5 กุมภาพันธ์ 2553 10:46 น.
(น้ำตาลหวาน)
มัวตะลอนออนทัวร์ทั่วอีสาน
ไม่มีเวลาขับขานงานกลอนกร่อย
เที่ยวกันเหนื่อยอ่อนเปลี้ยเพลียเล็กน้อย
วันนี้ค่อยค่อยสานงานกลอนไป
ทัวร์อีสานสนานสานสนุก
เที่ยวจนจุกความสุขคลุกเคล้าได้
เราน้องพี่สามคนดั้นด้นไกล
ห่างจากเมืองสองแควไปหลายร้อยกิโล
มุ่งสู่บ้านพี่ชายอำนาจเจริญ
ไม่ขัดเขินเที่ยวอุบลสุขล้นโข
ผาแต้มสวยลานหินแต้มศิลป์โต
ช่องเม็กโก้ข้ามฝั่งลาวเว้าเพื่อนกัน
พักผ่อนนอนเขื่อนสิรินธรออนทัวร์
ตื่นเช้าสลัวรีบดิ่งไปมุกดาหาร
ภูผาเทิบป่าหินสวยงามตระการ
สวยงามจริงพี่น้องท่านอยากให้ไป
ตลาดเมืองมุกดาหารอินโดจีน
มีมากมายทั้งสิ้นเรื่องกินใช้
ข้าวของเยอะมากมายช๊อปกันใหญ่
แสนสุขใจได้ไปอีสานกัน
สะพานไทยไปลาวแห่งที่สอง
สวยน่ามองฝั่งลาวคราวสุขสันต์
เที่ยวสี่วันสามคืนชื่นมื่นกัน
สิบจังหวัดอีสานนั้นน่าเที่ยวดี
เป็นครั้งแรกได้เยือนเพื่อนพี่น้อง
สิบจังหวัดผ่านไปมองทั่วท้องที่
นั่งรถกันจนเมื่อยเหนื่อยสิ้นดี
แต่ไม่มีให้ละง้อยข้อยชอบเด๊อ...ค๊า
27 มกราคม 2553 15:30 น.
(น้ำตาลหวาน)
ก่อนรับรักอ่อนหวานปานกลืนกิน
รับรักแล้วไยสิ้นเสน่หา
ไยทิ้งขว้างห่างไกลไม่มองมา
ทอดทิ้งไปไม่แลหาชายตามอง
ยามเมื่อรักน้ำต้มผักจักหวานจ๋อย
รักเริ่มกร่อยเหินห่างเมินหมางหมอง
ไยรักเล่นเช่นนั้นสั้นเกินครอง
ทิ้งให้หมองเศร้าอกหมกมุ่นใจ
ก่อนคำหวานหว่านมาดังห่าฝน
รักแล้วหล่นร่วงหายกลายอกไหม้
รักแล้วลืมคำรักเน้นหนักเพียงใด
หัวจิตหัวใจเป็นอย่างไรไยดำจริง
ตามเกมรักไม่ทันหวั่นใจแท้
รักไม่แน่นอนนักหนักใจหญิง
เป็นถึงชายอกสามศอกบอกรักจริง
แท้เป็นเพียงที่พักพิงแล้ววิ่งจร
คงทำมาหลากหลายมากมายคน
คงสุขล้นเห็นหญิงยิ่งไม้ขอน
เดินข้ามไปข้ามกลับเหยียบทับย้อน
ใครร้าวรอนเพียงใดใช่ฉันเป็น
อยากให้รู้ทำได้ทำไปเถิด
หากไม่เกิดกับตัวกลัวยากเช่น
สักวันหนึ่งน้ำตากระซ่านกระเซ็น
คงนึกเห็นทำใครไว้..ในสักวัน
20 มกราคม 2553 11:24 น.
(น้ำตาลหวาน)
อันความรักหนักใจใช่ไหมนี่
แล้วใยใจไม่หนีกลับไขว่คว้า
รักลบเลือนหายวับกับกาลเวลา
เหลือซากไว้เพียงน้ำตาไร้ค่าเกิน
อยากลบเลือนให้ออกนอกใจฉัน
แต่หัวใจกลับกันหวั่นไหวสะเทิ้น
ไม่ลบเลือนออกจากใจใยรักเกิน
ชอบทำเมินเลี่ยงหลบสงบท่าที
แม้ไม่แคร์คำคนดลในจิต
แต่ไม่คิดพี่เบียดเกียรติศักดิ์ศรี
เกียรติของน้องพี่มองเมินไม่มี
ใยจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นคนละคน
หรือฉันมองผิดไปใช้สายตา
ภาพภายนอกมายาว่าสับสน
มองผิดไปสายตาเราเล่นกล
ทำให้หล่นเรื่องราวร้าวอกใน
อยากลบเลือนเฉือนทิ้งสิ่งที่เจ็บ
แม้ต้องเก็บรอยแผลแลใจหาย
อยากให้รู้เกียรติน้องต้องก่อนใจ
อย่าได้หมายลบหลู่ให้รู้กัน..
14 มกราคม 2553 12:53 น.
(น้ำตาลหวาน)
เจ้านกน้อย โผผิน บินฟ้ากว้าง
มองเวิ้งว้าง ฟ้ากว้าง เป็นไฉน
นกบินสู่ กู่ร้อง ก้องพงไพร
แฝงด้วยไร้ ทิศทาง ระหว่างบิน
อิสระ เสรี ชีวีสุข
คล้ายสนุก เพลิดเพลิน ยามโผผิน
ดั่งตัวเรา เหงาเศร้า เคล้าชีวิน
ชีวิตไม่สิ้น บินหา คว้าดวงใจ
ใช่มีสุข มีทุกข์ คลุกเคล้ากัน
ชีวิตนั้น ผันเปลี่ยน เวียนไปได้
ใช่ใครนี้ มีทุกข์ ตลอดไป
ไม่มีใคร คว้าสุข ได้ทุกวัน
ชีวิตคน วนเวียน ผันเปลี่ยนแท้
ไม่แน่วแน่ แน่นอน วอนเช่นนั้น
ทำวันนี้ ให้มีสุข ทุกข์ช่างมัน
อย่าไหวหวั่น ทำใจ ให้มั่นคง
พยายาม ทำใจ ได้ดั่งคิด
ทำให้จิต ผ่องใส ไม่ลุ่มหลง
คิดดีไว้ ทำดีไว้ ให้ซื่อตรง
ชีวิตคง มีสุข หมดทุกข์ไป
ฉันคิดได้ ทำไม่ ได้สักหน่อย
แต่ก็ค่อย ค่อยเปลี่ยน แปลงแก้ไข
ก็ตัวเรา เป็นเรา ใครเอาไป
ทำแล้วเรา สุขใจ ใช่ไหมเอย...
12 มกราคม 2553 10:51 น.
(น้ำตาลหวาน)
ฟังคำอ้อน วอนจากใจ ในคำหวาน
รักเนิ่นนาน หว่านคำรัก ปักใจน้อง
ฝากคำรัก ผ่านลมปาก อยากได้ครอง
ใจใฝ่ปอง รักน้องนาน หว่านหวานมา
ถ้อยคำหวาน หว่านกวี มีบทเกี้ยว
รักน้องคนเดียว มากนัก เป็นหนักหนา
ตัวอักษร วอนคำรัก ปักแน่นอุรา
ถ้อยน้ำคำ จำนรรจา ว่ารักจริง
กลอนพาไป หรือใจนี้ มีรักมั่น
หรือไหวหวั่น อ่านบทกลอน วอนใจนิ่ง
มองให้เป็น ที่เป็นได้ จากใจจริง
วันผ่านไป กลายเป็นสิ่ง จริงบางครา
หว่านคำหวาน ผ่านอักษร กลอนวลี
ผ่านวจี เกรงคำนี้ มีถ้วนหน้า
หากบางใคร ได้อ่านคำ เอ่ยพร่ำมา
คงคิดว่า หว่านให้ตัว กลัวผิดคน
อ้อนคำหวาน หว่านให้น้อง ปองในจิต
อ้อนรักกัน นั้นไม่ผิด คิดสับสน
อ้อนรักมั่น นั้นดีแท้ แต่ผิดคน
อ้อนรักล้น คนหลายหลาก หากตั้งใจ
ป่าวว่าใคร ในที่นี้ มิมีหรอก
เพียงเย้าหยอก บอกกล่าวเอง เกรงไปได้
อ่านบทกลอน หวานรัก สุขนักที่ใจ
ขอเพียงให้ โลกเรานี้ มีรักจริง..(จ้า)