ไหมแก้วสีฟ้าคราม
กระพริบแผ่วแว่วผ่านจากม่านเมฆ
เวิ้งวิเวกทอแสงส้มแดงฉาน
ใกล้โพล้เพล้เหว่ว้าดอกหญ้าบาน
ล่วงแห่งกาลสัญจรรอนตะวัน
แลลอดผ่านเงาไม้ใบก้านกิ่ง
ไหวส่ายนิ่งทายทักปลอบรับขวัญ
ทิวดอยเหงาเงาเงื้อมล้ำเหลื่อมกัน
นวลแสงจันทร์นิรันดรอาทรดาว
เสียงสายฝนหล่นซู่เช้าตรู่แล้ว
สายน้ำแก้วโรยร่วงจากห้วงหาว
กล่อมดินหอมล้อมหวังทุกครั้งคราว
เรียงรอยร้าวผ่านเปลี่ยนหมุนเวียนวน
พลบมืดค่ำย่ำรุ่งของพรุ่งนี้
รวงระวีจะโชติช่วงกี่ห้วงหน
เหมือนตามหายสายรุ้งของฝูงชน
ยังทุกข์ทนไถถางหนทางไกล
นวัตกรรมล้ำค่าทุ่งนาแล้ง
ยังเหี่ยวแห้งคอยฟ้าน้ำตาไหล
ยามน้ำหลากท่วมนองท้องทุ่งไทย
ชาวนาไร่จนยากวิบากนาน
กระ