9 พฤษภาคม 2549 14:21 น.

ในคำอธิบาย ..

อัลมิตรา

 คืนนั้น..
เรานั่งเงียบ ๆ ฟังเพลงด้วยกัน ฉันนั่งพิงไหล่เขา.. 
โดยที่มืออีกข้างของเขาโอบฉันไว้หลวม ๆ ..
เพลง Tomorrow แผ่วเบา ..
เพลงที่เขาบอกฉันว่า เป็นหนึ่งในเพลงพิเศษของเขา .. 
เขาฮัมเพลงตามพร้อมกับโยกตัวเบา ๆ ..
เราต่างมีเวลาให้กันและกันเสมอ ..
เพื่อรับรู้และสัมผัสถึงสิ่งที่ชื่นชอบในใจของอีกฝ่าย ..
เราต่างเติมเต็มในส่วนที่อีกคนขาด และเราต่างแบ่งปันในสิ่งที่เราต่างมี .. 				
16 เมษายน 2549 22:30 น.

ฉันคือ..

อัลมิตรา


..ทำไมคุณไม่พูด ไม่อธิบาย..
..ทำไมล่ะครับ ผมคงดูคุณผิดไป คุณเป็นคนขี้ขลาด รู้มั๊ย คุณช่างขี้ขลาด..
..คุณจะทำนิ่งเฉยแบบนี้ไม่ได้นะครับ พูดสิ พูดสิครับ..
..มันเป็นยังไง เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังเงียบอยู่อีก..
..ผมไม่เข้าใจคุณเลย คุณคิดอะไรอยู่ พูดสิ ! พูด ! พูด !..
..โธ่โว๊ย !!.. ผมจะทำยังไงกับคุณดี..
				
4 เมษายน 2549 16:43 น.

ทำได้แค่คิดถึง

อัลมิตรา

เสียงที่แผ่วเบา สั่งใจให้ ค่อย ๆ ปิดเปลือกตา ช้า ๆ 
เราจะล่องลอย ..เราจะกลับไปยังสถานที่ที่เราเคยคุ้นเคย
สถานที่ที่หัวใจของเราเพรียกหา ความอบอุ่น 
ความสุขของสถานที่นั้น ยังอวลอยู่ในความรู้สึกของเรา

บ้าน.. เสียงภายในหัวใจ เชื้อเชิญเราให้กลับบ้าน..

เราจะย้อนกลับไปยังบ้านหลังแรก ที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของเรา
รั้วเปิดอ้ารอตอนรับการกลับบ้าน เราได้กลิ่นหญ้าเขียว ผสมกลิ่นดินที่ชุ่มฝน
ประตูบ้านไม่ได้ปิด .. 
เราค่อย ๆ เดินเข้าไปในบ้าน โดยสลัดรองเท้าเข้าซอกข้างประตู				
28 มีนาคม 2549 11:59 น.

นอกกรอบกับเทศกาลเช็งเม้ง

อัลมิตรา

เสียงประทัดดังประปรายมาเป็นระยะ ๆ  .. จากวัดที่อยู่ไม่ใกล้นัก แต่ก็พอจะมีเสียงเล็ดลอดมาบ้าง ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในขณะนี้ ทำให้เราคิดว่า การไปเช็งเม้งสำหรับเรานั้น ต้องเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอดทนจริง ๆ

จำได้ว่า ..เมื่อตอนเราเป็นเด็กไม่บ่อยนัก ที่เราจะติดสอยห้อยตามญาติ ๆ ไปสุสานบรรพบุรุษ .. อาจจะเป็นเพราะเราเมารถ  และเป็นเจ้าตัวเล็กสุด ที่ใครต่อใครไม่อยากพาไปไหนให้ลำบากลำบน เสี่ยงต่อการกลับมาแล้วไม่สบาย แต่เราก็เคยไป ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.สระบุรี ที่เป็นหลุมศพของญาติฝ่ายพ่อ และ จ.ชลบุรี ที่เป็นหลุมศพของญาติฝ่ายแม่ การเดินทางเริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่เห็นแสงอาทิตย์ .. เราหอบหมอนไปนอนต่อในรถ เขย่า โขยก เขยก .. สักพัก ก็ต้องรีบเปิดหน้าต่างรถ และสิ้นสุดด้วยการอาเจียนแทบทุกครั้งไป

" ไม่รู้จะร้องตามมาทำไม ..?  อ๊วกแตกอีกแล้ว..เฮ้อ !.."  เสียงบ่นที่เราฟังจนชิน ใครล่ะอยากทรมาน ใครล่ะอยากเมารถ ก็ไม่ยอมพาเราไปไหนต่อไหนให้คุ้นชินกับสภาพการเดินทาง มันก็เลยต้องล้างรถแบบนี้ล่ะ (คิดในใจ)

เราไม่ค่อยมีกิจกรรมร่วมกับญาติ ๆ ที่สุสานหรอก และอีกอย่าง เราไม่ค่อยมีความรู้สึกผูกพันกับญาติที่อยู่ในหลุมสักเท่าไหร่ หลายคนที่นอนนิ่งอยู่ในนั้น เราไม่รู้จัก ..ตอนนั้นเรามีเหตุผลอื่นที่เย้ายวนมากกว่า ..

ทันทีที่ถึงสุสาน เราและพี่ชายอีกสองคน ก็รีบเผ่นออกจากรถและเริ่มปฏิบัติการบางอย่างที่ไม่อาจบอกให้ ญาติ ๆ รู้ได้ เราพกพู่กัน กระดาษสีแดงที่ตัดเป็นรูปสีเหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ๆ เราพกไว้เต็มกระเป๋ากางเกงสองข้าง ของพวกนี้หาได้ไม่ยาก
เราปันมาจากของที่บ้านเตรียมไว้นั่นล่ะ  

สามคนคอยมองหา เวลามีคนเข้าเขตสุสานก็จะรีบวิ่งไปหา และบอกว่าจะขอติดกระดาษสีแดงให้ พี่ชายก็เตรียมสายรุ้งประดับหลุม งานติดกระดาษแดงจะได้คราวละ 5 - 10 บาท นับว่าเป็นรายได้ไม่เลวสำหรับเด็กในสมัยนั้น แต่เราชอบที่จะลงสีที่ป้ายชื่อหลุมมากกว่า รายได้จะสูงกว่าประมาณ 4-5 เท่า บางหลุมชื่อยาวเหยียดใช้เวลานาน จนบางทีพวกเขา (หมายถึงคนที่ว่าจ้าง) ต้องลงมาช่วย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สามพี่น้องจะได้คนว่าจ้างสักราย เพราะบางทีก็ต้องวิ่งแข่งกับเจ้าถิ่น ชิงลูกค้ากันซึ่ง ๆ หน้า อาศัยว่า การแต่งกายของพวกเรากับรูปพรรณสัณฐาน ทำให้คนที่เข้าไปสุสานพอจะนับเชื้อนับญาติได้บ้างว่าเป็นเผ่าพันธุ์ผสมเหมือนกัน

ก็มีนะ  ที่โดนเจ้าถิ่นแกล้งเอาโน่น เอานี่ มาปาหัวบ้าง .. แต่เราไม่สนใจ เรื่องน่าสนคือ เงินที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า

จังหวะที่พวกเราไปโต๋เต๋ที่หลุมศพอื่น ที่หลุมศพของญาติผู้ใหญ่ของเราก็เริ่มจะคับคั่งไปด้วยจำนวนญาติที่ทยอยกันมาถึง ต่างคนก็ต่างมา ต่างก็แบ่งกันแล้วว่าใครจะเตรียมอะไรมาเซ่นไหว้ เรื่องของหลุมศพญาติ เป็นเรื่องที่พวกเด็กเล็กอย่างเราไม่เกี่ยว รอแต่ว่า เมื่อไหร่จะเรียกไปจุดธูปเท่านั้น และรออีกที ตอนที่กลับเข้ามาในตัวอาคารของสมาคมเพื่อที่จะกินข้าว  บรรดาญาติจะจัดแจงกันเอง หมู เป็ด ไก่ .. 
บรรพบุรุษกินอิ่มหรือยังก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า หลังจากตากแดดอุ่นประเดี๋ยว ก็ยกเข้ามาสับกินกันในที่ร่มแล้ว เศษเหรียญในกระเป๋ากระทบดังกรุ๊งกริ๊ง สามตัวจ้อยสบตากันแล้วยิ้มกริ่ม นี่ถ้าแม่รู้ .. คงโดนเอ็ดเป็นแถว ส่วนพ่อน่ะเหรอ .. ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะพ่อยังช่วยดูต้นทางให้อีกต่างหาก				
27 มีนาคม 2549 08:26 น.

ฝัน..หรือนี่

อัลมิตรา

หลับยาวโดยที่มีหนังสือเล่มหนาปกพื้นสีเขียววางไว้บนหมอนอีกใบ
เล่ม ๖ แล้ว.. ที่เราติดตามอ่าน ความจริงเล่มนี้ก็ซื้อมาก่อนปีใหม่ด้วยซ้ำ 
แต่ก็เพิ่งจะว่างอ่าน หลังจากที่ย้อนกลับไปอ่านเล่ม ๕ อีกหน ..

อ่านไปแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ... สัจจะเซรุ่มสักอึก คงพอทำให้ทุกอย่างกระจ่างได้
ค้นตัวสักหน่อย ... อาจจะเจอน้ำยาสรรพรส ถ้ายึดน้ำยาขวดนี้มาได้ ประเดี๋ยวร่างจริงก็โผล่

ผู้เสพความตายเพ่นพ่าน ที่ดึงเอาความสุขของผู้คนไป โดยการมอบ..จุมพิต
และถึงแม้ว่าผู้เสพความตายจะมีไม่มากนัก แต่ก็สามารถทำให้ระส่ำไปหมดทั้งเมือง

ฝันถึงภารโรงคนหนึ่งที่เอาแต่สบถคำกับนักเรียนแต่ก็โอ๋คุณนายนอริสสุดขั้วใจ
อะไรบางอย่างทำให้ฉันคิดถึงความกักขฬะของ อาร์กัส ฟลิซ์..
เทียบกับบางคนที่เปรียบตัวเองคล้ายกัน ช่างคล้ายคลึง
ข่าวว่าพินซ์ เออร์ม่า คลั่งไคล้เอานัก ไม่รู้เหมือนกันว่ามีรสนิยมแปลก ๆ ได้อย่างไรกัน

เห็นลาง ๆ ..
ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ ผู้พยากรณ์และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตบางคนพลิกผัน
ช่างเหมือน คนหนึ่งเหลือเกิน ที่สร้างจิกซอว์ ด้วยความที่เชื่อว่าถูกต้องทุกอย่าง

คิดถึง ซิรีอัส แบล็ก .. 
ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเขาตายจริง เขากลับมาได้นะ ยิ้มจืดๆแบบนั้น ฉันคุ้นจัง

พลิกตัวอีกที เรื่องฝันก็เปลี่ยน.. พลิกตัวหลายที สถานการณ์การเมืองยังไม่เปลี่ยน				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอัลมิตรา