15 ตุลาคม 2553 11:33 น.
(น้ำตาลหวาน)
เขียนกลอนเศร้าตัวเรายิ่งเศร้าหนัก
เขียนกลอนรักก็รักจนหวั่นไหว
เขียนกลอนทุกข์ก็ทุกข์สุมหัวใจ
เขียนกลอนไรทำให้ใจเบิกบาน
เขียนกลอนเที่ยวสนุกกว่าเธอว่าไหม
เขียนแล้วสุขสดใสสนุกสนาน
ยิ้มกับภาพพิมพ์ใจคล้ายวันวาน
นึกถึงกาลนานนั้นสุขสันต์จริง
ไม่อยากเศร้าใจเราเฉายิ่งนัก
ไม่อยากรักเกรงใจหวั่นไหวยิ่ง
ไม่อยากทุกข์จมทุกข์ขลุกทุกสิ่ง
ไม่อยากแม้นจะจริงทิ้งให้จม
เขียนกลอนให้บางใครด้วยใจดี
เขียนด้วยมิตรไมตรีดีสุขสม
เขียนด้วยใจให้ใครได้ชื่นชม
เขียนผสม-ผสานงานกวี
บ้านเปิดกว้างทางโล่งดูโปร่งใส
ใครต่อใครเข้ามาพาสุขศรี
มาสร้างความสุขสันต์พันทวี
จากบ้านใหญ่หลังนี้กี่พันคน
มีกลอนบ้าน กลอนเมือง กลอนเรื่องราว
กลบท ร้อยกรองกล่าวทุกแห่งหน
จากที่เคยแต่อ่านผ่านตาตน
ผูกพันจนเขียนพอได้กลอนบ้านตาม
หน้าเก่าไปหน้าใหม่มาหาความสุข
ล้วนหลากมุขสีสันกันตอบถาม
เม้นท์หยอกเย้ากระเซ้าแหย่แผ่ความงาม
ทุกคนยามเข้าบ้านสำราญ....เอย
(เกือบจบไม่ลง คริ)
13 ตุลาคม 2553 17:26 น.
(น้ำตาลหวาน)
เหมือนทางตันดั้นด้นค้นทางเปิด
หวังระเบิดเปิดได้ในทางนั้น
จะเป็นได้อย่างไรนั่นทางตัน
ดั้นด้นกันไปไยให้เจ็บจำ
อยากจะรู้ว่าเจ็บสักแค่ไหน
อยากจะรู้เป็นอย่างไรความเจ็บช้ำ
อยากจะรู้ที่ทำอยู่พอไหมทำ
หรือยังซ้ำเติมอีกฉีกหัวใจ
เหมือนคนบ้าเข้าหาความเจ็บปวด
แม้นร้าวรวดปวดลึกสึกเพียงไหน
ยอมเจ็บช้ำเจ็บลึกฝังข้างใน
จะเป็นอีกนานเท่าใดใจขอทน
ไม่มีใครตรอมใจตายเพราะรัก
ฉันจึงพร้อมยอมหักสักกี่หน
ฉันทนได้ฉันทำได้เพราะใจตน
ฉันยอมจนสาแก่ใจให้เธอทำ
ฉันเจ็บช้ำเท่าใดใจเธอรู้
ฉันเจ็บช้ำให้ดูเพื่อตอกย้ำ
ฉันเจ็บช้ำเท่าใดใจเธอยำ
ฉันถือเป็นเวรกรรมที่ทำมา
ขอชดใช้ชาตินี้ให้หนี้หมด
ฉันขอชดใช้กรรมทำที่ว่า
ขอใช้หมดชาตินี้อย่ามีมา
ขอให้เราชาติหน้าอย่าได้เจอ
11 ตุลาคม 2553 14:19 น.
(น้ำตาลหวาน)
ฉันทำเหมือนข้นแค้นแฟนไม่มี
ฉันทำเหมือนตอนนี้ขาดความหมาย
ฉันทำเหมือนตัวตนคนเจียนตาย
ฉันทำเหมือนร้องไห้ได้ทั้งปี
ฉันไม่สวยหรือไรไม่ได้เกิด
ฉันไม่พริ้งบรรเจิดเชิดเดินหนี
ฉันไม่อาจทำให้ดูได้ดี
ฉันไม่อาจทำอย่างที่ใจอยากทำ
ฉันนั้นมีแฟนแล้วแม้แคล้วคลาด
ฉันนั้นอาจผิดพลาดบาดถลำ
ฉันนั้นเป็นคนไม่ดีที่ไม่จำ
ฉันพลาดซ้ำผิดซ้อนไม่วอนใคร
ทำไมหนาคนดีมีไหมนี่
ทำไมหนาคนดีมีที่ไหน
ทำไมหนาคนดีอยู่ห่างไกล
ทำไมหนาคนดีไม่..ใช่ดีจริง
ความสม่ำเสมอมีไหมในผู้คน
แรกดีล้นเกินไปให้ใจวิ่ง
พอนานไปทำไมกลายเป็นสิ่ง-
ฉันกับเธอต่างกันยิ่ง..ห่างกันไกล
เธอกับฉันต่างกันตรงที่จิต
ฉันนั้นซื่อเป็นมิตรแต่เธอไม่
ความซื่อตรงต่างกันแสนห่างไกล
ฉันจะทำเช่นไร...กับเธอดี
คำตอบง่ายจากไปก็สิ้นเรื่อง
ถ้าทำได้ก็ไม่เปลืองสมองนี้
ถ้าทำได้ฉันคงทำนานแล้วซี
เรื่องแบบนี้เป็นนิยาย...น้ำเน่ายาว
8 ตุลาคม 2553 17:29 น.
(น้ำตาลหวาน)
เห็นเขาเดินจูงมือถือของให้
น่าอิจฉาเข้าไส้จริงจริงหนอ
โถเกิดมาครานี้มีไม่พอ
ความสวยหนอเขาเมินไม่มองมา
ต้องเดินเดี่ยวคนเดียวเป็นปีชาติ
เราไม่อาจหาญคิดชีวิตจ๋า
หวังจะเดินจูงมือถือของอาสา
คงจะเป็นชาติหน้าว่าบ่ายคล้อย
ค่อนชีวิตคิดได้ใช่ไม่รู้
เพียงหวังอยู่มีบ้างอ้างเล็กน้อย
เมื่อชีวิตยังมีที่รอคอย
จะให้คล้อยตามวัยไม่อยากเป็น
สุขกันไปตามประสาคนวัยนี้
ทุกข์ก็มีเข้ามาให้แลเห็น
ชีวิตคนนั้นมียากมีลำเค็ญ
แต่ก็มีให้เห็นที่ดีดี
คงมีบ้างสักวันเป็นของเรา
ใครจะทุกข์รุมเร้าได้ทั้งปี
สักวันหนึ่งคงเบื่อเข็ดและหนี
สุขก็มีเข้ามาหาสักวัน
เห็นคนเหนื่อยลำบากทั้งกายา
เหนื่อยทั้งปีวิ่งหาจ้าละหวั่น
เรายังดีมีกินเป็นเดือนกัน
บางคนนั้นหากินวันแทบไม่มี
หาที่ลงไม่ได้ใครช่วยด้วย
อยากจะหวานร่ำรวยกลับแบบนี้
เขียนกลอนหวานไม่เป็นได้สักที
ทำอย่างไรกันนี่ "น้ำตาลหวาน"
6 ตุลาคม 2553 09:16 น.
(น้ำตาลหวาน)
กลับจากเที่ยวมีงานแทบขาดใจ
มองทางไหนไมงานแยะหนาดนี้
สงกาสัยสำเร็จโทษฉันนั่นซี
โถนานทีจะละงานทิ้งการไป
ลาพักร้อนได้หนึ่งปีสิบห้าวัน
ไม่เคยได้ใช้มันไม่ไปไหน
ด้วยวันหยุดเสาร์ทิตย์บานตะไท
ขัตฤกษ์อีกมากมายใช้ไม่ทัน
เหนื่อยจากเที่ยวเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว
รีบปั่นงานเร่งแจวแคล้วไม่หวั่น
โถนานทีจะมีงานเข้าสักวัน
ปกติฉันนั่งหายใจทิ้งไปทิ้งมา
อิจฉากันละสิงานสบาย
ด้วยงานฉันดีมากมายที่ได้หนา
เงินไม่มากแค่พอใช้ได้พึ่งพา
ด้วยเงินนั้นไม่มากมุาตามเนื้องาน
เดี๋ยวหนาวแล้วเตรียมการจะขึ้นเหนือ
ใครอยากไปเที่ยวเพื่อสมัครสมาน
ไปด้วยกันก็ดี-ดีเหมือนกัน
ใครอยากไปกับฉันยกมือมา
อยากชวนไปภูทับเบิกหนาวจับใจ
ไปดูไร่กล่ำปลีอ้วนพลีจ้า
ผักไม่แพงอากาศดีใครอยากมา
ขอรีบเชิญล่วงหน้ามาว่ากัน
แต่ตอนนี้ขอปั่นงานเสร็จก่อน
ไม่ได้ไปตะลอนทำฝายนั่น
หวังไว้ว่าทุกคนสุขสันต์กัน
เพราะคุณอัลเตรียมการบานตะไท
ขอให้เพื่อนทุกคนสุขกับงาน
อย่าลืมเล่าขับขานงานแบบไหน
ขอให้ผ่านด้วยดีมีสุขใจ
และโชคดีมีชัยฝนไม่ตกจ้า....
ขอให้เพื่อนๆที่ไปร่วมงานสร้างฝายกับคุณอัลมิตรา ทำงานด้วยความสำเร็จ
และกลับมาด้วยสวัสดิภาพทุกๆท่านนะค่ะ....