13 มิถุนายน 2554 22:44 น.

“สังเวชอารมณ์”

แทนคุณแทนไท

m264133.jpg


คิดถึงเจ้าเร่าร้อน		           ทรวงใน
มิน่าจากกันไกล	             ดอกเจ้า
ดุจใจพี่หนามไหน	           ตำที่ ใจนา
อกเอ่ยเผยความเศร้า	     แต่นั้นวันจร
	
นกน้อยนอนหลับแล้ว	      ลำพัง
ดุจพี่เดียวเปลี่ยวหวัง	       ห่างน้อง
น้ำค้างต่างตกยัง		             เนื้อหน่อ ใจซาง
เหินห่างเจ้าตักต้อง		         หมองช้ำระกำใจ

ดื่นไซร้ไหวหวั่นนั้น		         หฤทัย
โดดเดี่ยวดารดาษหมาย	  กลั่นกลื้น 
น้ำตาเท่าธุลีหลาย		          หยดผ่าง
เฉียบเยียบยี่หระรื้น	   	     ร่ำไห้ระทมเหงา

บางเบาบนกฎกั้น		           อาการ เกินเปรย
สะเทือนซ่านซิสงสาร	        หนั่นนี้
คือใจที่พลีหวาน		             ตอนพบ
ไยจึ่งเปลี่ยนจรลี้		            ขื่นไข้ในมานย์

ต่อนี้หาญหักทิ้ง		             อารมณ์ ใจพี่
ใดที่เคยพร้อยพรม		       ตวัดคว้าง 
วับหายสู่สถานสม		         -ควรอยู่ พ่ายแล
ชีวาตย์พ้นทาศว้าง		        อย่างแล้วแคล้วเคย

เผยถึงเจ้าร่านร้อน		       ทรวงเอง อกเอย
สินั่นใจข่มเหง		              หั่นห้ำ
ใครไหนเล่ากริ่งเกรง	    ยากบ่ ใจนอ
เราซิประหลาดล้ำ		         บ่มไว้ใจเอย

เลยปล่อยใจขยับย้ำ	      ขยี่ขยัน
วันขื่นล่วงกระสันต์		       สวาทสู้
สมเพทเวทนาวัน		        คืนผ่าน
จารจรดแต่จิตรู้		           กู่ก้องฟ้องประจานฯ
	

พระจันทร์ที่เศร้า ๑๓ มิถุนาย์ ๕๔ /๒๒.๓๓ น. โดยแทนคุณแทนไท 				
12 มิถุนายน 2554 18:46 น.

...ลุกขึ้น...

แทนคุณแทนไท

no_powerplant.jpg

กว่าจะเห็นเป็นบ้านเป็นเมือง
รุ่งเรืองเด่นล้ำนำสมัย
กว่าจะฟ่องฟูเฟื่องเรืองวิไล
ฤๅทวยเทพวิมานไหนเนรมิตรมา

กว่าจะอุดมสมบูรณ์ล้ำ
ทั้ง น้ำ ข้าว ในนา ทั้งปลาทั้งป่า
ใครหนอช่างอัศจรรย์บันดาลมา
ฤา มิใช่ ปู่ตาและย่ายาย

กี่หยดหยาดเหงื่อที่เรื่อหลั่ง 
กี่พลาดกี่พลั้งยังขวนขวาย 
กี่ร้อนกี่ทุกข์รุกกล้ำกราย 
กี่แรงใจกี่แรงกายก่อนร่มเย็น

กว่าจะมีป่าให้ได้ชื่นชุ่ม
กว่าจะมีใสน้ำลุ่มดั่งที่เห็น
กว่าจะเกิดเป็นคนตัวเป็นเป็น
และดังเด่น ดีได้ ก็เพราะใคร

มิใช่แค่แม่พ่อผู้ก่อเกื้อ
มิใช่แค่ครูผู้เอื้อเฟื้อวิชาให้
แหละมิใช่เพราะทุนบ้าพ่อค้าไพร
แต่มีวันนี้ได้เพราะแผ่นดิน

กว่าจะมีแผ่นดินให้อยู่ได้
สูญไปกี่ลมหายใจที่แดดิ้น
กว่าจะเป็นแผ่นดินทองของธานินทร์
เราหลั่งรินเลือดไทยไปไม่น้อย

ใคร! หมายเบียดบังธรรมชาติ
คงเห็นแล้วความพินาศอย่างยับย่อย
มานับ นิดหนึ่งให้ถึงร้อย 
เป็นยามคอยเฝ้าทรัพย์สินแผ่นดินทอง

เราเคยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข 
อาจมีทุกข์ก็ผ่านพ้นไม่หม่นหมอง
เพราะโลกมีโศกสุขบ้างบางทำนอง 
จึงปะปนเกี่ยวข้อง...เรื่องธรรมดา 

"มัน"กำลังคืบรุกทุกแผ่นดิน 
เพื่อแดกกินสินทรัพย์เกินนับค่า
แค่แอบอ้างโน้มนำคำ"พัฒนา" 
สู่ชีวิตดีกว่าอย่ากังวล

มัน เอาความอยากได้และอยากมี
มาปั้นสีตีไข่ให้สับสน
ลูกและหลานจัญไรได้สินบน
ก็มาร่วมปั่นป่นจนวุ่นวาย

กูหวงแหนแผ่นฟ้าเป็นสีฟ้า
กูรักดินรักป่า "อย่าได้หมาย"
มัน ผู้ใดหากคิดล้างทำลาย
ไม่แคล้วได้เป็นศพ "แล้วพบกัน"

ถ้ามันหมายรุกแผ่นดินกลืนกินชาติ
ชาวบ้านใช่ไร้อำนาจอย่าหวาดหวั่น
มันตัดป่าเราก็จักฆ่ามัน
มินอนรอโทษทัณฑ์สวรรค์ใด

เถิดรักษาให้เป็นบ้านให้เป็นเมือง
พอแล้วความเปล่าเปลืองเฟื่องสมัย
อยู่อย่างนี้มีสุขไร้ทุกข์ภัย
อย่าเอาความขื่นไข้มาให้เรา

ถ้าไม่เชื่อถ้อยคำที่เราพูด
จักสร้างสมยมทูตพูดแทนเล่า
รุก มาตั้ง จงฟัง และชั่งเอา
เราจักเผา จักผลัก อย่างหยัดยืน

ลุกขึ้นสู้
มึง จักได้เย้ย กู อยู่ชื่นมื่น
ใจกูร่วมรวมกันเป็นไฟฟืน 
ถึงมึงแข็งก็จักขืนปืนกูมี

เพราะเราอยู่บนถิ่นแผ่นดินแม่ 
ต้องดูแลตระหนักรักษ์ถิ่นที่ 
เพื่อต่อลูกสืบหลานชั่วนานปี 
และดำรงในวิถีที่เป็นมา

ถึงจักสู้ด้วยสมองสองมือเปล่า
รวมกันเข้าปลุกใจให้หาญกล้า 
เอาดวงใจร้อยรัดด้วยศรัทธา 
แล้วฟันฝ่าบั่นบุกผู้รุกราน
........

เถิดเพื่อนผอง
มวลพี่น้อง ชิดเท้าอย่างห้าวหาญ
ป้อง สิชล คนขนอม จากภัยพาล
รักษาบ้าน ชาว ท่าหลา "นา"  หัวไทร

ฟ้า...ที่นี่ยังเห็นเป็นสีฟ้า
ดิน...ที่นี่สมบูรณ์กว่าผืนดินไหน
คน...ที่นี่โอบเอื้อเผื่อน้ำใจ
แดด...ที่นี่สวยใสไม่เปลี่ยนแปลง

นก...ที่นี่ร่ำร้องระเริงรื่น
ดาว...ที่นี่ค่ำคืนคงเปล่งแสง
ลม...ที่นี่พัดผ่านไม่รุนแรง
เล...ที่นี่คือแหล่งทำมาหากิน

