15 ตุลาคม 2550 20:32 น.

เรียกว่า "เพื่อน/ศัตรู"

อัลมิตรา


...เย็นย่ำสนธยาที่ฝนปรอย 
...ข้าพเจ้าใช้เวลาส่วนหนึ่งระหว่างเดินกลับบ้าน ครุ่นคิดไปด้วย
...ข้าพเจ้าเคยมีเพื่อน  ในขณะเดียวกันก็มีฝ่ายตรงข้ามกัน
...หรือที่ท่านเรียกกันสั้น ๆ ว่าศัตรู  นั่นเอง
...เพราะเป็นเรื่องปกติ ในทุกสังคม
...ทางเศรษฐกิจย่อมมีการแข่งขันเพื่อชิงความได้เปรียบและเป็นต่อทางดุลการค้า
...ทางสังคม  ย่อมมีการแข่งขันทั้งทางตรงทางอ้อม
...โดยที่สุด  ไม่เขาก็เรา

...แม้แต่คนขับรถยังต้องชิงความได้เปรียบกัน
...หรือแม้แต่การปวดท้องเข้าห้องน้ำ  ยังต้องแย่งกันเมื่อเวลาเร่งด่วนมาถึง
...ทางการเมือง  ย่อมมีคู่แข่งทางการเมือง
...และเป็นเรื่องปกติมากหากจะมีคู่ปรับ  เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน
...ในชีวิตจริง...เรามักมีคู่แข่ง   ในขณะเดียวกัน 
...เราก็อาจมีเพื่อนและศัตรูในเวลาเดียวกัน

...ไม่มีใครอยากมีศัตรู
...ข้าพเจ้าก็เช่นกันกับคนอื่น ๆ อยากมีแค่เพื่อน

...นับตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในร่างกายคุณพ่อ
...ข้าพเจ้ายังต้องแข่งขันกับพี่และน้องของข้าพเจ้านับเป็นล้านๆ และหลายล้าน
...ทั้งนี้เพื่อชิงความได้เปรียบทางการกำเนิด
...หากข้าพเจ้าไม่เร่งและบุกและชิงความได้เปรียบ  ข้าพเจ้าคงพ่ายแพ้
...และไม่ได้เกิดมาจนถึงทุกวันนี้  แน่นอน
...แต่ข้าพเจ้าก็ไม่มองว่า  พี่น้องเหล่านั้น  เป็นศัตรูเลย
...ทั้งที่มีการอยู่รอดเป็นเดิมพัน

...การรู้...ข้าพเจ้ารู้แจ้งว่าใครคือเพื่อนและศัตรู
...เป็นเรื่องที่ดีและมีผลต่อการดำเนินชีวิตและบทบาททางสังคมต่างๆ ได้
...อย่างน้อยข้าพเจ้าก็รู้ว่าควรพูด,ทำ,คิด อะไร แบบไหน และเมื่อไหร่
...กับเขาหรือใคร  ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนและผู้ที่ชื่อว่าเป็นศัตรู

...แต่ข้าพเจ้าคิดว่ามันคงไม่ดีนัก กับการย้ำที่ต้องย้ำกับตนเองเสมอว่า
...คนนั้นคนนี้คือเพื่อน 
...ซึ่งคำพูดนี้ .. ถึงแม้ว่าจะเป็นคำพูดที่สบายหู คนฟังรู้สบายใจ
...ตรงข้ามกับคำว่าคนนั้นคนนี้คือศัตรู  
...ซึ่งคนฟังมักไม่สบายหู คนรู้ตัวมักไม่สบายใจ
...ดังนั้น ข้าพเจ้าก็อดคิดไม่ได้ว่า ข้าพเจ้าควรลืมบางความรู้สึกบ้าง

