27 สิงหาคม 2553 11:43 น.

จดหมาย ถึงท่านทักษิณ .... !

ลานเทวา

.
.
.
เหมือนจะเงียบหายไปนาน

ข่าวเชียงใหม่เมื่อวาน ว่ามีฝน
 
ไม่มีก็แต่ข่าวของคนจน

คิดถึงก็พร่ำบ่น เอ๊ะยังไง
 

ด้วยความคิดถึง ยามเงียบหาย
 
ยังเป็นสุขสบายดีอยู่ไหม
 
เฝ้าเป็นห่วงทุกเรื่อง จากเมืองไทย
 
พกสัญชาติอะไร เล่ายามนี้
 

เลิกเผาบ้านเผาเมือง แล้วรึยัง
 
แลร่ำรวยสตุ้งสตัง หรือเป็นหนี้
 
เมื่อไหร่จะกลับมาเสียที
 
คนทางนี้คิดถึง รำพึงรำพัน
 

ยังใส่เสื้อสีแดงอยู่หรือเปล่า

ยังโกหกเหมือนเก่า รึเปล่านั่น
 
ทวิทเตอร์เฟสบุ๊ค คลิ๊กทุกวัน

ไม่เห็นออกมาคุยกัน คิดถึงนะ
 
..................................
 
โดยคำ ลานเทวา				
27 สิงหาคม 2553 07:32 น.

ถึงลุงไฟ...สหายและสายลม ... !

ลานเทวา

นานมาแล้ว ในความรู้สึก

น้ำตาข้าปริ่มจากส่วนลึก มิอาจแจ้ง

ท่ามวิถีผ่านเพี้ยนความเปลี่ยนแปลง

อุดมการณ์เคยสำแดง แลอ่อนล้า

 

นับปีเดือนเลือนลบ สู่จบสิ้น

จินตนาการแหว่งวิ่น ในคุณค่า

ความเจ็บปวดตอกย้ำ อยู่ตำตา

ทบทรมานกาลเวลา ทวีคูณ

 

มันเหมือนเหมือนทุกทุกอย่าง ที่จางหาย

ลบเลือนสู่ความเดียวดาย แล้วสาบสูญ

ที่เคยวาดปรารถนา ก็อาดูร

ที่เคยเอื้อเกื้อกูล ก็ห่างไกล

 

จะจับปืนถืออุดมการณ์ หาคำตอบ

หรือจับจอบเสียมพร้า อัธยาศัย

ตำนานเคยจรุง เพลงลุงไฟ

คิดถึงอยู่อย่างไร ก็อย่างนั้น

 

แม้ไม่ได้กลับชาติ มาก่อเกิด

แต่เราก็ไม่ได้กำเนิด มาจากฝัน

อุ่นแผ่นดินเสรีภาพ กำซาบพันธุ์

การต่อสู้ยังยืนยัน มิผันแปร

 

ไม่มีอาวุธใดแล้ว ในแนวรบ

กี่ตรรกะทวนทบ ผ่านกระแส

ปรารถนาสักเสี้ยว หรือเหลียวแล

เมื่อจริงแท้เราพ่าย ให้นายเงิน

........................................

โดยคำ ลานเทวา

 

 
full-moon_cry.jpg				
26 สิงหาคม 2553 09:04 น.

เจริญพรสามานย์...มันวิเศษหรือมันเสื่อม .... !

ลานเทวา

37473.jpgattachment.php?attachmentid=208147&stc=1




แลวัดวาอาราม ในยามนี้

เห็นพระเถรเณรชี ผิดวิสัย

มันเสื่อมถอยรอยเลื่อม จนเสื่อมใจ

ญาติโยมก็ช่างกระไร หนุนยินดี

 

จนพระเท่าที่เห็น ไม่เป็นพระ

ไม่สมดังสมณะ ทำหน้าที่

ปล่อยวัดวาสังสรรค์ ประชันมี

ประจำปีประจำเดือน ให้เกลื่อนงาน

 

หนังลิเก โนราห์จัดมาแข่ง

สร้างโบสถ์แต่งอวดโต รโหฐาน

สร้างศาลาเจดีย์ เทียมวิมาน

หล่อพระโตให้ตระการ ตั้งอวดไว้

 

เพื่อชาวบ้านศรัทธา แวะหาหวย

หาเลขรวยหาของขลัง ประดังใส่

ปลัดขิก สาลิกา บูชาไป

เรียกกุมารนางกวักให้ ทั้งผ้ายันต์

 

หนอ วัดวาอาราม ในยามนี้

จะแวะหาธรรมดีดี ที่ไหนนั่น

ยังแต่งานสร้างแต่ง แข่งประชัน

เทิดศรัทธาเมามัน วัตถุสร้าง

 

เจริญแล้วทรามพิสุทธิ์ พุทธพานิช

เมื่อหัวโล้นสิ้นคิด เมาไม่สร่าง

พันหมื่นล้านแสนร้อย ลืมปล่อยวาง

ที่จะเบาที่จะบาง ก็ห่างไกล

 

หลายแห่งมีตลาดนัด เต็มวัดวา

ยัดเยียดพาโลกล้นวัด อัธยาศัย

น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ศรัทธาใด

ทุกข์ผู้คนจะพึ่งใคร เล่ายามนี้

 

หันเหลียวแลที่พึ่งอันประเสริฐ

ภาพที่เกิดกลับเลวร้ายแทบหน่ายหนี

ให้สิ้นหวังทั้งพระเถรทั้งเณรชี

ธรรมวินัยอันควรมี ไม่เคยสร้าง

 

เอาแต่สร้างวัตถุ ยุกิเลส

ธรรมวิเศษควรดำเนิน ก็เหินห่าง

เอาแต่เพรียกศรัทธา หาสตางค์

ให้เจ้ากูยึดเป็นทาง ไปนิพพาน

………………………..

โดยคำ ลานเทวา





1SnR1i807010-02.jpgpost-19658-1192420498.jpg
				
25 สิงหาคม 2553 08:03 น.

วันสุดท้าย...!

ลานเทวา

160.jpg









หลายอาทิตย์ ไม่มีเสียงโทรศัพท์

จากเบอร์ที่เคยรับ ยังเงียบหาย

ไม่มีข่าวเหงาทุกข์ สุขสบาย

จากที่เคยบรรยาย มาทุกวัน



แล้วจู่จู่ ก็โผล่มา

โดยไม่นัดล่วงหน้า เหตุใดนั่น

หลายเรื่องราวตั้งตัว แทบไม่ทัน

แปลกคำพูดที่พูดกัน เหมือนบอกลา



ไม่ต้องถามถึงแววตา ว่ารู้สึก

ถึงบางสิ่งในส่วนลึก ส่งภาษา

ยิ้มที่เห็นก็ไม่หวาน เช่นผ่านมา

คล้ายบางอย่างมันค้างคา ให้ค้นคิด



ผ่านบางภาพลางเลือน แลเหมือนใกล้

แต่ความจริงห่างไกล ต่อไม่ติด

ไม่เหลือรักในร่องรอย สักน้อยนิด

ความรู้สึกนึกคิด เหมือนจืดจาง



เธอถามหาจุดยืน ในคืนเศร้า

ฉันก้มมองส้นเท้า ที่หยัดร่าง

ปล่อยความคิดสับสน กับหนทาง

ผ่านโศกเหงาเศร้าอำพราง ลึกหัวใจ



มีเหตุผลหลายหลาก เธอเรียกร้อง

จนความจริงฉันมอง ออกว่าใช่

อนาคตข้างหน้าเห็น ภาพเช่นไร

จบกันไปแต่วันนี้ นั้นดีแล้ว



โดยคำ ลานเทวา


 




				
6 สิงหาคม 2553 00:55 น.

บ่น....!

ลานเทวา

11.jpg





ลึกกว่าลึกสุดใจ จะใฝ่หา
ทบท้นนัยน์แววตา กว่ารู้สึก
ล่วงบางสิ่งบางอย่าง อำพรางลึก
เหนือสามัญสำนึก จินตนาการ

สารพัดทุกข์สุข อันซุกซ่อน
ทั้งกร้านหยาบกำซาบซ้อน ทั้งอ่อนหวาน
ผลิวุ่นวายสู่สงบ ในพบพาน
ล่วงฝันใฝ่วัยวาร วิจิตรใจ

คล้อยเคลื่อนงามความจริง สิ่งปรากฏ
สรรพบทอันดำรง ความสงสัย
สรรพธรรมนำเห็น อยู่เช่นไร
ชีวิตยังเป็นไป อยู่เช่นนั้น

อัศจรรย์เหลือคะเน เวไนยยะ
ทบท้นผ่านท่วงขณะ ตื้นลึกหลั่น
มโนนึกตรึกเร้า ผองเผ่าพันธุ์
กำเนิดเนิ่นนิรันดร์ มรคา

กว่ารู้แจ้งชีวา การมาสู่
ผลิเชื้อเหนืออณู แห่งตัณหา
ความมืดบอดเหล่านั้น จูงฉันมา
เรียนรู้เป็นมรรคา เป็นชีวิต

ผ่านเกิดดับลับล่วง ห้วงกระแส
พ้นผันแปรสารพัด ดัดจริต
บางหนเลือนอ้างว้าง ในทางทิศ
บางหนคิดแทบสิ้น การยินรู้

ลึกกว่าลึกสุดใจ จะไฝ่หา
ชีวิตกาลเวลา อันมาสู่
หลายหนครั้งความคิด ผิดเป็นครู
สอนตัวตนค้นดู ใดสาระ
.......................
โดยคำ ลานเทวา





				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลานเทวา
Lovings  ลานเทวา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลานเทวา
Lovings  ลานเทวา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลานเทวา
Lovings  ลานเทวา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงลานเทวา