26 ตุลาคม 2547 10:20 น.

อิริยบถบรรพ

แก้วประเสริฐ


	อิริยบถบรรพ
         ดูกรชนผู้แสวงธรรมประจำจิต
เมื่อทราบสถิตแห่งลมสมมุ่งหมาย
ว่านอกในไม่พลั้งพลาดปะปราย
สติมั่นไว้รายรอบกรอบดำเนิน
          จิตจะดิ่งพุ่งตรงลงจุดหนึ่ง
รวมตัวซึ่งตรึงอารมณ์ที่สรรเสริญ
อุคนิมิตติดตามมามิบังเอิญ
อย่าเพลิดเพลินให้คิดเป็นอุปาทาน
         ไม่จีรังขังขอบอย่าเชื่อมั่น
ดุจความฝันที่ไม่แน่เป็นแก่นสาร
มันหลอนหลอกกลอกกลับตลอดกาล
เหตุเพราะท่านสะสมไว้ในอารมณ์
         เมื่อจิตปราศอวิชชาเข้ามาแทรก
จิตใจจำแนกปัญญามาสะสม
บ่มบอกถึงแห่งทางวิมุตตรม
แล้วใช้ข่มอวิชชามาทำลาย
          หากทำได้หลายครั้งฌานญานเกิด
สุดเลอเลิศประเสริฐศรีที่มั่นหมาย
รู้นอกในกำหนดหมดจดกาย
จะย่ำกรายแห่งใดใจธรรมครอง
         จะเดินนั่งนอนคิดจิตรู้แจ้ง
ทุกอิริยบถแสดงอาการกายให้สนอง
ยืนเดินนั่งนอนรู้เท่าทันสติตรอง
กายใจต้องครองสติตลอดกาล
         ยากกระทำผิดสิ่งใดให้พลั้งพลาด
ไม่ประหลาดต่อโลกที่เกษมสานต์
พิจารณาเห็นกายในกายอยู่เนิ่นนาน
ชื่อว่าท่านนั้นดำเนินถูกหนทาง
         จะดำเนินการงานสิ่งใดให้รู้แจ้ง
ตลอดทุกแห่งแหล่งหนได้สะสาง
ดำเนินการตามมรรคแปดมิละวาง
ก่อหนทางสร้างปัญญาหานิพพาน.

                    ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙

( จากสติปัฏฐานสี่    อานาปานบรรพ    แล้วอิริยบถบรรพ...)				
23 ตุลาคม 2547 22:11 น.

อานาปานบรรพ.

แก้วประเสริฐ


	อานาปานบรรพ.
         ดูกรผู้ประพฤติธรรมอันล้ำเลิศ
สิ่งประเสริฐมิห่างหายข้างกายเขา
หากจำแนกแยกแยะหนักและเบา
ประกอบเข้าเป็นอนุสัมมาสติ
         เพียงสังเกตเหตุผลกลการสร้าง
ให้สล้างวางกำหนดกฎแหล่งปิติ
แล้วเสริมทางดำเนินอย่าเกินนิติ
เพื่อเป็นคติประจำใจทั้งในนอก
         เป็นกรอบร่างสร้างขึ้นเป็นนัยบท
แล้วกำหนดรู้ไว้ใช้เป็นระลอก
ไม่ว่าสถานที่แห่งใดดั่งจับกรอก
อย่าให้ยอกหลอกหลอนแก่ใจเรา
         นั่งคู้บัลลังก์กายตรงดำรงสติ
มีดำริพิจารณาหาทางเขา
ลมหายใจเข้ารู้หนักหรือเบา
หายใจยาวว่ายาวก้าวพ้นไป
         ทั้งในนอกออกเข้าเฝ้าเรียนรู้
ดุจชายผู้กลึงไม้ทำได้ไฉน
จะสั้นยาวผ่อนหนักเบาอย่างไร
เขารู้ได้แจ้งจบครบกระบวน
         ล้วนเปรียบเทียบลมหายใจเข้าออก
เป็นระลอกหนักเบาเฝ้าสอบสวน
จนหายใจละเอียดหายมาทบทวน
ด้วยสติล้วนหวนกำหนดแหล่งลมปราณ
         ชำนาญสำเหนียกรู้กองลมแล้ว
กำหนดแน่วแผ่วเบากายในสังขาร
แล้วพิจารณากายในนอกทุกวาร
ในทุกกาลสติตั้งมั่นเพื่อความรู้
         เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น
สติตั้งมั่นว่ากายสังขารมิของกู
ทิฎฐิตัณหาพาหลบหนีออกกรู
เพราะเรารู้ไม่ยึดมั่นอะไรโลกนี้
         จักชื่อว่าพิจารณากายในกายอยู่
เป็นผู้รู้ธรรมสังขารอันเป็นศรี
บังเกิดฌานสมาธิที่มากมี
ใช้เป็นที่ระงับดับทุกข์ตามพัวพัน. 

                 ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
23 ตุลาคม 2547 13:14 น.

อารมณ์สล้างกลางโพยม

แก้วประเสริฐ


	อารมณ์สล้างกลางโพยม
         สร้อยลำนำคำหวานรายล้อมจิต
โอ้มิ่งมิตรคิดหวนทวนเสน่หา
ดวงหทัยแช่มชื่นระรื่นอุรา
แนบทรวงมาสั่นสะท้านพล่านฤทัย
         ความวาบหวิวพลิ้วลออก่อคำฉันท์
ล้วนเสกสรรหวานล้ำสุดหวั่นไหว
ช่างหอมหวนอวลอบกลิ่นดวงใจ
เฉิดไฉไลปานหยาดทิพย์ชโลมดิน
         ฟ้าเบิกบานสราญแล้วเจ้าแก้วเอ๋ย
สิ่งที่เคยทำให้ต้องหมองฉินท์
ได้สลายหายวับดับลับโบยบิน
ความราคินหนีร้างห่างเลือนลา
         เสียงนกขมิ้นร้องคลอออดอ้อยอิ่ง
อุทยานอิงไม้หอมกล่อมนาสา
สุมาลีมีหลายหลากพันธุ์นานา
กลางพฤกษาสระน้อยสร้อยโกมุท
         กุ้งมัจฉาดารดาษวาดเวียนว่าย
ดูเรียงรายล้อมรอบดอกพิสุทธิ์
ดอกพุดแก้วแวววามหอมวิมุติ
ช่วยกันฉุดกลิ่นหอมขจรธรรม
         งามเอ๋ยงามยิ่งเหล่ามาลีชาติ
ใสสะอาดหอมหวนชวนจักจำ
โฉลกเฉลาเคล้าหวานผ่านระกำ
ที่ระส่ำแสนชุ่มชื่นรื่นฤดี
         หลับตาพริ้มลิ้มรสหมดความโศก
ที่วิปโยคโศกรุมเศร้ามิสุขศรี
ฝันที่เคยสานไว้ไร้ไมตรี
จนบัดนี้มิตรรักช่วยผลักไป
         จันทร์กระจ่างพร่างพรายกระจายแสง
ดาราแข่งระยิบกระพริบใส
เคล้ากลิ่นหอมพฤกษาดาษวิไล
ความไฉไลคลายทุกข์สุขนิรันดร์.  

               ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙  				
21 ตุลาคม 2547 12:53 น.

ปิดตำนานสานฝัน

แก้วประเสริฐ


ปิดตำนานสานฝัน
          เพริศพริ้งแพร้วแวววับจับแก้วใส
ยากเจียรนัยกลายกลับจนหม่นหมอง
เหลี่ยมน้อยนิดยากสะกิดติดใจปอง
อยากสนองพอเสนอเพ้อแต่ลม
          ลมเอ๋ยลมบ่มกานท์กระสันนัก
สุดจักควักหักหทัยมิได้สม
หมั่นพากเพียรเรียนรักต้องระทม
ทั้งขื่นอมขมกลืนยากฝืนฤดี
          ปณิธานพาดวนจนเจียนสลาย
มอดมลายใกล้จะลับดับสุรีสีห์
ยากหลงเหลือเยื่อใยแลไมตรี
ปิ่มชีวีนี้จวนขาดใจรอนรอน
          โอ้อนาถวาสนามาครุ่นคิด
หากตรึงติดคิดเสนอเธอเฝ้าสอน
ห่อนหทัยใจแทบขาดเป็นตอนตอน
นั่งแลนอนถอนฤทัยสุดกังวล
         อกหนออกตัวเราเฝ้าปรารภ
ช่างแสนตลกหมกมุ่นทุกแห่งหน
ร้อยคำหวานพล่านคำรักหักกมล
เพียงเป็นคนแต่พรากจากวิญญาณ
         ด้วยพินิจกิจอดีตล่วงผ่านพ้น
อุสส่าห์ฝนเหล็กหินสิ้นแก่นสาร
จนเป็นเข็มแหลมคมสมเบิกบาน
สุดพ้นผ่านกระแสชลปนน้ำกรด
         มันไหลลดกรดไหม้ใจเจียนขาด
แสนวิปลาสอนาถแท้แม้เลี้ยวลด
จะกอบเกื้อเอื้อใยสลายรันทด
สิ้นจนหมดรดราดกัดจิตหมอง
         สนุกสนานสราญพอขอลาก่อน
ไม่ม้วยมอนตรองจิตแล้วคิดสนอง
ขอร่ายกลอนคล้องใจใส่ทำนอง
หากเธอต้องร้องหาเมื่ออาวรณ์
         ขอลาก่อนงามงอนถอนสานฝัน
รักฝังนั้นจำไว้ไม่ถ่ายถอน
เพียงแต่ต้องขอลาเหตุจำจร
สุดร้าวรอนจิตป่วนล้วนจดจำ
         ให้เพ้อพร่ำรำพันครั้นลดเลี้ยว
มันเกาะเกี่ยวเหนี่ยวลดหมดความขำ
ด้วยครั้งก่อนสิ่งทั้งหลายเคยทำ
สร้างความช้ำย้ำตอกต้องบอกลา
         น้ำตาซึมปริ่มไหลให้แสนโศก
จิตวิปโยคหมกกรุ่นสิเน่หา
เหมือนอาภัพอับปางร้างแรมมา
ล้วนนำพาล้าหัวใจสุดทานทน
         น้ำเอ๋ยน้ำฟ้าเอยได้เคยกล่าว
ถึงเรื่องราวเล่าสนองทุกแห่งหน
บัดนี้กลับเวียนวนจนปะปน
ยากจะพ้นด่านกล่าวเข้ามาเอง
         จะปิดกั้นสานฝันตำนานรัก
ก็ยังชักหวั่นใจให้ว้าเหวง
ด้วยรักเขามากมายคล้ายยำเกรง
โอ้แสนเซ็งโศกศัลย์คล้ายรัญจวน
         โรคหนอรักพอช้ำซ้ำเติมติด
ยากจะปลิดผลักไปให้หันหวน
กลับมาคิดหลายตลบเพื่อทบทวน
เหมือนจะชวนหันกลับมารับขวัญ
         จิตประหวัดพาดพิงอิงครั้งเก่า
มันโน้มน้าวร้าวหทัยยากใฝ่ฝัน
จำเนียรแจ้วแววฟ้ามากำนัล
ดุจคล้ายฝันมันไม่คล้ายอำพลาง
         ความผิดพลาดครั้งนี้มีเหตุร้าง
แม้นอ้างว้างวางไว้ให้ขนาง
ขอเพียงจำฝังจิตคิดละวาง
บทสล้างกลางดวงใจให้จากจร.  

                ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
19 ตุลาคม 2547 16:38 น.

สติปัฏฐานสูตร

แก้วประเสริฐ


	สติปัฏฐานสูตร
          ภควาดูกรผู้ปฏิบัติธรรมสัมพุทธะ
สิ่งที่ละอันนิพพานมีหลายสถาน
ทั้งสั้นยาวเลี้ยวลดคดเคี้ยวบรรพ์
สู่สถานอันวิมุติบริสุทธิ์พุทธดำเนิน
         ทางเป็นเอกมีไว้ในสี่ดำรัส
เป็นทางลัดอันพุทธองค์ทรงสรรเสริญ
สติปัฏฐานสี่กายเวทนาจิตธรรมเจริญ
จึงขออัญเชิญเล่าสู่แก่ผู้ฟัง
         ทางสายหนึ่งกายานุสติปัฏฐาน
พิจารณาขันธ์กายในนอกที่เซซัง
เลือดเนื้อกระดูกผูกเข้าเป็นกายัง
มันผุพังตามกรรมเวรมิยั่งยืน
         ทางสายสองเวทนานุสติปัฏฐาน
เป็นหลักผันให้เกิดสุขทุกข์เต็มกลืน
เดี๋ยวก็ทุกข์ไม่สุขปลูกจนต้องฝืน
แสนขมขื่นเมื่อจางหายไปตามทาง
         ทางสายสามจิตตานุสติปัฏฐาน
เป็นขนำสานสร้างกรรมไม่สะสาง
หวั่นไหวให้เศร้าโศกโสมนัสวาง
จัดสรรสร้างวางทางกลางแห่งหน
         ทางสายสี่มีธัมมานุปัฏฐาน
จัดสร้างสรรค์นิวรณ์ห้ามาสับสน
กามราคะพยาบาทคาดดวงกมล
อีกทั้งปนถีนะอุธัจจะวิจิกิจฉา
         อีกทั้งบรรพขันธอายตะโพชฌงค์
อุปาทานหลงพะวงบ่งสัจจะหนา
รู้ละลดหมดสิ้นตามกาลเวลา
ขันธ์ทั้งห้าพาใจจนปริสุทโธ
         ทางสายเอกนี้ไว้เพื่อใช้ละลด
วางกำหนดแนวเดินเพื่อสุโข
เจริญรอยพุทธองค์คือพุทโธ
อรหโตสัมพุทโธโอ้นิพพาน.

            ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงแก้วประเสริฐ