16 กุมภาพันธ์ 2555 10:32 น.
(น้ำตาลหวาน)
ความจริงน้ำตาลหวานตั้งใจเขียนเรื่องสั้น เนื่องจากช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้เดินทางไปเขาคิชกูฏมา แต่บังเอิญได้อ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้ จึงเปลี่ยนใจอยากให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องนี้มากกว่า ลองอ่านดูนะค่ะเผื่อจะเป็นประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย
อ่านเรื่องซึ้งๆ เรื่อง มีพ่อจนๆนี่มันน่าอายมากเลยหรือ ?
วันนี้เลิกงานเร็วเลยพาพี่นุ่มไปซื้อของใช้ที่ห้างแห่งหนึ่ง รอต่อแถวจ่ายตังค์นานเลย เจ้านุ่มก็เริ่ม งอแงๆ ง่วงนอน สังเกตุว่าคิวด้านหน้าเรามากันเป็นครอบครัว มีพ่อแม่ลูกสาววัยประมาณเจ้านุ่ม แล้ว ก็ผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง ที่หนูน้อยเรียกว่า "ปู่" คุยกันยิ้มแย้มแจ่มใสดี ซื้อของใช้ล้นตระกร้าเชียวค่ะ
พอแคชเชียร์คิดเงินของครอบครัวนี้จนเสร็จได้ยินคร่าวๆว่า "ทั้งหมดพัน(กว่าๆ)บาทค่ะ...." ผู้ เป็น"ปู่ " เป็นคนเปิดกระเป๋าสตางค์ใบเก่าๆ จะจ่ายเงิน พร้อมทำท่าอ้ำอึ้ง มีลูกชายลูกสะใภ้จ้อง ตาเขม็ง หุบยิ้มทันที
" ว่าไงพ่อ จ่ายเค้าไปสิ" ลูกชายบอก คุณปู่ยังทำท่าอ้ำอึ้ง "ไหน ดูหน่อย มีตังค์เท่าไหร่" คุณปู่ยื่นกระเป๋าตังค์ให้ดูข้างใน
" อ้าว ไหนว่ามีตังค์เยอะไง แล้วแบบนี้จะชวนมาซื้อของทำไม ไม่มีตังค์จ่ายก็ไม่บอก อายเค้าจริงๆ
" ลูกชายลูกสะใภ้พากันมองคุณปู่ด้วยสายตาที่เหมือนดูถูก...รำคาญ
ในที่สุดเค้าก็พากันทำสิ่งที่เราไม่อยากจะเชื่อสายตา คืออุ้มลูกเดินหนีไปเลย พร้อมกับโกรธหัวฟัดหัว
เหวี่ยง ไม่สนใจลูกสาวที่ร้องว่า "ปู่ๆๆๆ ปู่มาด้วย"
คุณปู่ยืนคอตก หน้าเศร้าอยู่หน้าแคชเชียร์ พอเด็กถามว่าจะเอายังไง คุณปู่เปิดกระเป๋าตังค์ให้เด็กดู
แล้วบอกว่าให้คิดเงินตามนี้ ได้ของเท่าไหร่เท่านั้น (เด็กนับแล้วมีแปดร้อยบาทค่ะ)
ระหว่างรอแคชเชียร์คิดเงินใหม่ ได้ยินคุณปู่เล่าว่า แกบ้านอยู่ต่างอำเภอห่างไปเป็นร้อยกิโล ลูกหลาน
ไม่ไปหานานแล้ว แกจึงตัดสินใจรวบรวมเงินทั้งหมดที่มีนั่งรถเข้ามาเยี่ยมลูกหลานในเมือง แล้วชวน
ออกมาซื้อของ ลูกแกก็ไม่ถามสักคำว่าเงินมีเท่าไหร่ หยิบของเอาๆ แกก็ไม่เคยรู้ราคาของ เพราะอยู่
บ้านนอกก็ซื้อร้านของชำทีห้าบาทสิบบาท ใครจะจะรู้ว่าของในห้างใหญ่เค้าซื้อกันทีละเป็นพัน
เราจ่ายเสร็จเห็นคุณปู่ยังเดินเคว้งอยู่แถวๆนั้น ก็เลยถามแกว่าจะกลับยังไง แกบอกว่าพอขึ้นรถกลับ เป็น ( อ้าว แล้วตังค์ล่ะ เมื่อกี้เห็นจ่ายไปหมดแล้วนี่นา ) แต่ก็ยังลังเลอยู่ กลัวลูกกลับมาตามหาแล้ว ไม่เจอ มือถือก็ไม่รู้เบอร์
เลยตัดสินใจพาคุณปู่ไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ประกาศหาลูกค่ะ จากนั้นเราบอกให้รอสักพัก ถ้าลูกไม่มา
จริงๆ ให้ไปขึ้นรถที่คิวรถ( ฝากเด็กที่ปชส.ค่ะ ว่าให้ย้ำคุณปู่อีกที) พร้อมกับให้เงินแกเป็นค่ารถไว้ค่ะ
จริงๆอยากรอดูสักพัก แต่เจ้านุ่มไม่ไหวแล้วค่ะ งอแงเหลือเกิน
คุณปู่น้ำตาคลอบอกเราว่า "มันคงไม่ทิ้งปู่จริงๆหรอกนะ นี่ก็ได้ของไปเยอะเหมือนกันถึงจะซื้อได้ไม่หมด ก็เถอะ นี่มันไม่เคยกลับไปหาปูเลย ก็เพราะปู่มันจน ไม่มีสมบัติอะไรให้ " เราปลอบใจแกไปบอกว่า เดี๋ยวเค้าคงกลับมาน่ะ คงเดินไปดูอย่างอื่นก่อน
เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยค่ะ หันหลังกลับไปมองเห็นคุณปู่ยังยืนคอตกที่เดิม ในใจคิดวน เวียนตลอดเวลา
.... นี่เค้าทำแบบนี้กับพ่อตัวเองได้ยังไงนะ ...
... พ่อไม่มีตังค์พอเนี่ย มันผิดด้วยหรือ? เค้าไม่รู้หรือไงว่า เงินเท่านี้อาจจะเป็นเงินที่คุณปู่เก็บมาทั้ง ชีวิตก็ได้ (คนชนบทจะไปหาเงินจากไหนล่ะ?) ...
...แล้วเค้าจะสอนลูกให้กตัญญูต่อพ่อแม่ได้อย่างไร ก็ทำพฤติกรรมแบบนี้กับพ่อตัวเองให้ลูกเห็น....
จริงอยู่ พื้นฐานครอบครัวนี้อาจจะมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่เป็นเรา เราคงไม่มีวันทอดทิ้งพ่อให้ได้รับ
ความเจ็บปวดอับอายจากการที่ไม่มีเงินซื้อของให้ลูกหลานได้พอแบบนี้หรอก เป็นเรา เราคงบอกพ่อว่า
" ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ กลับบ้านเราเถอะ "
รักพ่อให้มากๆกันนะคะ เพราะคนตั้งกระทู้ คุณพ่อเสียไปตั้งแต่ยังเด็กเลย....คิดถึงพ่อนะคะ
ขอขอบคุณผู้เขียนที่แบ่งปันเรื่องราวมาให้อ่านค่ะ
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
โดย: Airiiz Toney (Facebook)
6 กุมภาพันธ์ 2555 11:32 น.
(น้ำตาลหวาน)
จริงแล้วไม่เคยมีโปรแกรมนี้ แต่จู่ๆวันพฤหัสเพื่อนรักโทรหา เสาร์ทิตย์นี้เราว่างฟร่ะ หาที่ลงกันเฮ๊อะ เข้าทางฉัน เราก็ว่างงงง อิอิ
เพื่อนรักบอกเวลาน้อยขอสถานที่ใกล้ๆแล้วกัน ตกลงกันว่า ภูเรือ จ.เลย ห่างจากพิษณุโลกเพียง 180 กม.โดยประมาณ จากนั้นเพื่อนรักก็หาเพื่อนร่วมทาง ก็มีคนหลวมตัวมาด้วยเพิ่มอีกหนึ่งคน หนึ่งคนที่เราพอใจมากที่สุด ด้วยเราไปด้วยกันมาหลายทริปแล้ว เช่น พืชสวนโลก(ครั้งแรก) ปาย ปางอุ๋ง เขาค้อ เป็นต้น
ล้อหมุนวันเสาร์สิบโมงกว่าๆ ฉันเป็นฝ่ายตระเวณรับเพื่อน คนแรกอยู่ในเมืองใกล้ๆกัน แต่อีกคน อยู่อ.วังทอง 20 กม.โดยประมาณ แต่ภูเรือ ต้องผ่านอยู่แล้วไม่ใช่ปัญหา สิบเอ็ดโมงกว่าๆ ล้อหมุนจริงเสียที
เพื่อนรักขับรถ ส่วนฉันขออาสานอนอยู่เบาะท้าย(เหมือนเดิม) ค่อยๆขับไปทางอ.นครไทย แวะทานอาหารเที่ยงกัน ผัดกระเพรามื้อแรกอร่อยมาก เป็นร้านเล็กๆข้างทางแถวๆ บ้านเนินเพิ่ม จากนั้นก็ขับมุ่งสูอ..ด่านซ้าย ช่วงอ. ระหว่างทางเราแวะที่พักริมทางอยู่ด้านขวามือ ออกจากอ.นครไทยไม่ไกลมาก ห้องน้ำสะอาด ที่นั่งเย็นสบาย กาแฟบริการตัวเอง พร้อมราคาที่เราจ่ายเองเท่าไหร่ก็ได้ ใครผ่านแถวนี้แวะได้นะค่ะ เราถ่ายรูปกันเล็กน้อย ก็ออกเดินทางต่อ ระหว่างทางเพื่อนอยากเห็นดอกซากุระ(ดอกนางพญาเสือโคร่ง) เกษตรที่สูงของอ.ด่านซ้าย อยู่ทางแยกขวามือป้ายบอก 19 กม. เราแวะเข้าไปค่ะ ทางสูงชันโค้งพอประมาณ ไปถึงไม่มีดอกซากุระให้เห็น ด้วยคงโรยหมดแล้ว ต้นซากุระอยู่ไหนหว่า หากันไม่เจอ ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้สอบถามแม้แต่คนเดียว กะว่าจะถามไว้เผื่อปีหน้าจะมาดูใหม่ ก็เลยกินแห้วกัน เก็บรูปเล็กน้อย
ขับรถลงมาเข้าสู่ตัวเมืองอ.ด่านซ้าย แวะดูพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน นิดหน่อย จริงแล้วตั้งใจแวะนมัสการพระธาตุศรีสองรักด้วย บังเอิญเพื่อนอีกคนสวมเสื้อออกสีแดง ไม่อนุญาตให้เข้า ก็เลยขอไว้โอกาสหน้าแล้วกันค่ะ
จากนั้นมุ่งสู่อ.ภูเรือ จริงแล้วเราเตรียมเต้นท์ ที่นอน หมอน (ขาดมุ้ง) ไปด้วย คิดว่าอาจนอนบนอุทยานภูเรือ หากหาบ้านพักไม่ได้ เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า ระหว่างทางก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 5 กม. เพื่อนบอกมีรีสอร์ทใหม่เพิ่งสร้างเสร็จช่วงก่อนปีใหม่น่ารักมาก น่าพัก เราแวะเข้าไปสอบถามราคาห้องพัก หลังละ 700 บาทเนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่สามารถต่อรองราคาได้ 600 บาท เราเลือกพักที่นี่กัน ด้วยเด็กที่รับจองที่พักบอกว่าเมื่อคืนฝนตก กลัวกางเต้นท์นอนแล้วจะต้องเปียกฝนกันค่ะ
จากนั้นเราก็ถ่ายรูป มีรีสอร์ทตรงข้ามกัน เป็นร้านอาหารด้วย แวะทานมื้อเย็น พร้อมกับขับรถออกไปเที่ยวตัวอำเภอ ขับขึ้นทางเข้าไปอุทยานภูเรือ ซึ่งมีรีสอร์ทสองข้างทางมากมายให้เลือก แต่ เราไปไม่ถึงตัวอุทยานด้วยกำลังจะมืดแล้ว ขับรถลงมาถ่ายรูปบริเวณไฮไลท์ของอำเภอ มีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันเยอะมาก ต้องรอคิวกันเลยละค่ะ
ถ่ายรูปเสร็จขับรถกลับมานอนตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ เพื่อนลงรูปบ้าง คุยกันบ้าง หลับตั้งแต่ยังไม่สามทุ่ม สบายๆกัน
ตื่นเช้ามาอากาศหนาวพอประมาณ สดชื่นมาก อ.ภูเรือ เป็นอำเภอที่อากาศตอนเช้าสดชื่นมากๆ มีหมอกลงทั่วไปหมด แต่พอแดดออก ร้อนมากเลยค่ะ เรายังคงถ่ายภาพกันที่เดิม ไม่มีความเบื่อหน่ายก่อนกลับก็ตระเวณซื้อพันธุ์ดอกกุหลาบมาปลูก เนื่องจากที่นี่ราถูกมากค่ะ ต้นละ 10 บาทเท่านั้นเอง ฉันซื้อมา 20 ต้น พร้อมด้วยดอกทานตะวันแคระน่ารักมาอีก 25 ต้นๆละ 5 บาท เสียดายไม่มีรูปมาให้ดูค่ะ
จากนั้นเรากลับทางอ.หล่มเก่า เข้าอ.หล่มสักไปทานขนมจีนกัน เสร็จแล้วกลับทางอ.เขาค้อ เพื่อนอยากแวะถ่ายรูปที่นั่น ก็ถ่ายรูปกันอีก(มากมาย) มุ่งสู่อ.วังทองส่งเพื่อน เข้าตัวเมืองตอน16.30 น. โดยสวัสดิภาพ
จบทริปปลายหนาวต้นร้อน จาก น้ำตาลหวาน