คือสมบูรณ์ของถิ่นแผ่นดินแม่
ซึ่งดูแลสืบสายไม่สูญสิ้น
คือภาระต้องตระหนักรักษ์แผ่นดิน
ให้รุ่นหลังยลยินชั่วนิรันดร์

ลุกขึ้นเถิดพี่น้องปกป้องบ้าน
ออกขับไล่อันธพาลอย่าหวาดหวั่น
เราไม่ลุก มัน ก็รุกทุกวี่วัน
ร่วมใจกันเพื่อแผ่นดินหมดสิ้นภัย 

แด่ประชาชนชาวอนุรักษ์ นครศีฯทุกท่าน "เราไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถ่านหิน"				
11 มิถุนายน 2554 20:04 น.

คำทำนาย ชุดที่ ๑

แทนคุณแทนไท

Jap-Type95-HaGo.jpg

หลังสามกรกฎาค์
เต็มสภาพวกห่าเหว
คนดีพ่ายคนเลว
ผีเปรตเปลวเลวระยำ

ชาวนายังยากไร้
จิตใจยังตกต่ำ
เกษตรกรยังมีกรรม
ไอ้หำ ถือคำภีร์

ทาบฉาบด้วยสีแสง
ไม่หยุดแบ่งแข่งสาดสี
เลวต่ำระยำอับปรีย์
ธรณีก็ทานทน

ยี่ห้อยร้อยยี่สิบ
ปลาไหลฉิบ(ไม่)หายพ้น
ชาละวัณก็พันธ์วน
ผสมเสร็จสำเร็จกาม

เพื่อกูจะกู้เกียรติ
ขยายเหยียดเสนียดพล่าม
ปลดแอกคดีความ
มีสงครามประชาชี

ประชาจะวิปริต
ยังขบคิดจนผิดที่
เทพเทือกกระเดือกฟรี
ผสานซี้ขยี้มัน

สังคมทุรยศ
ต่างแหกกดที่ขีดกั้น
ด่าทอกันพัลวัล
พวกมึงฉันมันชั่วทราม

ความโลภยังสิงสู่
ชั้นชนอยู่ยั้งสยาม
ไพร่ก็อยากแดกมูมมาม
ลุกลามทั่วนาคร

กฎหมายถูกปลิดปลด
มีตราบทปัญญาอ่อน
รุมทึ้งของเน่าหนอน
และเห่หอนไปทั่วทิศ

ข้าราชการชั่ว
ก็มิกลัวอบายบิด
พ่อค้าก็คบคิด
ประดิดแดกมิแยกใคร

ชาวบ้านร้านตลาด
ก็เกรี้ยวกราดกันง่ายง่าย
ใครไม่พอใจใคร
ก็พร้อมใช้กำลังชน

เผาได้ก็จะเผา
เป็นถ่านเถ้าไปทุกหน
นรกสวรรค์ก็มิพ้น
เศษอาจมกระจายประจาร

ทั้งเมืองจะดาลเดือด
และสีเลือดจะแดงฉาน
สันติราษฎ์วิบัติบาน
ทหารหาญกลับบ้านนอน

หัวเมืองมีขบท
ขย่มกฎเป็นกลุ่มก้อน
ฟืนก็มาสุมฟอน
สยามร้อนทุกหัวเมือง

สยามกลายเป็นหลายรัฐ
และเยียดยัดกันนทุกเรื่อง
เหนือ กลาง อีสาน เปลื้อง
ขืนขัดเคืองถึงมลายู

คนไทยได้ไปไท
คือเป็นใหญ่ตามใจอยู่
หาแดกของแจกกรู
อุดอู้ มิสู้งาน

แขมร์หม่องจะครองเขต
ณ สยามประเทศอย่างเหี้ยมหาญ
มาเลียจะเชียร์มาร
ให้แยกบ้านสะท้านแดน

บรรพบุรูษ ถูกขุดด่า
เหตุชั่วช้ามานานแสน
ประเทศไทยจึงเหลือแลน
มาวิ่งเล่นกันเมลือง

โจรชั่วจะใส่สูท
ใช้ปากพูดได้ทุกเรื่อง
แต่แบ่งแดกกันรุ่งเรือง
ซื้อจรวดมาอวดรวย

ออกไปหาข้าวกล้า
แบกอาก้ากันซะด้วย
จารีตก็มิดม้วย
ไม่คิดช่วยใครและใคร

สุดทางแผ่นดินแตก
ประเทศแยกกันเป็นใหญ่ใหญ่
ยูเอ็นก็เข็ญใจ
จำใจใช้กำลังยึด

สุดสิ้นสยามยิ้ม.

ปล. ภาษาใต้แลนคือตัวเงินตัวทอง 

แทนคุณแทนไท				
10 มิถุนายน 2554 14:29 น.

"ละไมละเมอว่าคือรัก"

แทนคุณแทนไท

8527.gifแรกเห็น
ใจฉันเต้นยิ่งกว่านางในฝัน
อะไรนำทำให้เราพบกัน
วาสนาอะไรนั่น คงไม่มี

เธอแย้มยิ้ม
ใจฉันอิ่มดั่งอาบทิพย์ระยิบสี
แล้วฉันถาม ปรารถนาบรรดามี
เขาตอบแต่รู้สึกดีที่ได้เจอ

เธอเอ่ยเอื้อน
ไพเราะเหมือนการเวกเสกเสนอ
หรือคือเธอนางฟ้ามาอวยเออ
เปล่าหรอกเธอ เสียงเสนาะเพราะกว่าใคร

เธอเยื้องย่าง
ดั่งหงส์ยูงสวยพร่างระหว่างได้-
ยลเธอ เพ้อถามความในใจ
จะมีไหมนางใด งามเท่าเธอ

เมื่ออยู่ใกล้
ทั่วทั้งห้วงดวงใจไยพรั่นเผลอ
จะนอนนั่งฝั่งไหนละไมละเมอ
ทำให้เราเพ้อเจ้อชเง้อมอง

เมื่อไกลห่าง
เหมือนโลกเราเคว้งคว้างสุดทางผอง
ไม่มีแล้วแดนดินถิ่นสีทอง
โลกหม่นหมอง ร้องไห้ไร้ใครฟัง

ยิ่งคิด
ดับสนิทแน่แล้วอย่าแคล้วหวัง
วิมานเลิศล้ำหรูมิอยู่ยัง
หทัยสั่งฝังฝากยากเกินไป

ทุกจารถึง
จรดจดให้สุดซึ้งยากถึงได้
เพราะเราแค่คนที่แอบมีใจ
ขณะเธอไร้อะไรในความคิด

ณ บัดนี้
ฉันยังคงเสรีทุกที่สิทธิ์
เธอได้มาประทับในไว้เนิ่นนิจน์
ฉันอยากคิดก้ำเกินเขินหัวใจ

ความฝัน
เธอเคยเป็นเหมือนฉันเช่นนั้นไหม
ได้พบกันก็รู้ว่าช้าไป
แต่หัวใจไหวสั่นฝันละเมอ

ความรัก
เวลาสักเท่าไหร่ใช่ใจเผลอ
ความรู้สึกลึกลึกที่ได้เจอ
คือคำตอบแท้เสมอกว่าเวลา

อยากพูด
หมายพิสูจน์คำพูดนี้จริงหนา
แต่ละอายเกินไปไร้น้ำยา
เธอสูงค่าสง่าศรียากมีใจ

ยิ่งเห็น
ก็ยิ่งอยากจะเป็นคนอยู่ใกล้
สูดกลิ่นหอมของเธอยามหายใจ
และโลมไล้แผ่วพลิ้วกับผิวนวล

ยิ่งฝัน
อารมณ์ยิ่งป่วนปั่นจนสั่นสรวล
ลืมแล้วสิ้นในความควรมิควร
ปรารถนาล้วนล้วนกวนอารมณ์

เธอหาย
ขวัญฉันคล้ายหนาวระทวยไร้ผวยห่ม
กลับมาเถิดอย่างน้อยมาพร้อยพรม
ซับคนทุกข์ระทมให้ชื่นจินต์

แรกเห็น
ได้ลืมทุกประเด็นทุกเข็ญสิ้น
วาสนาพบแล้วว่ามีอยู่จริง
แม้ได้แต่แอบอิงกับภาพเธอ

ยิ่งเห็น
ชวนให้เป็นเช่นก่อนนี้เสมอ
เธอละม้ายคล้ายหญิงแรกที่ฉันเจอ
จึงละไมละเมอ ว่าคือรัก

1018254ziqayvf5qd.gif

พระศุกร์ที่ ๑๐ พฤษภาค์ ๕๔ / แทนคุณแทนไท
  				
9 มิถุนายน 2554 16:16 น.

เชิญร่วมถวายพระพร พระเจ้าแผ่นดิน

แทนคุณแทนไท

photo-22.jpg?et=mfLMwrM%2BKEgeCYKprRPEkA


วันนี้วันที่ ๙ มิถุนายน วันนี้ ..
คือวันที่ครบรอบ ๖๕ ปี ของการครองราชย์ของพ่อหลวง...
นับว่าเป็นวันมหามงคลอย่างยิ่งเลยทีเดียว

เป็นวันที่พระองค์พระองค์ทรงให้คำมั่นสัญญาต่อประสกนิกรชาวไทยว่า..
"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
..............................................

นอกจากนี้ หลังจากพระองค์เสด็จขึ้นครองราช ประมาณ 2 เดือน ( ๑๙ สิงหาคม ๒๔๘๙) 
พระองค์เสด็จฯ โดยประทับรถยนต์พระที่นั่งไปทรงนมัสการลาพระแก้วมรกต เพื่อจะทรงกลับไปศึกษาต่อ ตลอดรายทางมีประชาชนจำนวนมากเฝ้าแหน เมื่อถึงวัดเบญจมบพิตรฯ มีประชาชนคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า
"อย่าละทิ้งประชาชน"!
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ "บันทึกประจำวัน" ถึงประชาชนที่มีความผูกพันกับพระองค์ครั้งนั้นไว้ว่า
"อยากจะร้องบอกเขาลงไปว่า ถ้าประชาชนไม่ 'ทิ้ง' ข้าพเจ้า แล้วข้าพเจ้าจะ 'ละทิ้ง' อย่างไรได้"
.....ที่มาบทความของคุณเปลวสีเงิน

อ่านแล้วซาบซึ้งมากครับ


soilinhandphoto.jpg

.......................................

9 คำพ่อสอน


1. ความเพียร 

          การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทนคือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันครึทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีไม่ครึต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง 



พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯวันที่ 27 ตุลาคม 2516

--------------------------------------------------------------------------------


2. ความพอดี 

          ในการสร้างตัวสร้างฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน 



พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 18 ธันวาคม 2540

--------------------------------------------------------------------------------


3. ความรู้ตน 

          เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จและความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคตได้อย่างแน่นอน 



พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2521 

--------------------------------------------------------------------------------


4. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ 

          คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้ 



พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521

--------------------------------------------------------------------------------


5. อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ 

          ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม 



พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496

--------------------------------------------------------------------------------


6. พูดจริง ทำจริง 

          ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม 



พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540

--------------------------------------------------------------------------------


7. หนังสือเป็นออมสิน 

          หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้ 



พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2514

--------------------------------------------------------------------------------


8. ความซื่อสัตย์ 

          ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง เด็กๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกิดมีขึ้นในตนเอง เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์ และมีชีวิตที่สะอาด ที่เจริญมั่นคง 




พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ปี พุทธศักราช 2531

--------------------------------------------------------------------------------


9. การเอาชนะใจตน 

          ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ 



พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 12
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 12 ธันวาคม 2513


--------------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

.....................................................................................


"ขอสัญลักษณ์ดอกกุหลาบแดงท่านละหนึ่งดอกถวายพระพร ขออนุญาตไม่มีข้อความนะครับ"				
Calendar
Lovers  2 คน เลิฟแทนคุณแทนไท
Lovings  แทนคุณแทนไท เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแทนคุณแทนไท
Lovings  แทนคุณแทนไท เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงแทนคุณแทนไท