เพียงแพรว
มองกิ่งไม้ที่ลู่ไหวด้วยลมลูบ
เอนกายจูบพสุธาดังรักใคร่
เจ้าโอนอ่อนอย่างอ่อนโยนทั้งก้านใบ
โดนลมไหวจึงไหวลงโค้งสู่ดิน
มองขึ้นฟ้าเมฆาเจ้าเคลื่อนคล้อย
ลอยล่องลอยแข่งวิหคที่ผกผิน
ยังเปลี่ยนร่างสร้างภาพให้ยลยิน
ดังภาพศิลป์บนผืนผ้านภาดล
หากมีปีกคงตีปีกร่อนเหนือเมฆ
ไปปั้นเสกรูปเมฆกลางเวหน
ใช้อิสระโบยบินไปดังใจตน
หลบให้พ้นจากทุกข์ทนคนธรรมดา
นั่งรับลมกลางชานบ้านหลังน้อย
ปล่อยความคิดล่องลอยหลุดเวหา
บรรจงสร้างภาพศิลป์จินตนา
มองด้วยตาแต้มให้งามด้วยหัวใจ
สูดกลิ่นหอมมวลไม้ที่ขจร
เอนกายนอนแนบลงตรงแคร่ไผ่
ภาพซ้อนภาพจินตนายังวาดไป
ความงดงามแต่งแต้มใจจนอิ่มเอม