14 มกราคม 2551 19:43 น.

อหังการ ลูกหลานเทวดา

วิจิตรวาทะลักษณ์

          เมื่อลูกหลานเทวาดาลงมาเกิด
จึงพร้อมเพริศบารมีที่คุ้มหัว
จะอวดเก่งเบ่งดีไม่มีกลัว
จะทำชั่วมั่วกรรมก็ตามใจ

	          ส่งลูกเข้าโรงเรียนเพื่อเขียนอ่าน
ไม่ต้องสอบก็ผ่านสู่ชั้นใหม่
เพราะเครื่องคอมฯพร้อมทุนหนุนส่งไป
ที่แม่พ่อเคยให้ในโรงเรียน

	          ปากก็ฝากลูกฉันท่านดูหน่อย
อย่าให้พลอยดื้อด้านฝึกอ่านเขียน
หากทำผิดคิดโทษโปรดติเตียน
ไม้เรียวเฆี่ยนก็เชิญถ้าเกินทน

	          บารมีแม่พ่อก่อความกล้า
ลูกเทวดาจึงแผลงฤทธิ์คิดอกุศล
เบ่งบารมีเดินกร่างอ้างพ่อตน
ว่าเป็นคนให้ทุนหนุนที่นี่
  
	          เริ่มหนีเรียนเขียนอ่านฉันไม่สน
ครูจะบ่นก็เชิญฉันเดินหนี
การโรงเรียนการบ้านฉันไม่มี
ใครกล้าตีเชิญสิถ้าอยากตาย

	          ทนไมไหวครูใหญ่เหลือใจกลั้น
จึงฟาดฟันความโอหังด้วยหลังหวาย
ควรสำนึกกลับร้องด่าว่ามึงตาย
กูจะย้ายมึงออกนอกโรงเรียน

	          วันต่อมาคำสั่งดั่งว่าไว้
ก็มาถึงครูใหญ่ใกล้เกษียณ
ว่าเชิญท่านเปลี่ยนสลับกลับโรงเรียน
ไปอยู่จนท่านเกษียณอย่าเปลี่ยนมา

	          อหังการลูกเทวาลงมาเกิด
จึงพร้อมเพริศความโอหังช่างงามหน้า
อีกไม่นานเหล่าลูกหลานเทวดา
คงบอกว่า พ่อแม่ รังแกฉัน  เพราะมันเอง
				
2 มกราคม 2551 21:21 น.

ส่งเสด็จพระพี่นางฯ

วิจิตรวาทะลักษณ์

          โศก โศก  ดั่งโลกสิ้น		
ดังแผ่นดินจะสิ้นใจ
ไหวสั่นสะท้านไทย			
น้ำตาไหลลงเจือดิน

          ดั่งฟ้ามามืดดับ			
จันทราลับลงเมฆิน
ทั้งโลกจึงยลยิน				
เสียงแผ่นดินกำสรวลบน

	          สมเด็จพระพี่นางฯ		
สละร่างสิ้นพระชนม์
ทั้งไทยในบัดดล				
จึงหมองหม่นบนน้ำตา

	          สิ้นแล้วแก้วกานต์รัตน์		
ผู้เพิ่มพัฒน์อันควรค่า
เอกองค์ในจักรา				
ขัตติยาแห่งจักรี
	
	          พระกรณีย์ที่ก่อเกื้อ 		
เพื่อประชาทั้งธานี
แซ่ซ้องสดุดี				
จึ่งทวีนับเนื่องชน

	          ขอชนบนประเทศ		
ทั่วขามเขตทุกแห่งหน
ตั้งจิตอุทิศตน				
สร้างถนนลาดบาทา

	          ร้อยใจหมายทองแผ่น		
มาปูแทนลาดเวหา
เป็นทางลาดบาทา			
สู่แดนฟ้าสุราลัย

	          ส่งเสด็จพระพี่นางฯ		
สู่แดนสร้างเทวาลัย
สถิตเทพแห่งทวยไทย			
สถิตในไทยทุกพงศ์

	          ขอเทพแห่งทวยเทพ		
ผู้ซึ่งเสพย์ทิพย์แห่งวงศ์
ยาตราทัพรับพระองค์			
เสด็จทรงทิพย์วิมาน

	          สู่ชั้นอันสูงสุด			
วิมานรุจเลิศสถาน
ขอพระองค์ทรงพระสำราญ		
ในทิพย์วิมานเทวสถานเทอญ
				
24 ธันวาคม 2550 19:48 น.

คิดมาก วันคริสต์มาส

วิจิตรวาทะลักษณ์

         เมื่อคนไทย  ใส่ใจ  วันคริสต์มาส
จนประกาศ  เฉลิมฉลอง  ก้องถิ่นนี้
ประหนึ่งว่า  สิ่งพึงทำ  ประจำปี
ทุกวันที่  ยี่สิบห้า  ธันวาคม

	         ทั่วถนน  สนใบ  ใหญ่คับบ้าน
แลตระการ  ด้วยแสงสี  ที่เหมาะสม
ระยับระยิบ  กระพริบพราว  ดั่งดาวชม
แลพร่างพรม  ด้วยของขวัญ  ตระการตา

	          มีคนไทย  ใส่เสื้อผ้า  แซนตาคอส
มายืนกอด  แจกของขวัญ  อันควรค่า
ใส่ชุดแดง  หมวกแดง  แฝงราคา
เคราสีขาว  ยาวระย้า  ทำท่าที

	         พวกผู้ใหญ่  ปลูกฝัง  ไปยังเด็ก
เอาถุงเท้า  ใบเล็กเล็ก  เด็กก็รี่
มาแขวนไว้  ปลายเตียง  เพียงราตรี
ก็จะมี  ของขวัญ  อันชวนชม

	          เลยมานั่ง  คิดมาก  วันคริสต์มาส
เมื่อศักดิ์ศรี  ของชาติ  ต้องขื่นขม
เทศกาล  บ้านอื่น  กลับชื่นชม
พร้อมเพาะบ่ม  ให้ลูกหลาน  มั่นจำเอา

	         วิสาขะ  มาฆะ  เจ้าข้าเอ๋ย
ไฉนเลย  วัดวา  ไม่พาเข้า
สิบห้าค่ำ  วันพระ  ค่าควรเรา
มิเคยเข้า  วัดวา  มาทำบุญ

	          คริสต์มาส  เกี่ยวอะไร  กับไทยหรือ
จึงยึดถือ  เอาแนวทาง  อย่างเกื้อหนุน
อนาคต  ประเทศชาติ  คงขาดทุน
เพราะเสียดุล  ไม่เห็นดี  วิถีไทย  

          วิจิตรวาทะลักษณ์(นฤมิตรเทวากร)
          วันจันทร์ที่  24  ธันวาคม  2550
				
21 ธันวาคม 2550 21:35 น.

วิมานมธุรส

วิจิตรวาทะลักษณ์

วาดวิมาน  มธุรส  ปรากฏก้อง
ให้ผู้คน  แซ่ซ้อง  ก้องแผ่นฟ้า
พจมาน  หว่านล้อม  น้อมบูชา
ว่าทุ่มเท  เพื่อรากหญ้า  ประชาไทย

	          วิมานเมือง  เรืองรอง  ของคำค่า
จึงโสภิต  วิจิตรา  น่าเลื่อมใส
ลวงรากหญ้า  หลอกประชา  ว่าภูมิใจ
ขออาสา  มารับใช้  ให้แผ่นดิน

	          ให้เลือกผม  เลือกท่าน  เท่านั้นแน่
ผมจะแก้  ปัญหาให้  ไม่สูญสิ้น
ประเทศไทย  จะเรืองรัตน์  พัฒน์แผ่นดิน
ถ้าตัดสิน  พรรคเรา  เข้าสภา
 
	          พจมาน  หวานหอม  พร้อมคำอ้อน
จึ่งสะท้อน  เป็นวิมาน  อันเลิศหล้า
ดั่งเททอง  รองอาสน์  ลาดศิลา
แล้วปูผ้า  ดิ้นทอง  รองเป็นพรม

	          เมื่อสมหวัง  ดังใจ  ได้ที่นั่ง
ก็พร้อมพรั่ง  โกงกิน  ไม่สิ้นสม
ทั้งอิฐหิน  ปูนทราย  ร้ายอารมณ์
ดึงไทยจม  ล่มโลก  ให้โศกครวญ

	          เมืองวิมาน  มธุรส  จึงหมดค่า
เมื่อวาจา  ลั่นไว้  ไม่ทำถ้วน
ประชาชน  ตาดำดำ  จึงคร่ำครวญ
ถูกตรึงตรวน  ในสถาน  วิมานคำ

          วิจิตรวาทะลักษณ์(นฤมิตรเทวากร)
         วันศุกร์ที่  21  ธันวาคม  2550
				
24 กันยายน 2550 19:16 น.

รอยไม้เรียว

วิจิตรวาทะลักษณ์

          เมื่อเสียงกริ่งแว่วดังหลังธงชาติ
ครูปานวาดก็มานั่งหวังเตรียมสอน
เด็กนักเรียนเปลี่ยนแนวเป็นแถวตอน
มานั่งซ้อนตามที่มีประจำ

	          เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจแต่เริ่มคาบ
ส่งน้ำเสียงไปกำหราบกลับเป็นขำ
เด็กบางคนเตรียมสมุดรุดจดนำ
แต่บางคนกลับขำคำของครู

	          จึงตวาดออกไปให้รู้สึก
จะส่งเสียงอึกทึกทำไมหนู
หยิบสมุดตำราขึ้นมาดู
แล้วตั้งใจฟังครูดูวิชา

	          หยิบเอาชอล์กแท่งขาวก้าวขีดเขียน
ตำราเรียนสูงส่งควรคงค่า
ปากก็ร่ำพร่ำสอนป้อนวิชา
ด้วยหัวใจศรัทธาวิชาครู

	          เสียงเอะอะอึกทึกศึกจรวด
เริ่มพุ่งพรวดสวนกระแสเกือบแหย่หู
ครูได้แต่ขีดกระดานไม่หันดู
ยืนหดหู่หันหน้าหากระดาน

	          น้ำตาคลอเสียงสั่นกลั้นเอาไว้
ปากก็พร่ำสอนใส่ไม่ด่าขาน
มือกำชอล์กขีดแน่นแผ่นกระดาน
ทำหน้าที่คุณาจารย์นั้นต่อไป

	          ไม่กล้าหยิบไม้เรียวมาเคี่ยวเข็ญ
กลัวลำเค็ญตีลูกท่านหลานผู้ใหญ่
ด่าว่านิดตีหน่อยพลอยทุกข์ใจ
พ่อแม่ใหญ่ให้ทนายหมายภาคทัณฑ์

	          เด็กบางคนคำสอนมันอ่อนนัก
มิอาจหักชักพาหาสร้างสรรค์
ย่อมต้องใช้ไม้เรียวมาเกี่ยวพัน
จึงจะสรรค์สร้างให้กลายเป็นดี

	          ครูปานวาดทนสอนจนค่อนคาบ
น้ำตาอาบแก้มนองทั้งสองที่
แล้วแต่ใจใครมักจะรักดี
ก็คงได้สิ่งที่ครูมีมา

	          แล้วเดินกลับห้องพักจากผองศิษย์
นั่งครวญคิดก้มค่อยดูรอยขา
ตอนเป็นเด็กรอยนี้เคยมีมา
ฉันจึ่งมีวันที่ว่ามาเป็นครู				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวิจิตรวาทะลักษณ์
Lovings  วิจิตรวาทะลักษณ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวิจิตรวาทะลักษณ์
Lovings  วิจิตรวาทะลักษณ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวิจิตรวาทะลักษณ์
Lovings  วิจิตรวาทะลักษณ์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงวิจิตรวาทะลักษณ์