25 เมษายน 2555 15:12 น.

เล่าสู่กันฟัง

(น้ำตาลหวาน)



                            เมื่อประมาณปลายเดือนที่ผ่านมา แหะๆ ก็เดือนนึงแล้วล่ะค่ะ แชมพูล้างรถหมด ปกติแล้วจะฝากเพื่อนที่ทำงานซื้อให้ หรือไม่ก็เจอใครที่เขาเป็นสมาชิกก็ฝากซื้อ  ฉันใช้แชมพูล้างรถยี่ห้อนี้มานานมากแล้วล่ะค่ะ น่าจะสิบปี  เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันแอบนึกเคืองตัวเอง  สิบปีที่ผ่านมาฉันยึดติดกับอะไรมากเกินไปรึป่าวนะ

                            เรื่องมีอยู่ว่า จะฝากเพื่อนซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียวก็เกรงใจ  เพราะต้องขับรถไปไกลจากที่ทำงาน ก็เลยขอยืมบัตรสมาชิกของเพื่อนเพื่อไปซื้อเอง  ช่วงหยุดพักกลางวันก็ขับรถไปที่ศูนย์สินค้ายี่ห้อนี้ (เป็นสินค้าขายตรงที่มีชื่อเสียงมาก) ศูนย์ค่อนข้างใหญ่ เหมือนซุปเปอร์มาเก็ต เข็นรถเลือกซื้อตามใจชอบ   แล้วจ่ายตังค์ที่แคชเชียร์  ฉันก็หยิบแชมพูที่ต้องการมาที่แคชเชียร์ซึ่งไม่ต้องรอคิว 

                             พอยื่นบัตรสมาชิกให้ พนักงานมองหน้าแล้วถามว่า บัตรของใคร ฉันก็ตอบไปว่าของน้องที่ทำงานค่ะ  พนักงานพูดต่อว่า  พี่มีบัตรสมาชิกไหม ฉันก็บอกว่าเคยเป็นสมาชิกแต่ไม่ได้รับบัตรและอีกอย่างนานแล้วคงจะหมดอายุ พนักงานขอบัตรประชาชน และดูข้อมูลในคอมฯ พร้อมกับบอกว่าหมดอายุนานแล้ว และบอกว่าให้น้องเจ้าของบัตรเขามาซื้อให้วันหลังนะครับ  อ้อ..บัตรสมาชิกที่ฉันมีเป็นของผู้ชายค่ะ

                              ฉันก็ไม่พูดอะไร มองคิวที่รออยู่พร้อมกับถามพนักงานว่า งั้นพี่ขอซื้อรวมกับคนที่ยืนรอคิวนี้ได้ไหม  พนักงานตอบว่า "เราไม่มีนโยบายให้ซื้อรวมครับ"

                              ฉันยืนอึ้งสักแป๊บนึง แล้วพูดกับพนักงานว่า พี่ขับรถมาตั้งไกล เพื่อซื้อแชมพูล้างรถเพียงขวดเดียว บัตรสมาชิก็เอามาด้วย แม้จะไม่ใช่ของพี่ แต่พี่ก็มีเจตนาที่จะซื้อของคุณจริงๆ ทำไมถึงซื้อไม่ได้   เงียบ....

                              ฉันวางขวดแชมพูไว้ตรงนั้นแล้วเดินออกมา ในขณะที่เดินออกมา มีพนักงานรีบเข้ามาหาพร้อมถามว่า "พี่จะสมัครสมาชิกใหม่เลยไหมครับ" 

                               ฉันมองหน้านิดนึงแล้วตอบว่า "ไม่ละค่ะ ไม่อยากได้สินค้าของคุณแล้ว "  ฉันเดินตัวปลิวออกมาด้วยความรู้สึกที่บอกอาการไม่ถูก   ใจหนึ่งก็คิดเออหนอ...มีตังค์ มีบัตรสมาชิกแต่ไม่สามารถซื้อสินค้าได้

                               ช่วงที่เดินออกมาด้านนอกเกือบถึงลานจอดรถ ได้มีน้องผู้ชายคนหนึ่งคงจะเป็นสมาชิกวิ่งออกมา(วิ่งจริงๆค่ะ) ตะโกนเรียก ให้หยุด และบอกว่าพี่รอตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมซื้อให้  เขาคงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ความจริง ณ ตอนนั้นฉันไม่อยากได้แล้วละค่ะ แต่ด้วยความเกรงใจที่เขาอุตส่าห์วิ่งออกมา ก็เลยยืนรอ 

                               สักครู่เขาเดินถือถุงแชมพูล้างรถมาให้  พร้อมกับพูดอย่างเกรงอกเกรงใจว่า นโยบายเขาเป็นแบบนี้ครับพี่ อยากให้สมัครสมาชิกเพื่อจะได้ซื้อสินค้า แล้วเขาก็พูดอีกหลายประโยค ฉันได้แต่ยืนฟัง ไม่พูดโต้ตอบ ช่วงนั้นน้องเขาไม่มีเงินทอน บอกให้ยืนรอแป๊บนึงจะไปเอาตังค์ทอนที่รถให้  ฉันมองตามเขาไปที่รถ  เขาขับบีเอ็มดับบลิว ใหม่เอี่ยม  อืม...การเป็นตัวแทนสมาชิกของสินค้ายี่ห้อนี้ รายได้ดีขนาดนี้เชียวหรือ (แอบคิดในใจ) 

สรุปแล้ว....น้องเขาต้องไปแลกเงินที่แคชเชียร์ (วิ่งไปวิ่งมา)  ฉันเห็นว่าเงินไม่มากนัก ก็เลยขับรถออกมา ไม่อยากให้เขาต้องวิ่งไปวิ่งมาแหละค่ะ เกรงใจจริงๆ

ถึงตอนนี้ ฉันคิดว่าคงต้องเปลี่ยนแชมพูล้างรถใหม่แล้วล่ะ  ด้วยขอน้อมรับนโยบายของบริษัทที่กำหนดไว้ค่ะ 


ขอขอบคุณเจ้าของรถบีเอ็มดับบลิวมา ณ ที่นี้ด้วย (จริงแล้วขอบคุณตรงนั้นด้วยเช่นกัน) ถ้าบังเอิญได้อ่านเรื่องสั้นนี้ คงจำเหตุการณ์ได้นะค่ะ


ขอขอบคุณภาพ จากอินเตอร์เน็ต



				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง(น้ำตาลหวาน)