30 กันยายน 2554 10:49 น.
(น้ำตาลหวาน)
หัดเขียนกลอนมาปีกว่าเจ้าข้าเอ๋ย
วันเวลาล่วงเลยก็นานโข
ยังได้แค่งู-งู-ปลา-ปลาห่างเป็นโล
อพิโธ่อพิถังเสียจังเรา
เข้าบ้านกลอนอ้อนเพื่อนมาเยือนแก้ว
คิดก็แล้วตรองก็แล้วก็ยังเขลา
ความอ่อนหวานไม่มีที่ตัวเรา
จะขัดเกลาอย่างไรให้สวยงาม
คำเขาว่าถ้ามีรักจักสวยหรู
เขียนออกมาได้น่าดูสุดวาบหวาม
ด้วยหัวใจสีชมพูอยู่ชั่วยาม
เขียนออกมาตามหัวใจที่ไหลริน
เคาะสนิมที่จับขยับเขียน
สมองน้อยน้อยเริ่มเพียรก่อนจะสิ้น-
ก่อนจะร้างอ่อนล้าเป็นอาจิณ
หากใจรักไม่ขาดวิ่นสักเสี้ยวเดียว
คำเขาว่าคนเขียนกลอนมักอ่อนไหว
มองอะไรให้เคลิ้มจิตใช่บิดเบี้ยว
อันคำกลอนอ่อนหวานปานผึ้งเชียว
เหตุผลเดียวคือเพียงกลอนหาใช่จริง
คนไม่หวานเขียนกลอนหวานเขียนไม่ออก
อยากขอบอกออกจากใจใช่เส-สิ่ง
อยากจะหวานเป็นน้ำตาลมดแอบอิง
มดไม่แล-แน๊ ทำหยิ่งน้ำตาลเมา
เขียนไปเรื่อยเหนื่อยก็หยุดใช่พูดพร่ำ
มีงานทำตั้งหน้าทำเดี๋ยวถูกเหมา
ทำงานราษฏร์ทิ้งงานหลวงงานเข้าเอา
เจ้านายเราแอบเพ่งมอง...ต้องขอบาย(ก่อน)
22 กันยายน 2554 10:19 น.
(น้ำตาลหวาน)
เธอบอกให้รอถึงวันเราสอง
รวมหนึ่งปรองดองห้องหอรอไหม
ฉันนั่งแอบยิ้มกรุ้มกริ่มภูมิใจ
วันเราสองได้ร่วมเรียงเคียงชม
นับหนึ่งสองสามว่าตามตำรา
สาวน้อยรอท่าพี่ยาสุขสม
อิ่มเอมหัวใจหากได้ภิรมย์
เราสองเหมาะสมชื่นชมรอวัน
จากสาวน้อยกลอยใจในวันโน้น
ตัวฉันเริ่มโหนเห็นคานไหวหวั่น
กลายเป็นสาวใหญ่ไฉไลเริ่มหั่น
เหี่ยวลงทุกวันฉันนั่งรอใคร
หลอกเราให้รอพี่หนอช่างทำ
น้องรอเช้าค่ำตอกย้ำหมองไหม้
บอกน้องรอเก้อเพ้อพร่ำไฉน
ที่แท้ยาใจมีหลายคนควง
สาวน้อยวันนั้นตัวฉันวันนี้
เกือบสายเต็มทีดวงชีวีที่หวง
เก็บใจให้พี่แต่มีหลายดวง
อาจเจ็บบางห้วง..แต่อีกดวงสู้ต่อไป
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต