30 กันยายน 2553 11:19 น.

กอดเมืองกรุง จูงมือเที่ยว (2)

(น้ำตาลหวาน)


                        หลังจากรับประทานอาหารบนแพล่องเรือชมวิวที่จ.อุทัยธานีกันแล้วก็เตรียมขบวนเดินทางต่อเพื่อไปร่วมงาน ท่องเที่ยวไทย 5 ภาคที่จ.สุพรรณบุรี ที่จัดก่อนแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ย. แต่พอไปถึงงาน ไม่มีที่จอดรถสำหรับพวกเราค่ะ รถเยอะมากๆ ติดตั้งแต่ก่อนเข้างาน พวกเราก็เลยพร้อมใจกันไม่เข้าไปในงาน วนออกจากงานกว่าจะได้ก็ใช้เวลามากมาย

                         ขบวนเราตั้งใจเข้ากทม.เพื่อให้ทันเปิดงานการท่องเที่ยวไทย 5 ภาคที่จัดขึ้นที่ สยามนิรมิต ในเวลา 18.30 น. เราเดินทางจากสุพรรณตั้งแต่เวลา 16.00 น. คิดว่าคงทัน แต่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น รถติดมากขบวนของเราหลุดและหลงไปหลายคัน  คันที่ดิฉันนั่งก็หลงค่ะ กว่าจะไปถึงงานสยามนิรมิตเกือบสองทุ่ม ไม่ทันท่านรองผู้ว่ากทม.เปิดงาน แต่ทันทานอาหารที่จัดเตรียมไว้ ทานแบบไม่ทันเคี้ยวค่ะ เพราะสองทุ่มละครเริ่มเล่นแล้ว ทานไปรีบไป ไม่อยากบรรยายเลยว่าเป็นอย่างไร 

                           เราโชคดีที่ได้นั่งหน้าสุดติดขอบเวที  ขอบอกว่า อลังการงานสร้างมากๆ สยามนิรมิต ถ้าใครมีโอกาสได้ไปชมสักครั้ง ขอให้ไปนะค่ะ ทุกฉากทุกตอนไม่อยากกระพริบตาเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าคนไทยทำได้ขนาดนี้ บนเวทีมีแม่น้ำสำหรับล่องเรือ มีช้างขี่ตัวเป็นๆ มีแกะวิ่งไล่เหมือนทุ่งกว้าง  วิถีชีวิตคนไทยในอดีต มาอยู่บนเวทีนี้หมดเลยค่ะ  โดยเฉพาะฉากฝนตก มีฝนตกจริงค่ะ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า มีให้เห็นจะๆกันเลย  รวมทั้งฉากนางฟ้า เทวดา ลอยไปลอยมาร่ายรำอยู่กลางเวหา  หาชมไม่ได้อีกแล้ว  ต้องขอบอกว่า ให้คะแนนเต็มสิบเลยล่ะ

                           เกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่เราชม ลืมเวลาไปเลยล่ะ ต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่จัดให้พวกเราได้เข้าชมฟรี ขอบคุณจริงๆ

                           จบการแสดงเกือบสี่ทุ่มเราก็กลับโรงแรมที่พัก ขอบอกเราพักกันที่ดิอิมเมอรัลค่ะ โรงแรมระดับสี่ห้าดาวบนถนนรัชดาภิเษก  โห...ประทับใจค่ะที่พักเยี่ยม  อาหารเช้าสุดยอด มอนิ่งคอลหกโมงเช้า อาหารพร้อมเจ็ดโมง ล้อหมุนแปดโมงเช้า มุ่งสู่หัวหินค่ะ ช่วงออกจากโรงแรม ปรากฏว่ามีรถหลุดขบวนเข้าเส้นทางผิดบนทางด่วนไปสองคัน  กว่าจะตามมาทันได้ก็โน่นเลยค่ะ เกือบถึงราชบุรี น่าเห็นใจค่ะ กทม.ถ้าเข้าเลนผิด คิดจนเครียดเลยล่ะ  แต่ก็มีเจ้าหน้าที่สต๊าฟจอดรอเพื่อให้ตามขบวนรถได้ทันค่ะ 

                            เราไปหัวหินเพื่อเข้าไปชมอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เราได้รับฟังคำบรรยายและชมบริเวณรอบๆนิดหน่อยค่ะ เพราะไม่มีเวลาเข้าชมส่วนด้านหลังที่ปลูกต้นโกงกางไว้ น่าเสียดายค่ะ

                             จากนั้นก็เดินทางไปรับประทานอาหารที่ร้านขันเงิน ขอบอกว่าทุกครั้งที่แวะรับประทานอาหาร ไม่มีเวลาถ่ายรูปอาหารเลยสักครั้งเพราะด้วยความคนเยอะ พอนั่งปุ๊บก็หมุบหมับๆ ถ่ายไม่ทันค่ะ  ขอย้ำว่า ถ้าใครไปทานอาหารร้านขันเงิน ต้องสั่งน้ำพริกกะปินะค่ะ อร่อยม๊ากๆๆๆ 


                             รับประทานอาหารเสร็จแล้วก็เดินทางมุ่งสู่เพลินวานค่ะ ขอบอกว่า ก่อนไปเพลินวาน ดิฉันตั้งความหวังไว้สูงมากว่าจะสวยงามสมคำล่ำรือ แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเท่าไหร่  ด้วยเป็นวันอาทิตย์คนเยอะมากๆ ร้อนมากๆ ร้านที่ตั้งก็พยายามทำให้เหมือนร้านโบราณสมัยคุณปู่คุณย่าแหละค่ะ ไม่ตื่นตาตื่นใจเท่าที่คิด  คงเพราะเคยเห็นจากที่อื่นๆมามากแล้ว แต่ประทับใจอยู่ร้านนึงค่ะ ชื่อร้าน "ป้อนคำหวาน" ตั้งชื่อร้านได้ถูกใจมากๆ

                             ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ ก็เดินทางเข้าที่พักค่ะ โรงแรมโกลเด้นบีช ชะอำค่ะ ฟังชื่อแล้วน่าจะโอ  แต่ไม่ใช่ค่ะ ค่อนข้างเก่า ห้องก็เหม็นอับเล็กน้อยถึงปานกลาง  บางห้องน้องๆบ่นว่านอนไม่ได้เลยต้องขอน้ำยาปรับอากาศมาฉีดค่ะ แต่อาหารเช้าใช้ได้ค่ะ  

                             ช่วงกลางคืนมีรับประทานอาหารซีฟู๊ดเล็กน้อยริมทะเลและมีการละเล่น ร้องคาราโอเกะสำหรับคนที่ชอบร้องเพลงเพื่อเก็บสะสมคะแนน จากนั้นประมาณสามทุ่มแยกย้ายกันพักผ่อนค่ะ

                              จบกันที่ชะอำก่อนนะค่ะ พรุ่งนี้ไปต่อที่สวนผึ้งและเมืองกาญนจบุรีค่ะ จะพาไปชมโรงถ่ายภาพยนต์สมเด็จพระนเรศวร ที่เจอตัวเป็นๆเลยค่ะ พันโทวันชนะ และผู้พันต๊อด กำลังถ่ายทำภาค 3 กันอยู่ค่ะ 				
29 กันยายน 2553 16:39 น.

กอดเมืองกรุง จูงมือเที่ยว (1)

(น้ำตาลหวาน)


                        โครงการกอดเมืองกรุง จูงมือเที่ยว จัดขึ้นโดยททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยค่ะ  ขอบอกว่า ใครทราบข่าวนี้แล้วไม่ได้ไป น่าเสียดายมากๆ

                         ฉันกับเพื่อนๆอีกเจ็ดคัน เกือบยี่สิบคน นัดเจอกันที่หน้าม.นเรศวร เวลา เจ็ดโมงสี่สิบห้า  รวมทั้งเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆด้วยค่ะ แต่กว่าจะพร้อมออกเดินทางได้ก็เกือบเก้าโมง ด้วยรอเจ้าหน้าที่ค่ะ  มีลูกทัวร์บางคนวีนเจ้าหน้าที่อย่างแรง ทำเอาน้องๆสต๊าฟทำหน้าไม่ถูกเลยค่ะ ฉันอยู่ตรงนั้น รีบบอกให้น้องไปบริการโดยด่วน  เพราะฉันทำเองได้ แหะๆ เขาขู่ด้วยด้วยว่าจะคอมเม้นท์กลับให้น่าดูเลยว่าบริการแย่มากๆ

                        ททท.สุโขทัยพร้อมก่อนพิษณุโลก เดินทางล่วงหน้าไปก่อนค่ะ ด้วยรอไม่ไหว  ก่อนเคลื่อนขบวนน้องๆสต๊าฟก็แจกอาหารเช้า ด้วยกล่องสวยงามประกอบด้วยข้าวเหนียวหมูทอด ผลไม้ลองกอง กระดาษ น้ำดื่มอีก ครึ่งโหลโดยบอกว่า สี่วันนะครับ

                        พอเดินทางไปได้ไม่นานแค่พ้นเขตจ.พิจิตร มีขบวนจ.แพร่ตามมาทันที่นั่น  แต่มีรถขบวนพิษณุโลก ดับโดยไม่ทราบสาเหตุค่ะ ต้องใช้รถลากไปเข้าอู่ พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ททท.ขับรถไปส่งที่พิษณุโลกเพื่อไปเอารถอีกคันตามขบวนมาอีก  โดยมาทันขบวนที่จ.สุพรรณบุรี(อยากบอกว่าเป็นคันเดียวกับที่วีนเจ้าหน้าที่ค่ะ)  คงหายวีนไปแระ

                        พวกเราเดินทางทั้งหมดสามสิบคัน โดยติดป้ายสติ๊กเกอร์เบอร์ข้างรถทุกคัน พร้อมเปิดไฟหน้ารถ ไฟผ่าหมาก เพื่อให้ขบวนเดินทางโดยต่อเนื่อง แต่ก็มีหลุดขบวนบ้าง  ต้องขอบอกว่า การแรลลี่วิทยุสื่อสาร สำคัญที่สุด  เพราะทำให้เราสามารถรับรู้ทุกอย่างในขบวนว่าใคร เป็นอย่างไร มีอุปสรรคตรงไหน คันนำหน้าขบวนและคันปิดท้ายขบวนจะคอยแจ้งให้เราทราบตลอดเส้นทาง และจะไม่มีการหลุดขบวนค่ะ

                        พวกเรามารับประทานอาหารกลางวันที่จ.อุทัยธานี เสียดายจริงๆเพราะดิฉันคิดว่าแค่แวะทานอาหารไม่ได้เอากล้องลงไปด้วย  เพราะเราทานอาหารในแพล่องเรือ  ทัศนียภาพสองข้างทางสวยงามจริงๆ เราได้เห็นการอยู่แบบพอเพียงของคนอุทัย เห็นบ้านราคาสามสิบล้านที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง และที่สำคัญ  บ้านของพระสหายของพระเทพฯของเราด้วย   ไกด์บอกว่า องค์ท่านเสด็จมาทุกปีๆละสองสามครั้ง  เฮ้อ....เสียดายจัง ไม่ได้มีรูปมาเป็นหลักฐานเลย

                        และจากการรับฟังคำบรรยายของไกด์แล้ว น่าทึ่งจริงๆ เมืองอุทัยเป็นเมืองเล็กๆที่น่าอยู่ ไม่มีโลตัส ไม่มีบิ๊กซี เขาอนุรักษ์ไว้ มีชาวแพมากมาย โดยอาศัยอยู่อย่างพอเพียง ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยงกลางคืน ไม่มีผับ ไม่มีบาร์สถานที่ท่องเที่ยวของวัยรุ่นที่จะนัดพบกันได้ คือ หน้าเซเว่นค่ะ และถ้าใครมาอุทัยแล้วไม่สามารถไปจังหวัดอื่นได้อีก เพราะไม่มีรถโดยตรงค่ะ ต้องเหมารถไปต่อที่จ.อื่นที่ใกล้เคียง มีแต่รถโดยสารเฉพาะคนอุทัย ที่ออกและกลับเป็นเวลาเท่านั้น 

                          ฉันยังคิดว่าสักวันจะไปเยือนจ.อุทัยอีกสักครั้ง มีโฮมสเตร์ให้เราได้พักผ่อนด้วยค่ะ ช่วงเวลาที่กทม.มีกีฬาสีส่วนมากจะหนีมาพักผ่อนที่อุทัยกันค่ะ กีฬาสีแดงสีเหลืองไงค่ะ

                          เมืองอุทัยเป็นจังหวัดเล็กๆที่น่าท่องเที่ยวโดยธรรมชาติ อาหารอร่อย มีเรือท่องเที่ยว  น่าประทับใจจริงๆค่ะ ที่สำคัญเขาว่า สาวอุทัยสวยค่ะ

                          ในระหว่างการเดินทาง พิษณุโลก-อุทัยธานี จะมีเกมส์ทายปัญหาโดยผ่านวิทยุสื่อสารกันทุกคัน แต่ ต้องกดโทรศัพท์มือถือทายค่ะ ไม่อยากบอกเลยว่า สี่ปัญหาที่น้องๆทายมา ดิฉันกวาดรางวัลไปสามค่ะ กดเร็วและถูกเท่านั้น อิอิ

                           จบจากการทานอาหารที่จ.อุทัยธานีก็ออกเดินทางไปจ.สุพรรณบุรี โดยมีททท.ของจ.อุทัยติดตามมาด้วย รวม 40 คัน ค่ะ

                           ขอจบที่จังหวัดอุทัยก่อนนะค่ะ ด้วย3 คืน 4 วัน เล่าวันเดียวคงไม่จบแน่ เดี๋ยวมีภาคต่อไปค่ะ สำหรับรูป ไว้ชมพร้อมกันทีเดียวภาคต่อไปนะค่ะ





                        

                          				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง(น้ำตาลหวาน)