24 กันยายน 2553 09:08 น.
(น้ำตาลหวาน)
ได้เวลาหนีเที่ยวอีกแล้วจ้า
ช่างเป็นวันอันมีค่าสำหรับฉัน
ขอไปเที่ยวสนุกเป็นสุขกัน
จะท่องเที่ยวให้มันส์ประสาโสด
ททท.พาท่องเที่ยวน๊าครานี้
เหล่าน้องพี่มากมายไปกันโลด
ล่องแรลลี่คนสูงวัยคงไม่โหด
ฉันผองเพื่อนไปกันหมดเกือบสิบคัน
รวมพิดโลกโขทัยออกจากที่
นัดรวมกันอีกทีอุทัยนั่น
รวมเบ็ดเสร็จเขาว่าสี่สิบคัน
ส่วนผู้คนนัดกันเกือบร้อยคน
คงได้เห็นท้องทะเลแน่ครานี้
เพราะไปที่เพชรบุรีประจวบโน่น
และได้หม่ำอาหารทะเลเท่ห์สุดโดน
อยู่ทางเหนือฉันขอบ่นไม่ค่อยมี
โปรแกรมเที่ยวหลายแห่งจัดพาไป
สุพรรณไงแวะกรุงเทพเปิดงานนี้
ไปทั้งเพชรไปทั้งเมืองราชบุรี
อีกเมืองกาญฯด้วยสิฝันกระจาย
ไปสามคืนสี่วันสุขสันต์แน่
ขอลาแค่ไปเที่ยวไม่หนีหาย
จะกลับมาพร้อมกับสุขใจกาย
ขอฉันได้ชาร์ตแบตอีกสักครา
รออ่านเลยเรื่องสั้นฉันไปเที่ยว
ได้คงรูปสุดเซี้ยวอีกแล้วหนา
จะพยายามกวาดเก็บทั้งหมดมา
ให้พี่น้องอ่านถ้วนหน้าถ้วนตาเลย
21 กันยายน 2553 12:59 น.
(น้ำตาลหวาน)
อยากมีใจหลายดวงพวงร้อยกล
อยากมีใจร้อยดลให้เธอหลง
อยากมีใจร้อยใจมัดเธอคง
อยากมีใจซื่อตรงเธอคนเดียว
แต่ฉันมีใจเดียวเหมือนเกลียวคลื่น
แม้ค่ำคืนดึกดื่นฝืนเปล่าเปลี่ยว
โอ้ทะเลเห่กล่อมล้อมเป็นเกลียว
แสนเวิ้งว้างดายเดียวเหลียวหาใคร
ท้องทะเลไม่เคยหลับซับเหงื่อหยด
ขับเห่กล่อมน้ำลดน้ำขึ้นไหล
ไม่หยุดนิ่งหน่ายเหนื่อยหรืออย่างไร
แม้นค่ำคืนคลื่นไซร้ไร้แลดู
อยากหยุดนิ่งเฉกน้ำที่ไหลลึก
ให้รู้สึกพักผ่อนใจได้ใกล้คู่
เงียบสงบเพียงเราเฝ้าแลดู
ไม่รับรู้น้ำไหลบนเป็นอย่างไร
ฉันหยุดได้นิ่งได้แต่เธอยัง
นี่กระมังฉันเหนื่อยแต่เธอไม่
อยากตัดสินให้สิ้นเยื่อขาดไย
แต่ทำไมยากจริงยิ่งพันคอ
โลกสวยงามประดับสวยด้วยความรัก
มนต์เสน่ห์ยิ่งนักรักนี่หนอ
แม้นสุขทุกข์อย่างไรให้มีพอ
ยิ่งเดินหนีรักก็ยิ่งมัดตัว
แม้เหนื่อยยากอย่างไรใจฮึดสู้
ชีวิตเรายังคงอยู่ต่างสุดขั้ว
อะไรเกิดก็ให้เกิดปราศเกรงกลัว
ไม่มีใครไม่เจ็บตัวไม่เจ็บที่ใจ
17 กันยายน 2553 14:38 น.
(น้ำตาลหวาน)
เกิดจากท้องทุ่งข้าวเขียวขจี
พร้อมกับมีครอบครัวชัวร์สุขสันต์
เกิดมาพร้อมความสุขทุกคืนวัน
ค่ำคืนฉันมองจันทร์ริมนอกชาน
ยุงก็กัดปัดเป่าด้วยมือพ่อ
ผ้าขะม้าแกว่งต่อพ่อพัดผ่าน
นอนมองจันทร์หันมองแม่เล่านิทาน
นอนหนุนกระดานแผ่นโตโต้แสงจันทร์
บางคืนนั้นจันทร์เพ็ญเห็นดวงโต
คุณแม่โชว์เพลงเก่าเล่าขับขาน
อ๋อยอี๋เอียงบางคราว่าตำนาน
เล่าอดีตที่ผ่านท่านเป็นมา
ฝนตั้งเค้าลมแรงพัดไหวโยก
ลมพัดโบกรีบวิ่งหิ้วตระกร้า
เก็บมะม่วงที่ร่วงหล่นลงมา
แย่งกันเก็บเพลินอุราประสาเยาว์
ฝนตกพรำเดินย่ำกรำเปียกฝน
มีเสียงบ่นตะโกนด่าว่ารีบเข้า-
ฝนตกแรงเล่นน้ำเป็นหวัดเอา
รีบเข้าบ้านเร็วเข้าเจ้าตัวดี
ค่ำคืนนี้นั่งมองรอบรอบตัว
เป็นหมู่บ้านแสงสลัวรั้วกั้นที่
โอ้...แสงจันทร์นั้นไม่เห็นนานเต็มที
แสงนีออนกลบลี้ไม่มีจันทร์
ฝนตั้งเค้าตัวเจ้าบึ่งเข้าบ้าน
รถติดนานหากช้ากว่าฝนนั่น
ไม่มีแล้วเม็ดฝนหล่นแสงจันทร์
ไม่มีแล้วนอกชานนิทานคืน
15 กันยายน 2553 14:51 น.
(น้ำตาลหวาน)
อยากเขียนกลอนอ้อนใจใครสักคน
อยากจะเขียนมากล้นมีความหมาย
อยากจะเขียนถึงเขาอย่างมากมาย
อยากจะเขียนแต่เสียดายเขาไม่มี
ไม่มีใครให้อ้อนค้อนสักคน
ไม่มีใครให้บ่นคิดถึงนี่
ไม่มีใครให้ฝันถึงสักที
ไม่มีใครฉันนี้จึงเดียวดาย
ฉันขี้เหร่เกินไปใช่ไหมหนอ
ฉันนั้นดีไม่พอหรือ..ห่างหาย
ฉันคงแย่เกินพ้อคู่เคียงกาย
ฉันจึงต้องหมองหมายให้ดายเดียว
ที่พูดมาทั้งหมดเปล่าปดเท็จ
ที่พูดมาเบ็ดเสร็จเปล่าแก้เกี้ยว
ที่พูดมาเพ้อเจ้อเพียงคนเดียว
ที่พูดมาไม่เกี่ยวข้องกับใคร
อันที่จริงไม่มีอะไรหรอก
อันที่จริงเขียนหยอกทำเป็นไก๋
อันที่จริงไม่ได้มีอะไร
อันที่จริงแค่เหงาใจในบางคืน
ฉันช่างเลือกช่างเฟ้นเน้นเลยอด
ฉันอยากเลือกหมดจดโดยไม่ฝืน
ฉันไม่กล้าเลือกใครไม่ยั่งยืน
ฉันไม่ฝืนขมขื่นฉันเกรงกลัว
เขาเข้ามาให้ดูกระชุ่มกระชวย
เขาเข้ามาเฟ็คสวยแฝงสลัว
เขาเข้ามาทำดีไม่ใช่ตัว
เขาเข้ามาซี้ซั้วน่ากลัวใจ
ไม่มีใครให้อ้อนวอนเลยนิ
ไม่มีใครให้พิจารณาได้
ไม่มีใครจะให้ทำอย่างไร
ไม่มีใครให้อ้อนได้...ทำไงดี(...น๊า)
13 กันยายน 2553 17:17 น.
(น้ำตาลหวาน)
ใจระรื่นชื่นบานสำราญจิต
เมื่อมิ่งมิตรชิดใกล้ใจอกเอ๋ย
หัวจิตหัวใจหวั่นไหวมากเลย
โอ้อกเอ๋ยตัวเราเฝ้ามีใจ
แอบมองเขาเฝ้ามองตรองในจิต
แอบเฝ้าคิดว่าเขาชอบเราไหม
บุคคลิกงดงามเกินกว่าใคร
แลทางใดถูกใจให้คำนึง
เป็นไปไม่ได้เสียแล้วดวงแก้วจ๋า
เขามีคู่เคียงกายาดูน่าทึ่ง
เราคงได้เพียงฝันรำพันรำพึง
เขามีหนึ่งในดวงใจได้จับจอง
เพียงแอบมองอยู่ห่างห่างระหว่างกั้น
แล้วนึกขันอยู่ในใจไยต้องหมอง
เขามีคู่อยู่แล้วกินแห้วดอง
รสชาดลองคงจะเค็มเลาะเล็มกลืน
เห็นเขาสุขสดชื่นระรื่นจิต
ให้แอบคิดเราก็สุขโดยไม่ฝืน
ให้ความรักความชอบกรอบยั่งยืน
ไม่ผิดใช่ไหมไม่ได้ยื่นมือเข้าไป
แอบรักคนมีแฟนสุดแสนช้ำ
แห้วระกำคงต้องซดหมดใช่ไหม
แค่มีรักกับเขาบ้างจะเป็นไร
คิดคนเดียวไม่ทำให้ใครต้องตรม