...เสมือนว่ารอยสัก รอยสวย ๆ ก็มักอยากเก็บเอาไว้เป็นผลงานด้านศิลปะ
...และอยู่กับตนทุกเมื่อเชื่อวัน ตราบวันตาย
...หากว่ารอยสักที่ไร้คุณค่า
...และไม่มีความเลิศล้ำทางด้านจิตรกรรมศิลปกรรมแล้ว 
...มันก็เปรียบเสมือนตราบาป  เหมือนกัน
...นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้าอยากลบไปจากร่างกายและจิตใจ
...อันเสมือนกระจกส่องให้ข้าพเจ้ามองเห็นความตัดสินใจผิดพลาดในการสักนั้น

...ข้าพเจ้าเองอยากเห็นท่านทั้งหลายมีเพื่อนมาก ๆ และไม่อยากเห็นท่านมีศัตรู
...และหากมีเพื่อนมาก  และมีศัตรูมากน้อยอย่างไร... ท่านเท่านั้นที่รู้
...การที่ท่านรอดพ้นจากการทำร้าย  ว่าร้าย  คิดร้าย  จากเขาแล้ว
...และท่านก็ให้อภัยเขาได้  นั่นเป็นเรื่องดีมาก ๆ เลย  
...บางทีศัตรูอาจคือเพื่อนแท้  ก็ได้  ( แต่หายากจัง )

...แต่เมื่อท่านรอดพ้นเภทภัยและการทำร้าย ว่าร้าย  คิดร้าย  แล้ว และยิ้มได้  
...ย่อมพิสูจน์ได้ว่า ท่านเยี่ยมมาก
...เพราะเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร  พระท่านว่างั้น
...และท่านจะรู้ว่า  ท่านมีสภาพจิตใจที่สูงขึ้นมากเลย  เพราะท่านรู้การให้อภัย

...แต่เมื่อใด  ท่านพบผู้ว่าร้าย  คิดร้าย  ทำร้ายท่าน 
...และท่านรอดพ้นและชนะมาได้
...แล้วบังเอิญท่านกล่าวท้าทายว่า  
...แกจะทำอะไรยังไง ฉันยังอยู่ได้อย่างสบายใจจัง...
...แน่จริงหาวิธีมาทำกับท่านใหม่นะ...นี่คงไม่มีการสิ้นสุด ...กระมัง
...เพราะแทนที่  เวรจะระงับด้วยการไม่จองเวร 
...กลับเป็นการกระตุ้นความแค้นกันมากขึ้น
...และจะเป็นการมุ่งร้ายทำร้าย  คิดร้ายกันไม่รู้จับ...ไม่รู้สิ้น

...ยิ้มเสมอ คือสิ่งที่ข้าพเจ้าบอกตนเองให้กระทำ
...ข้าพเจ้าปรารถนาดีเสมอ

				
11 ตุลาคม 2550 13:48 น.

กิจกรรมเรือนบรรเลง ครั้งที่ 4 “วาดฝันปั้นแผ่นดิน”

อัลมิตรา

กิจกรรมเรือนบรรเลง ครั้งที่ 4 วาดฝันปั้นแผ่นดิน
โครงการศาสตร์แห่งศิลป์อัครศิลปินเทิดไท้ 80 พรรษาองค์ราชัน
วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2550 เวลา 17.30 น. - 20.00 น.
 
            มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมในโครงการศาสตร์แห่งศิลป์อัครศิลปินเทิดไท้ 80 พรรษาองค์ราชัน ทุกเย็นวันเสาร์ ณ เรือนบรรเลง ที่ตั้งของมูลนิธิฯ โดยกิจกรรมในครั้งที่ 4 วาดฝันปั้นแผ่นดิน ในวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2550 นี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ กำจร สุนพงษ์ศรี และอาจารย์ชูศักดิ์  วิษณุคำรณ ร่วมเสวนาหัวข้อศิลปะเทิดพระเกียรติ และตัวอย่างการวิจารณ์งาน  พร้อมดนตรีจากศิลปินรับเชิญ อาจารย์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ และวงคันนายาว

            กิจกรรมในโครงการ  ศาสตร์แห่งศิลป์อัครศิลปินเทิดไท้ 80 พรรษาองค์ราชัน  ประกอบไปด้วยห้องนิทรรศการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านศิลปวัฒนธรรม และดนตรี  ส่วนลานกิจกรรมเรือนบรรเลง  มีการเสวนา  การแสดงดนตรีจากศิลปินรับเชิญ  พร้อมแจกหนังสือ ศาสตร์แห่งศิลป์อัครศิลปิน ฟรี

            ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกเย็นวันเสาร์ ตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2550 ณ มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร  ศิลปบรรเลง) เลขที่ 47 ถนนเศรษฐศิริ  แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร  ดูรายละเอียดกำหนดการตลอดโครงการได้ที่ www.luangpradit.org

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2619-7304, 086-9888011, 081-5282782 และ 081-5586083				
4 กันยายน 2550 17:26 น.

อยุธยามหามงคล ไหว้พระ ๙ วัด

อัลมิตรา

  ช่วงนี้เราออกเดินทางบ่อย ๆ บางครั้งก็ไปธุระปะปังเกี่ยวกับกิจการงาน
บางครั้งก็หลบฉากจากสังคมเมืองไปปลีกวิเวกตามป่าตามเขา
และก็บางครั้งก็ท่องเที่ยวเชิงหาความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์

นับไปนับมา ตั้งแต่ต้นปี เรามีการแบกกระเป๋าสะพายเป้เดินทางจำนวนกว่าสิบครั้ง
รองเท้าผ้าใบคู่เก่ง เห็นที่จะได้โอกาสโล๊ะทิ้งเสียที เพราะเมื่อคราวล่าสุด
มันกลายเป็นรองเท้าปากอ้าไปแล้ว .. ฮ่วย !!..  เสียดายแท้ 
				
15 สิงหาคม 2550 17:11 น.

วันวาร ณ กาญจนบุรี

อัลมิตรา

บางใครบางคน..มีนัดกับเราว่าจะไปล่องแพ ท่องไพร ที่เมืองกาญจน์
กำหนดวันที่ ๑๒ - ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๐ เริ่มต้นออกเดินทาง ๗.๓๐ น.

และแล้วบางคนก็ตื่นเต้นมาก่อนเวลานัดตั้งชั่วโมง ทำให้คนอื่นเร่งเวลาตาม
แถมยังมีบางใครเตรียมขนมต้อนรับซะเพียบ คงกลัวว่าน้ำหนักจะแตกต่างกัน
ทอง(ม้วน) สองถุงใหญ่และอีกกล่อง เค๊กฝอยทอง และกล้วยอบน้ำผึ้งแสนอร่อย

บางคน+บางใคร+เรา รู้รายละเอียดการท่องเที่ยวแบบคร่าว ๆ 
ฝากความสนุกไว้กับเบื้องหน้า  ถึงจะไม่ค่อยรู้อะไรมาก ก็ไม่ใช่ปัญหา .. 
เดินตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ  คงกลับบ้านถูก หรือไม่ถ้าผิดด้านก็แค่ออกพม่า

มาเมืองกาญจน์ทีไร นึกถึงหนังเรื่องบุญชูภาคแรกทุกที 
เป็นยังไงก็ไม่รู้ หลายปีที่ผ่านมานี้มาเยือนเมืองกาญจน์บ่อย บางปีตั้งสามหน
คงเป็นเพราะว่าอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการจัดสัมนา

ช่วงวันหยุดพิเศษเดือนตุลาคมก็กะว่าจะมาเมืองกาญจน์อีก คราวหน้าจะไปสังขละ
ขนาดเก็บเอาไปฝันเมื่อคืนเชียว .. ท่าทางจะเป็นเอามากจริง ๆ ฮา ..				
26 กรกฎาคม 2550 14:39 น.

ผักเผือก - พรรคพวก

อัลมิตรา

น้าสิบ ตรงต้นแขนนี่ ใช่รอยเย็บหรือเปล่า ทำไงถึงได้มาจ๊ะ 
แผลนี้น่ะเหรอ อ๋อ ได้มาตอนไปลุยกับพวกป่าไม้น่ะ ไอ้โจ้เอาปิคอัพมารับไปก็ไป 
รับขึ้นรถไปตีกัน ? 
อืม ใช่ หนนั้นไอ้บอยซี่โครงหัก ของน้านี่ โดยปากขวดเบียร์เย็บร่วม 30 เข็ม
ตีกัน โห .. มีเรื่องราวใหญ่โตขนาดนั้นเชียวเหรอน้า ถึงขนาดบาดเจ็บกันน่ะ
ไม่รู้นะว่ามีเรื่องอะไร ก็บอกแล้วไอ้โจ้มารับก็ไป
เวลาน้าจะไปตีกับใคร น้าไม่หาสาเหตุ ไม่สืบเรื่องราวก่อนเหรอ ใครผิดถูกน่ะ
ไม่สืบ เพื่อนเราก็ต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอ ตีไว้ก่อน เรื่องจะคิดเป็นอื่นไม่ต้องคิด

เกือบหกปีทีเดียวที่ฉันสงสัยในคำบอกเล่าของน้าสิบ 
เพราะเพื่อนขับรถมารับไปตีกับคนอื่นก็เลยไป
ส่วนต้นสายปลายเหตุน้าสิบบอกว่าไม่รู้ 
แถมน้าสิบยังบอกอีกว่า ยังไงก็แล้วแต่ ตีไว้ก่อน ..
คำว่า พวก/พรรคพวก มันมีคำจำกัดความหมายว่าอย่างไร 
พรรคพวกต้องทำอะไรตาม ๆ กัน 
แบบนั้นหรือ ข้อสำคัญ พรรคพวกถูกเสมอ อีกต่างหาก ..

ไม่นานมานี้ ฉันเริ่มรู้สึกกับคำว่าพรรคพวก..
เออ แฮะ นึกไม่ถึงว่าอานุภาพของคำว่าพรรคพวกนี่..
มันสามารถทำให้หัวใจของหลาย ๆ คนมืดบอด

-ไม่ต้องสนใจว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไม่รับรู้ทั้งสิ้น 
-เอาเป็นว่า พรรคพวกข้าใครอย่าแตะ
-ถ้าพรรคพวกต้องการความช่วยเหลือ ต้องพร้อมเสมอ ตีรันฟันแทงก็ได้
-พวกข้า เพื่อนข้า .. ต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอ ..

น้าสิบ
ว่าไง
เพิ่งเข้าใจ
เข้าใจอะไร งง!!
พรรคพวก ไง น้า
งงแล้ว ตอนนี้น้าไม่เข้าใจ
เอาน่า น้า..
บ๊ะ มาชวนคุยให้งง
ไปล่ะ มีนัดกับผักเผือก
ใคร ผักเผือก
โธ่น้า ผักเผือกก็ผักเผือกสิ
เอาแล้วสิ เจอป่วนจนได้ ตกลงจะให้น้างงอยู่อย่างนี้หรือไง
คือว่า..ผักเผือกน่ะ ไม่วุ่นวายเท่าพรรคพวก
พูดถึงม็อบเหรอ
ป่าวน้า ไม่ได้พูดถึงไม้ถูบ้านหรอก แต่พูดถึงผักเผือก
เฮ้ย ! ยิ่งพูดยิ่งงง

ฉันยิ้ม..ปล่อยให้น้าสิบไม่เข้าใจกับคำว่า ผักเผือก 
ฉันไม่บอกน้าสิบหรอกว่า ผักเผือกในความหมายของฉันคืออะไร
แต่ยังไงซะ 
ผักเผือกของฉันก็เรียกร้องไม่เป็น โวยวายไม่ได้ ไม่ชวนไปตีใครต่อใครให้วุ่น

น้าสิบ
อีกแล้ว เรียกทำไมอีก
รู้สึกสบายใจจัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า


...ปล. ท้ายเรื่อง น้าสิบ = น้าชายที่เป็น ตชด.				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอัลมิตรา