมัน

ป่านนี้พระองค์ทรงธรรม์

จะนับวันเคร่าคอยทุกเวลา

                ครั้นล่วงเข้ายามดึกสงัด

สงบเงียบเสียงสัตว์ทุกภาษา

วังเวงวิเวกวิญญาณ์

พระนิทราหลับไปในราตรีฯ

                ซอบรรเลงเพลงบุหลันลอยเลื่อน

เด่นดวงเดือนดวงทิพย์ประทีปวิถี

องค์พระพุทธเลิศหล้าเลิศบารมี

เคยทรงสีซอเสียงสำเนียงนวล

                พระปิ่นแก้วปกเกศเป็นร่มเกล้า

ข้าบาทเศร้าโศกซ้ำก่นกำสรวล

ทุกวันคืนขื่นขมระทมครวญ

คิดถึงมวลเมธีกวีไทย

                แต่ปางหลังครั้งพระองค์ธำรงราชย์

ทรงเกื้อศาสตร์ก่อสุขสู่ยุคสมัย

ปวงโกวิทกวีแก้วก่องแววไว

สิ้นลำบากยากไร้อยู่ร่มเย็น

                จนสืบโยงสู่ปรัตยุบันยุค

ให้แค้นขุกขุ่นเคืองรำคาญเข็ญ

ผองกวีอ้างว้างคว้างลำเค็ญ

ไม่วายเว้นเหว่ว้าโศกาวรณ์

                เมื่อความเรียงขานเรียงคารมร่ำ

คนลืมคำกลอนเก่าครั้งคราวก่อน

วัยรุ่นเหลิงเริงเล่นตะลอนตะลอน

เลิกอาทรโลกทรรศน์วัฒนธรรม

                ลายสือศรีกวีหวานวันวานชื่น

ก็คลายรื่นเสาวรพย์ซึ่งอบร่ำ

กวีผ่าวโผยผากพะอากพะอำ

ต้องลำบากตรากตรำตรมน้ำตา

                เหมือนละม้ายไม้ต้นมาต่ำตก

ลูกดกร่วงดาษลงดื่นหล้า

ดอกเด่นโรยดอกลงดาษดา

จำคล้อยห่างเคหาอุรารอน

                มะขามโพรงโค้งคู้เป็นข้อศอก

ฝักกรอกแห้งเกราะกะเทาะล่อน

จันทน์หอมจันทน์คณาจะลาจร

มะลิซ้อนซ่อนชู้อยู่จงดี

                ลำดวนเอ๋ยจะด่วนไปก่อนแล้ว

เกดแก้วพิกุลยี่สุ่นศรี

จะโรยร้างห่างสิ้นกลิ่นมาลี

จำปีเอ๋ยกี่ปีจะมาพบ

                ที่มีกลิ่นก็จะคลายหายหอม

จะพลอยตรอมเหือดสิ้นกลิ่นตลบ

ที่มีดอกก็จะวายระคายครบ

จะเหี่ยวแห้งเซาซบสลบไปฯ

            อัญเชิญพระบารมีโมฬีโลก

ทรงดับโศกเสื่อมสูญอาดูรกษัย

เพื่อลายลักษณ์อักษราเลิศมาลัย

เสถียรไว้วัฒนาถาวรเทอญ

(๒๙ ม.ค. พ.ศ. ๒๕๔๙)

หมายเหตุ

๑.         งานชิ้นนี้ เขียนไว้สำหรับวันคล้ายวันพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ซึ่งทางภาครัฐ กำหนดให้เป็นวันศิลปินแห่งชาติด้วย

๒.คำกลอนในเครื่องหมายอัญประกาศสองช่วงนั้น ช่วงแรก คัดจากบทพระราชนิพนธ์ละครในเรื่องอิเหนา ข้อความดังกล่าว คือเนื้อร้องของเพลงไทยเดิม บุหลันลอยเลื่อน (เรียกว่าเพลง บุหลันเลื่อนลอยฟ้าก็ได้) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า
เพลงทรงพระสุบิน เล่ากันว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขึ้นจากพระสุบินนิมิต และทรงดนตรีเพลงนี้ด้วยซอสามสายประจำพระองค์ ชื่อซอ
สายฟ้าฟาด ส่วนช่วงสอง ตัดตอนจากบทพระราชนิพนธ์เสภาขุนช้างขุนแผน ตอนที่ ๑๘ (ขุนแผนพานางวันทองหนี)				
23 กุมภาพันธ์ 2550 10:52 น.

จตุคามรามเทพ

ตราชู

จตุคามรามเทพ
	จอมขุนคุณล้ำดำรง
รำบาญหาญทะนง
ชำนาญชิงชัยในสนาม
	อึงอื้อลือเล่ากล่าวนาม
ราวรวีศรีวาม
จตุคามรามเทพ ทุกภาย
	องค์เทพเทวันพรรณราย
ไว้นามกำจาย
กำจรจำรัสจัดเจริญ
	ชนทวยช่วยเทิดเชิดเทิน
แซ่ซั้นสรรเสริญ
เอิบซาบอาบซับสรรพเสียง
	จึ่งเหรียญหลากหลายรายเรียง
ลือชัยไกรเกรียง
ชนกรากหลากกลุ้มรุมชิง
	จึ่งภัยไสยศาสตร์พาดพิง
ขานอรรถคัดอิง
อ้างเอาอิทธิเดชเวทย์มนต์
	เฮห้อมล้อมถึงอึงอล
คว้าไขว่, ขวายขวน
ไขว่คว้า, หา, ตาม ครามครัน
	มีหลากอีกมากเหล่า
ยังยึดเงาอย่างงงงัน
เงาไสยฯ แทรกใส่สรรพ์
เข้าคอยสืบเข้าคืบสาย
	ตามแล เห็นแต่หลง
งุนงวยงงจนงมงาย
คลั่งไคล้โดยไม่คลาย
ถือความ ขลัง คับคั่งคลุม
	ขอจงจำนงจ้อง
เห็นมุมมองอีกแง่มุม
ก้มหลับอยู่กับหลุม
ก็โลเล กับเล่ห์ลวง
	ส่องทัศน์ถึงสัจแท้
จึงแจ่มแดดั่งดาวดวง
แสงไล้ซึ่งใหญ่หลวง
สำเนียกลึกสำนึกหลอม
	ความกลั่นแข็งขันกล้า
ในวิญญาณ์ไม่เยงยอม-
สิ่งแปลกแซงแทรกปลอม
มาเปลี่ยนปล้นมาปนแปลง
	บงแยบเอาแบบอย่าง
ไร้เคลือบคลาง ไร้เคลือบแคลง
ฝันใฝ่จุดไฟแฝง
แข่งไฟฟืนขึ้นฟื้นฟู
	แรงเน้นรวมเป็นหนึ่ง
เมื่อยืนตรึงต้านศัตรู
คึกคักกันอักขู
เข้มแข็งขันป้องกันคาม
	ห้อยเหรียญให้เรียนรู้
รู้ต่อสู้ตัดสิ่งทราม
คึ่กคึ่กให้ศึกขาม
สมคุณค่าราคาคุณ
(๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐)				
22 กุมภาพันธ์ 2550 08:21 น.

ปูผ้ากราบ

ตราชู

ปูผ้ากราบ
โคลงกระทู้โบราณ (ทะ ลุ่ม ปุ่ม ปู,  ทุ สุ มุ ดุ,  อุ สา นา รี,  โก วา ปา เปิด,  จก จี้ รี้ ไร)
โคลง ๔ ดั้นบาทกุญชร
	ทะ  เลเลือดหลากล้น			รินไหล
ลุ่ม  ลึกกโลบายบร					บุกท้า
ปุ่ม  กดก่อบรรลัย					เลวระเบิด
ปู  ซากศพซ้อนหน้า				อนาถเหลือ
	ทุ  รนบังเกิดร้าย				รุมระกำ
สุ  จริตตายเป็นเบือ					อุบัติเศร้า
มุ  สันติสุขฤาสัม-					ฤทธิ์สุข
ดุ  ฆ่าเดือดแค้นเข้า					เข่นสยอง
	อุ  บายรัฐปลุกสร้าง			สงบคืน
สา  รพัดปูผ้ากอง					กราบไหว้
นา  นาโหดยังหืน					โหมบาป
รี  รี่ป่วนด้าวใต้					ต่างเหิม
	โก  ลาหลกราบร้าง				ไร้ผล
วา  ทะเที่ยวแถลงเติม				แต่งปั้น
ปา-  หี่หลอกราวกล				กุข่าว
เปิด  พล่ามว่ารู้ชั้น					ล่วงเชิง
	จก  แต่คำกล่าวใช้				เฉิดฉัน
จี้  ผิดจึ่งโพลงเพลิง					พล่านร้อน
รี้  ริกร่ำรำพัน					พูดปด
ไร  เล่าปักษ์ใต้สะท้อน				ทั่วสถาน???

(๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐)

หมายเหตุ กระทู้โบราณเยี่ยงนี้ ผมเรียนรู้จากกวีหลายท่านครับ มี "ท่านอังคารกัลยาณพงศ์" เป็นอาทิครับผม				
18 กุมภาพันธ์ 2550 15:12 น.

พรตรุษจีน

ตราชู

พรตรุษจีน
	จากแผ่นดินถิ่นกว้างใกลห่างโพ้น
ฝ่าคลื่นโยนยาตรานาวาใหญ่
ออกร่อนเล่ชะเลแดนเรือแล่นใบ
สู่แดนไทยธรณินทร์บุรินทร์ทอง
	จึงมังกรร่อนหาวอะคร้าวเหิน
จึงจำเริญพรรณรายพริ้งพรายผ่อง
ไทยจีนจึงตรึงจงจำนงจอง
ดวงใจผองสัมพันธ์ผูกฟั่นเกลียว
	สร้างตำนานการค้ามูลค่าล้น
สร้างสรรค์ชนสองชาติเก่งกาจเชี่ยว
ดั่งรวมคล้องสองแดนเป็นแคว้นเดียว
พร้อมยึดเหนี่ยวอยู่ในน้ำใจภักดิ์
ภักดียังฝังผนึกรำลึกอยู่
โดยร่วมกันกตัญญูอย่างรู้หลัก
รักชาติเฉิดเชิดชูต่างรู้รัก
จำรัสอาณาจักรประจักษ์จินตน์
	จง ซินเจียยู่อี่ เอี่ยมศรีใสว
จง ซิงนี้ฮวดไช้ โชคชัยถวิล
อวยแรงร่ำทำมาหมั่นหากิน
ไม่ปล้อนปลิ้นปล้นป่ายตะกายปีน
	ร้อยรัดบ่วงดวงมานบรรสานมั่น
อย่าซวนสั่นเซซัดเสื่อมสัตย์ศีล
อย่าเป็นไทยใจระยำเหมือนต่ำตีน
อย่าเป็นจีนขายชาติพิฆาตชน
(๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐)				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตราชู
Lovings  ตราชู เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงตราชู