25 ตุลาคม 2554 10:59 น.

คนที่ใช่ กับ คนที่ชอบ

(น้ำตาลหวาน)

ความแตกต่าง 

คนที่ใช่  อยู่เคียงข้างเราเสมอ
คนที่ชอบ  อยู่เคียงข้างเราเมื่อมีเวลา

คนที่ใช่  ให้เราได้ในทุก ๆ สิ่ง
คนที่ชอบ  ให้เราได้แค่บางสิ่ง

คนที่ใช่  บอกเราเสมอว่า คิดถึง
คนที่ชอบ  พูดคำว่า คิด...แต่นาน ๆ จะมี ถึง -*-

คนที่ใช่  โทรหาเราเป็นประจำทุกวัน
คนที่ชอบ  นาน ๆ ถึงจะโทรมาสักที

คนที่ใช่  เราไม่สบายรีบพาไปหาหมอ
คนที่ชอบ  ก็รู้นะว่าไม่สบาย รีบกินยาละกัน

คนที่ใช่  ไปไหนก็เป็นห่วงเราเสมอ
คนที่ชอบ  ไปไหนดูแลตัวเองด้วยนะ  -*

คนที่ใช่  มองตาก็รู้แล้วว่าคิดอะไร
คนที่ชอบ  มองตาก็รู้บ้าง ไม่รู้บ้างว่าคิดไร

คนที่ใช่  กินข้าวด้วยกันประจำ
คนที่ชอบ  นาน ๆ ที ถึงกินข้าวด้วยกัน

คนที่ใช่  พาไปเดินห้าง ชอปปิ้ง
คนที่ชอบ  ไม่เดินห้าง ไม่ชอบเพราะคนมันเยอะ!

คนที่ใช่  ไปดูหนังที่อยากดูด้วยกัน
คนที่ชอบ  ใครดูเรื่องไรแล้วค่อยมาเล่าให้ฟัง

คนที่ใช่  ไม่เคยลืมวันเกิดเราเลยสักปี
คนที่ชอบ  จำได้เป็นบางปี  -*

คนที่ใช่  ซื้อของราคาเป็นหมื่นให้
คนที่ชอบ  ไม่ได้ซื้อให้ แต่ทำให้แทน

คนที่ใช่  อยากได้อะไรบอก ซื้อให้หมด
คนที่ชอบ  ไม่ต้องขอ อยากให้ เดี๋ยวให้เอง

คนที่ใช่  ขับรถมาหาเราทุกวันได้
คนที่ชอบ  ขับรถมาหาเราได้แค่บางครั้ง

คนที่ใช่  อยากไปไหนบอก เดี๋ยวพาไป
คนที่ชอบ  อยากไปไหนไม่ต้องบอก เดี๋ยวพาไปเอง

คนที่ใช่  รอเราอาบน้ำ แต่งตัวได้เป็นชั่วโมง
คนที่ชอบ  ให้เวลาอาบน้ำ แต่งตัว แค่ 15 นาที!  -*

คนที่ใช่  ส่งเราเข้านอนก่อน แล้วตัวเองค่อยไป
คนที่ชอบ  นอนก่อนนะ วันนี้ไม่ไหว..ง่วง!!

คนที่ใช่  จะทำอะไร เรารู้หมดทุกอย่าง
คนที่ชอบ  ทำไรอะไร ที่ไหน เรารู้บ้างไม่รู้บ้าง

คนที่ใช่  เดินเคียงข้าง ไม่ก็เดินตามหลัง
คนที่ชอบ  เดินเคียงข้าง ไม่ก็เดินนำหน้า

คนที่ใช่  ข้ามถนนรีบจับมือเราก่อนทันที
คนที่ชอบ  ต่างคนต่างข้าม แค่ระวังหลังให้

คนที่ใช่  อยากเจอเมื่อไหร่รีบมาทันที
คนที่ชอบ  อยากเจอหรอ รอว่างก่อนนะ

คนที่ใช่  ไปเที่ยวไหนซื้อขนมมาฝากเสมอ
คนที่ชอบ  ไปเที่ยวไหนก็มีแต่รูปถ่ายมาให้ดู



ความเหมือน 

คนที่ใช่  มีรถกี่คัน เอามาให้ขับหมดไม่เคยงก
คนที่ชอบ  อยากนั่งรถสปอร์ตคันไหน เอามาให้นั่งไม่เคยหวง

คนที่ใช่  เซอร์ไพรส์ด้วยของขวัญสุดซึ้งแสนจะบรรยาย จนน้ำตาจะไหล
คนที่ชอบ  เซอร์ไพรส์ด้วยการขับ Supercar (ราคาสิบล้านขึ้น) มารับ-ส่ง ที่บ้านจะไม่ให้กรี๊ดได้ไง

คนที่ใช่  พูดกับเราว่า ยังไงก็รัก
คนที่ชอบ  พูดกับเราว่า ยังไงก็หวง

คนที่ใช่  พูดกับเราว่า ใคร ๆ ก็ไม่เหมือนเรา
คนที่ชอบ  พูดกับเราว่า เราไม่เหมือนใคร ๆ

คนที่ใช่  พูดกับเราว่า คนพิเศษที่สุดคือเรา
คนที่ชอบ  พูดกับเราว่า เราเป็นคนพิเศษที่สุด

คนที่ใช่  พูดกับเราว่า อยู่ใกล้ ๆ แล้วสบายใจ
คนที่ชอบ  พูดกับเราว่า สบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้ ๆ



คนที่ใช่ หาไม่ได้ง่าย ๆ ต้องดูกันให้ดีนะจ๊ะ  ^^



ที่มา :  http://variety.teenee.com/foodforbrain/40463.htm l


ขอบคุณภาพ  จากอินเตอร์เน็ต 
				
20 ตุลาคม 2554 11:11 น.

"รัก" กับ "หลง" ต่างกันอย่างไร

(น้ำตาลหวาน)

ความรัก ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ
ความหลง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 

ความรัก อดทนต่อกันและกันเสมอ
ความหลง กระทำไปตามอารมณ์ 

ความรัก ทำสิ่งดี ๆ ให้กัน
ความหลง ทำสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง

ความรัก ไม่คิดถึงตัวเองฝ่ายเดียว
ความหลง คิดถึงแต่ตัวเอง เรียกร้องแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการ

ความรัก ชื่นชมสิ่งดี ไม่ยอมรับสิ่งผิด
ความหลง หาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง แก้ตัว

ความรัก ปกป้องกันและกัน
ความหลง ปกป้องตัวเอง ไม่แคร์ว่าใครจะเจ็บ

ความรัก ไว้ใจซึ่งกันและกัน
ความหลง หวาดระแวง จับผิด ขี้สงสัย 

ความรัก ให้อภัย
ความหลง แค้นนี้ต้องชำระ

ความรัก ทนต่อทุกอย่าง
ความหลง ถอยหนียามลำบาก

ความรัก ให้โดยไม่มีการเลิกรา
ความหลง หยุดเมื่อไม่ได้รับการปรนเปรอ

ความรัก เป็นอมตะ คงทนถาวร
ความหลง ไม่มั่นคง อยู่ได้ไม่นาน

ความรัก ซื่อสัตย์ต่อกัน
ความหลง หลอกลวง เชื่อถือไม่ได้

ความรัก ไม่ฉุนเฉียวง่าย
ความหลง ด่าว่าให้เจ็บช้ำ

ความรัก ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย
ความหลง ไม่ให้เกียรติ ฉันต้องสำคัญที่สุด เป็นรองไม่ได้

ความรัก มีความหวังอยู่เสมอ
ความหลง คุณพลาดแล้วหมดโอกาสแก้ตัว

ความรักจะช่วยส่งเสริมคนทั้งคู่ให้เจริญก้าวหน้าขึ้นเช่น การเรียนดี ประพฤติดี
ความหลงไม่สนใจอะไร มุ่งแต่จะอยู่ด้วยกัน สุดท้ายก็ลงเอยเรื่อง sex

ความรักจะเตือนสติถ้าอีกฝ่ายทำสิ่งไม่สมควร และมีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ชิงสุกก่อนห่าม
ความหลงไม่มีการเตือนสติกัน แต่จะมองสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก เช่นแฟนกินเหล้า สูบบุหรี่ เสพยา หนีเรียนก็ไม่ว่า เพราะหลงจนไม่อยากขัดใจ

ความรักจะทำดีต่อกัน รักกันเสมอต้นเสมอปลาย
ความหลงแรก ๆ รักจนไปลืมหูลืมตา ต่อมาอีกไม่นานก็เริ่มหน่ายตีตัวออกห่างไปหาคนอื่นต่อ






ขอขอบคุณผู้เขียน
ขออภัยที่ไม่ทราบที่มา

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต





				
11 ตุลาคม 2554 09:13 น.

...........พ่อ...........

(น้ำตาลหวาน)

นึกถึงวันที่เอาเงิน 1 แสนบาท ไปคืน... ขอบคุณมากครับ คุณลุง..อย่าเสียใจไปเลยครับ
.....................ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้หลายปี เพื่อนบ้านก็ดี มีน้ำใจ ข้างบ้านรั้วติด กัน มีคุณลุงคนหนึ่ง เป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณมาหลายปีแล้ว ภรรยาเสีย ตั้งแต่เรายังไม่ย้ายเข้ามา ลูกๆ ทั้ง 3 คน ต่างก็แต่งงาน มีครอบครับ ไปอยู่ที่จังหวัดอื่นๆ กันหมด ..ลุงแกก็อยู่บ้านคนเดียว มาเกือบ 10 ปี

..........เราได้รู้จักลุง ก็ได้เห็นในน้ำใจไมตรี เป็นคนใจดี อบอุ่น น่ารัก ..มีโรคประจำตัวตาม ประสาคนแก่ คือเบาหวาน ความดัน และเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไปตามปกติ...

ด้วยความที่อยู่บ้านคนเดียว บางครั้งเจ็บป่วย ก็ลำบากหน่อย เพราะไม่มีลูกหลาน คอยช่วย เหลือ ช่วงเวลาหลายปี ที่ผ่านมา เราก็ได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือ พาไปหาหมอ พาไปทำธุรต่างๆ และถ้า ป่วยหนัก ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็จะช่วยโทรตามลูกๆ ของแกให้.. ..............................ลูกๆ ก็จะมาเยี่ยมบ้าง ไม่มาบ้าง แล้วแต่โอกาส
แต่ !!! เรารู้ว่า คุณลุงเหงา !!!!..... บ่อยครั้งที่คุณลุงจะบ่นถึงคุณป้า ซึ่งเราไม่เคยเจอตัวจริง ได้เห็นแต่ในรูป เพราะ ท่านเสียไป หลายปีแล้ว ก่อนที่เราจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่...
..........ช่วงเทศกาล ปีใหม่ สงกรานต์ เมื่อบ้านอื่นๆ เขามีลูกๆ มาเยี่ยม เราเห็นคุณลุงนั่งเหงาเพียงลำพัง เราก็ซื้อของขวัญ ของกิน ของใช้ บางครั้งก็เป็นพวก ผลไม้บ้าง เครื่องดื่มบ้าง ไปไหว้ ...ลุงก็ดีใจ ให้ศิลให้พร กันยกใหญ่ ...

แล้ว!!!.................
ท่านก็ได้แต่ รำพึง รำพัน ถึงลูกๆ ......จนน้ำตาไหล ท่านได้แต่เฝ้ารอ นั่งมองแต่ ประตูหน้าบ้าน รอว่าเมื่อไร จะมีรถของลูกๆ กลับมาเยี่ยมบ้างในช่วงเทศกาล ................................... หลายปีมานี้ คุณลุงก็ได้แต่รอ...เจอเพียงแต่ความว่างเปล่า ไร้แม้แต่เงาข้างกายของคนที่เรียกลุงว่าพ่อ

..........เราก็ได้แค่ ปลอบ ว่าลูกๆ เขาคงติดธุระ วันไหนเขาว่าง ก็คงมาเยี่ยม ไม่ต้องคิดมาก เสียสุขภาพไปเปล่าๆ...

............ที่หลังบ้านคุณลุง มีต้นมะม่วงพันธุ์ดีอยู่หลายต้น มีต้นหนึ่งที่ลูกโต หวานอร่อย เป็นพิเศษ เราไปช่วยลุงเก็บเป็นประจำ และ คุณลุงก็จะแบ่งมาให้ทุกครั้ง.......ลุงจะคัดลูกสวยๆ เก็บใส่กล่อง ดูแลเป็นพิเศษ...เก็บไว้รอลูกๆ อยากให้ลูกได้กินของดีๆ .......หลายครั้งหลายหน เราเห็นคุณลุง รอลูกๆ จนมะม่วงเน่าเสียไป ไม่รู้กี่หน ต่อกี่หน

หลายปี ????? มานี้ ก็ไม่เคยเห็นลูกๆ กลับมากินมะม่วงที่พ่อบ่มไว้ด้วยใจรัก แม้แต่ครั้งเดียว

........คุณลุงมีที่แปลงหนึ่ง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ คุณลุงบอกว่าอยากขาย ให้เราช่วยดำเนินการให้หน่อย เราก็เขียนป้ายไปติด แล้วลงประกาศให้ ...5 เดือน เศษๆ หลังจากประกาศขาย ในที่ สุดก็มีผู้สนใจ และก็ขายได้ในที่สุด ในราคา 1 ล้านบาท ...

........เมื่อได้เงินมา สิ่งแรกที่คุณลุงพูดถึงคือ...คิดถึงลูกๆ ถ้ารู้ว่าพ่อขายที่ได้คงดีใจ ลุงบอกว่า จะแบ่งเงินให้ลูกทั้ง 3 คน เท่าๆ กัน ...
..........วันรุ่งขึ้น ลุงก็มาหาเราแต่เช้า บอกว่าวันนี้ ขอแรงหน่อย ช่วยพาลุงไปธนาคารที จะไป โอนเงินให้ลูก เราก็พาไป วันนั้นเป็นลูกค้ารายแรกของธนาคาร...คุณลุงโอนเงิน ให้ลูกคนละ 3 แสนบาท ...
..........เมื่อกลับมา...จอดรถส่งลุง หน้าบ้าน...ก่อนลงจากรถ คุณลุงหยิบเงิน ในกระเป๋า 1 แสนบาท ยื่นส่งให้ บอกว่า..เอานี่ "ลุงให้" เรารีบปฏิเสธ บอกว่า ไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องให้ผม ลุงเก็บไว้ใช้เถอะ ให้ลูกๆ ไปเกือบหมดแล้ว ลุงบอกว่า "เอาไปเถอะ" !!!!
...........ลุงได้รับบำนาญทุกเดือน ไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่แปลงนี้ที่ขายได้ ก็เพราะเรา ต้องรับโทรศัพท์ และพาคนไปดูที่ หลายเดือนมานี้ ไม่รู้ขับ รถไป-กลับกี่รอบแล้ว และอีกอย่าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลุงก็ได้แต่รบกวน ไม่เคยได้ให้อะไร ตอบ แทนบ้างเลย พ่อหนุ่ม ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลาน แต่ก็ยังอุตส่าห์ เสียเวลา เป็นธุระจัดการเรื่องราวให้ สารพัด............ รับไว้เถอะ ลุงอยากให้จริงๆ ถ้าไม่รับลุงจะเสียใจนะ......เราก็ไหว้ ขอบคุณครับลุง
..........กลับมานอนคิด ไตร่ตรอง รู้สึกไม่สบายใจ ดึกๆ จึงหยิบเงินไปหาลุงอีกรอบ...แต่ลุงไม่รับคืน และยืนยันว่า ตั้งใจจะให้เราจริงๆ....
...........อีก 2 วันถัดมา มีรถยนต์ มาจอดที่บ้านลุง ลูกสองคน คนเล็ก และคนกลางมาเยี่ยม และทวงถามเราถึงเงิน 1 แสนบาท พูดจาประมาณว่า...เราไปหลอกเอาเงินคนแก่ เรา รีบเข้าไปในบ้าน หยิบเงิน 1 แสน เดินไปที่บ้านลุง แล้วคืนเงินให้ลุง...
..........ลุงปฏิเสธ และพยายามอธิบายให้ลูกๆ ฟัง แต่ทั้งสองคนไม่ยอม เราจึงวางเงินไว้แล้วเดินออกมา ก่อนตะวันตกดิน ได้ยินเสียงรถขับออกไป ...................สักพักลุงก็มาหา เล่าว่าสองคนนั้นแบ่งเงินกันคนละ 5 หมื่นแล้วก็ลากลับไปแล้ว

คุณลุงกล่าวคำขอโทษอย่างที่สุด ..ลุงน้ำตาไหล บอกว่าเสียใจ ไม่คิดว่าลูกๆ จะเป็นไปถึงขนาดนี้... ลุงบอกว่าจะเอาเงินบำนาญที่ได้รับทุกเดือน มาทยอยคืนให้ จนกว่าจะครบ 1 แสนบาท...

..........เราบอก ว่าไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องทำอย่างนั้น..
..........อีก 3 วัน เกือบๆ เที่ยงคืน ลุงมาที่บ้าน พร้อมกับลูกชายคนโตเมื่อ 3 วันที่แล้ว พ่อโทรฯไปเล่าเรื่องให้ฟัง พี่ก็ไม่สบายใจ.. พอดีที่ทำงานส่งไปสัมมนา หลายวันออกมาไม่ได้ พอเสร็จธุระ ก็รีบขับรถมาเลย มาถึงซะดึก..

..........พี่ต้องขอโทษ แทนน้องๆ สองคนด้วย เสียมารยาทจริงๆ เดี๋ยวต้องคุยกันเป็นเรื่อง เป็นราวสักครั้ง อายุก็มากแล้ว แต่ก็ไม่รู้จักโต แย่จริงๆ...เอาอย่างนี้ ขอเลขบัญชีธนาคารให้พี่ได้ไหมเดี๋ยวกลับไป พี่จะรีบโอนเงินมาคืนให้.............. ไม่ต้องหรอกครับ ไม่เป็นไร

..........เราปฏิเสธไป..........
..........วันถัดมาเมื่อลูกชายคนโตกลับไป ลุงเล่าให้ฟังด้วยความดีใจ เจ้าใหญ่มันบอกว่า วาง แผนไว้แล้ว อีก 5 ปี จะย้ายมาทำงานที่บ้าน จะพาลูกมาเมียมาอยู่ที่นี่...เราสังเกตุเห็นแววตาอันสด ใสของคุณลุง บ่งบอกถึงความ ปิติ ยินดี อย่างที่สุด.......ดีใจด้วยครับลุง ต่อไปลุงจะได้ไม่เหงาแล้ว...

..........ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ เกือบ 4 ปี แล้วซินะ ที่ลุงนับวันรอ ว่าจะมีลูกๆ กลับมาอยู่ด้วย เราเห็นปฏิทิน ที่คุณลุงขีดฆ่า วันแล้ววันเล่า ...เดือนแล้วเดือนเล่า..ปีแล้วปีเล่า

และสุดท้าย........ ลุง ..... ลุง..... ลุง..... ลุง
น่าจะอดทนรออีกนิด ..อีกนิดเดียวเองครับลุง ความสุขที่ลุงเฝ้าฝันใฝ่หามาตลิดจากลูกชายที่ลุงรักส ุดหัวใจ..

............ในห้อง ไอซียู เรากับพี่ใหญ่ นั่งอยู่คนละข้างเตียงคนไข้.......ช่วงเวลาสุดท้ายของชีว ิต คุณลุงขยับนิ้วมือ เรากับพี่ใหญ่เอื้อมมือไปจับมือลุง ...ดวงตาค่อยๆ ปิดลงช้าๆ...................ชายชราที่เกิดมาเพื่อรอคอย ความอบอุ่นจากบุตร จากไปแล้ว อย่างไม่มีวันหวนกลับมา.......................
หลังงานศพ เสร็จสิ้น..........................ค่ำคืนนั้น พี่ใหญ่มาหาเราที่บ้าน ยื่นถุงกระดาษส่งให้

บอกว่า - พ่อฝากไว้ให้ พ่อกำชับไว้ตั้งแต่ก่อนตาย ว่าต้องให้เรารับไว้ ไม่งั้นพ่อจะนอนตายตาไม่หลับ เราแกะถุงเปิดดูข้างใน มีซองจดหมายทั้งหมด 10 ซอง

จ่าหน้าว่า... คืนเงิน เดือนที่ 1-2-3...ไปจนถึง คืนเงินเดือนที่ 10 ในแต่ละซอง ข้างในมีธนบัตรใบละ 1,000 บาท สิบใบ
.....................ซอง สุดท้าย มีข้อความ...ว่า

ถึง.........หลานที่ไม่ใช่สายเลือด แต่ก็เป็นหลานที่ดีกับลุงเหลือเกิน ...ลุงคืนเงินให้ตามที่เคยสัญญา .....
...ขอบคุณที่ช่วยเหลือ เป็นธุระให้ ในทุกๆเรื่อง และเป็นเพื่อนคนแก่มาตลอด...
.................................................................
...................ป้ามารอลุงแล้ว...ลุงต้องไปก่อน.
.............อีก 2 วันถัดมาที่บ้านคุณลุง มีคนเข้ามาทำความสะอาด...เราสังเกตุเห็นปฏิทิน ที่คุณลุงใช้ขีดฆ่า เพื่อนับวันรอลูกๆ ...ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะหน้าบ้าน ....

--- เดินไปที่ถังขยะหน้าบ้านลุง มองไปที่ประตู มีป้ายประกาศติดไว้.....ขายบ้านด่วน !!!!! ---
................เราไปเก็บปฏิทินมาทำความสะอาด ..นึกถึงภาพคนแก่ที่หยิบดินสอขีดฆ่าตัวเลข บนปฏิทินด้วยอาการมือสั่นเทา ... แต่ใจแอบยิ้มเฝ้าฝันวันลูกชายที่รักกลับมาใกล้กาย.....
.................ลูกๆ คงไม่รู้หรอกว่า ภายใต้ปฏิทินเก่าๆ ไร้ค่าใบนี้มันซ่อนความห่วงหาอาลัย ซ่อนความเงียบเหงา ว้าเหว่ ..ซ่อนความเจ็บปวด ร้าวลึก ของคนแก่คนหนึ่ง ที่ต้องใช้ ชีวิต อยู่อย่างโดดเดียว เพียงลำพัง มานานกว่า 10 ปี ...
.................ความรู้สึกทั้งหมด คงซึมซับอยู่ในปลายปากกาที่ขีดเขียน ลงไปในแต่ละครั้ง ในบางครั้งเรารอคนที่เรารักเพียง 1 วัน 1 ชั่วโมง 1 นาที ยังทนแทบไม่ได้ อยากเจอ ใจจะขาด ส่วนลุงที่รอมาจาก 365 วัน เป็น 730 วัน เป็น 1095 วัน เป็น 1460 วัน จนวันสุดท้ายของลมหายใจ สภาพจิตใจคงย่ำแย่ เกินกว่าใครคนใดจะรู้ได้ แต่ทำไมทุกครั้งที่เราเจอลุงยังยิ้มได้ตลอดเวลา

.................เราตั้งใจจะเก็บปฏิทินนี้ไว้ เพื่อเป็นที่ระลึก...ตลอดไป...
.............ขอให้บุญกุศล และคุณงามความดี ทั้งหลายทั้งปวง ที่คุณลุงได้สั่งสมมาตลอดชั่วชีวิต จงนำพาดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของคุณลุง ไปสู่สุคติ..ในดินแดน อันสงบ ร่มเย็น
........ ชั่วนิรันดร์.......

...............รักคุณลุงครับ

.... อ่านแล้ว น้ำตาไหล คิดถึงพ่อ ...


ขอขอบคุณข้อมูล :sakid.com

ภาพ  :  จากอินเตอร์เน็ต


				
30 กันยายน 2554 14:15 น.

ช่องว่างระหว่างวัย

(น้ำตาลหวาน)

เพราะช่องว่างระหว่างวัย ทำให้คุณแม่กับคุณลูกหลายคู่มักจะมีความเห็นไม่ตรงกัน รวมทั้งชอบและมองอะไรไม่เหมือนกัน จนเกิดเป็นปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณลูกอาจจะไม่ทันฉุกคิดและสนใจ แต่รู้ไหมว่า เพียงแค่ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง ก็อาจจะสร้างความน้อยใจและเสียใจให้คุณแม่ได้แล้ว 

          อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของ คุณ momeye ที่ได้เขียนเล่าเรื่องของเธอกับคุณแม่ไว้ในเว็บไซต์ pantip.com ซึ่งกระปุกดอทคอม ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ เพราะมั่นใจว่า เรื่องราวของคุณ momeye ต่อไปนี้ คงคล้ายและตรงกับประสบการณ์ของใคร ๆ หลายคนอย่างแน่นอน และคงจะเตือนใจให้คุณลูก ๆ ทุกคนนึกถึง "หัวอกแม่" ให้มากขึ้น เพื่อจะได้รีบทำอะไรให้คุณแม่ก่อนที่จะสายจนเกินไป...

          "กระเป๋าธรรมดาใบนี้มีค่า ถึงจะเอากระเป๋าแบรนด์เนมแพง ๆ มาแลกก็ไม่ยอม"

          "ใช่ค่ะมันเป็น "กระเป๋า" หนังธรรมดา ๆ ราคาถูก ๆ แบบเชย แก่ ๆ แต่มันมีค่า มีความหมายสำหรับฉันมากมาย วันนี้แม้จะมีใครเอากระเป๋าแบรนด์ดังใบเป็นหมื่นเป็นแสนมาแลกฉันก็ไม่ยอม ทำไมน่ะหรือคะ ก็เพราะกระเป๋าใบนี้ เป็นของชิ้นสุดท้ายที่ฉันได้จากแม่น่ะสิคะ

          ฉันยังจำได้ดี เมื่อปีก่อนตอนที่แม่ซื้อกระเป๋าใบนี้มาให้ฉันจากตลาดโรงเกลือ ที่ชายแดนปอยเปต แม่บอกซื้อมาฝาก เห็นฉันหิ้วแต่กระเป๋าอะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวก็เปลี่ยน ๆ เลยซื้อแบบหนังแท้ดี ๆ มาให้จะได้ใช้ได้ทนนาน ฉันรับกระเป๋าจากแม่มาแบบเซ็ง ๆ แอบบ่นนิด ๆ ด้วยความไม่ชอบ 

          "ทำไมมันหลายสีจังแม่ กระเป๋าหนังหนักก็หนัก แบบก็แก่จังอ่ะแม่"

          แต่พอเห็นแม่ทำหน้าผิดหวัง แถมพ่อที่ไปกับแม่เล่าให้ฟังว่า แม่อุตส่าห์เดินเลือกซื้อให้ตั้งนานทั้ง ๆ ที่เดินไม่ค่อยไหวเพราะตอนนั้นแม่เริ่มป่วย แขนและขาชาไม่ค่อยมีแรง พอเลือกได้ก็ยังไปต่อราคาอีกเป็นครึ่งชั่วโมง จากใบละ 750 แม่ต่อมาเหลือ 450 ฉันฟังแล้วก็เลยรีบเปลี่ยนสีหน้าบอกแม่ว่า 

          "ไม่เป็นไร ใบที่หนูใช้อยู่มันพังพอดี" แต่ฉันก็พูดไปอย่างนั้น เพราะจริง ๆ ฉันเอากระเป๋าใบนี้ทิ้งไว้ก้นตู้ โดยที่ไม่เคยหยิบมาใช้อีกเลย

          จนกระทั่งอีก 2 เดือนต่อมา แม่เริ่มป่วยหนัก แขนขาที่ไม่ค่อยมีแรงเริ่มยกไม่ขึ้น เดินไม่ได้ ฉันพาแม่ไปตรวจอีกครั้ง หมอบอกแม่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย แม่จะมีชีวิตอยู่ได้แค่ไม่เกิน 4-5 เดือนเท่านั้น ฉันและทุกคนช็อก  แต่เราก็พยายามทำเป็นปกติ บอกให้แม่รู้แค่ว่า เป็นมะเร็ง แต่เราไม่ได้บอกแม่ว่า เป็นระยะไหน จะอยู่ได้แค่ไหน เพราะกลัวแม่ทำใจไม่ได้ แม่เข้มแข็งมากรักษาทุกวิธีเพราะอยากหาย แต่ฉันรู้ดีว่า แม่ไม่หาย แม่เริ่มเจ็บมากขึ้น ๆ จนระยะหลังต้องมาอยู่โรงพยาบาล จู่ ๆ วันหนึ่งแม่ก็ถามฉันว่า 

          "ไม่เห็นใช้กระเป๋าที่แม่ซื้อให้เลย ไม่ชอบหรือ"

          ฉันแค่พยักหน้าและบอกแม่ว่า "ชอบสิแม่" เท่านั้น เพราะพูดอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้แล้ว น้ำตามันจะไหล วันรุ่งขึ้นฉันก็เปลี่ยนกระเป๋าใหม่ เอาใบที่แม่ซื้อให้สะพายมาหาแม่ และนอกจากกระเป๋าแล้ว ยังมีเสื้อผ้าและพวกกิ๊บ ที่คาดผมที่แม่เคยซื้อให้ฉัน แต่ฉันไม่เคยสนใจไม่เคยเอามาใช้เลยด้วยความรู้สึกว่า ของที่แม่ซื้อมันเชย แก่ ไม่เหมาะกับฉัน แต่ ณ ตอนนั้นฉันรื้อเอามาใส่ให้แม่ได้เห็น ได้รับรู้ว่า ฉันชอบ แม่เห็นแม่ก็ยิ้มดีใจที่ลูกเอาของที่ซื้อให้มาใช้ ฉันยังจำได้ดี วันที่แม่เห็นแม่พูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า...

          "มันใบใหญ่ ใส่ของได้เยอะเหมาะกับแกดี"
 
          แต่ฉันก็สะพายให้แม่เห็นอยู่แค่ 4 เดือนเท่านั้น

          ใช่ค่ะ เพราะแม่จากฉันไปแล้ว วันนี้ถึงฉันยังสะพายกระเป๋าใบนี้อยู่ แต่แม่ก็ไม่เห็นแล้ว กระเป๋าใบนี้ เป็นของชิ้นสุดท้ายที่แม่ซื้อให้ฉัน ถึงมันจะไม่มีมูลค่ามากมาย แต่มันมีความหมายและมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับฉันมาก.... กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง ถ้าไม่ตายเสียก่อน ฉันก็ยังพอมีปัญญาหาซื้อเองได้

หากเรายังมีคุณพ่อคุณแม่อยู่เป็นร่มโพธิร่มไทร รักท่าน ดูแลท่าน อย่ารอเวลาเมื่อสาย 



ที่มา  kapook.com

ขอขอบคุณ  คุณ momeye



				
20 กันยายน 2554 16:21 น.

เรื่องลับๆที่ซ่อนอยู่

(น้ำตาลหวาน)


                    เรื่องบางเรื่องที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณไม่ว่าจะเป็นนิสัย หรือเรื่องอื่นๆ ตัวคุณเองก็อาจจะยังไม่รู้มาก่อน วันนี้เราจะมาบอกถึงเรื่องลับๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณกันค่ะ

ราศีเมษ

- ราศีที่กล้าลองสิ่งแปลกใหม่ที่สุด

- ราศีที่จอมบงการที่สุด

- ราศีที่มีรักไฟแลบที่สุด

 

ราศีพฤษภ

- ราศีที่ ฟอร์มจัดที่สุด

- ราศีที่โก๊ะที่สุด

- ราศีที่เก็บกดที่สุด

 

ราศีเมถุน

- ราศีที่ขี้เบื่อที่สุด

- ราศีที่จับจดที่สุด

- ราศีที่มีรักแท้ ดูแลดีที่สุด

 

ราศีกรกฏ

- ราศีที่ขัดแย้งกับตัวเองที่สุด

- ราศีที่เป็นคนเจ้าน้ำตาที่สุด

- ราศีที่ขี้น้อยใจที่สุด

- ราศีที่เอาแต่ใจที่สุด

- ราศีที่ขี้งอนที่สุด

 

 ราศีสิงห์

- ราศีที่ฮึดที่สุด

- ราศีที่ครบเครื่องเรื่องกิเลสตัณหาที่สุด

- ราศีที่เจ้าเลห์ เพห์ทุบายที่สุด

 

ราศีกันย์

- ราศีที่หัวใจเจ็บแล้วไม่จำที่สุด

- ราศีที่เผด็จการที่สุด

- ราศีที่จู้จี้ จุกจิกที่สุด

- ราศีที่หัวโบราณที่สุด

 

ราศีตุลย์

- ราศีที่อกหักซ้ำซากที่สุด

- ราศีที่อ่อนน้อมถ่อมตนมากที่สุด

- ราศีที่เจ้าชู้โฉ่งฉ่างที่สุด

- ราศีที่ระเบียบจัดที่สุด

- ราศีที่กะล่อนที่สุด

 

ราศีพิจิก

- ราศีที่มีชุดชั้นในหรือกางเกงในเซ็กซี่ที่สุด

- ราศีที่รักนะ แต่ฟอร์มจัดที่สุด

- ราศีที่อารมณ์รุนแรงที่สุด

 

ราศีธนู

- ราศีที่เจ้าชู้เงียบที่สุด

- ราศีที่มากรักหลายใจที่สุด

- ราศีที่เจ้าชู้ งุบงิบที่สุด

 

ราศีมังกร

- ราศีที่ขี้เหนียวที่สุด

- ราศีที่ทื่อมะลื่อที่สุด

- ราศีที่รักจริง เกลียดแรงที่สุด

 

ราศีกุมภ์

- ราศีที่มีลางสังหรณ์แม่นที่สุด

- ราศีที่เลือดร้อนที่สุด

 

ราศีมีน

ราศีที่หาเงินง่าย แต่จ่ายแหลกที่สุด

ราศีที่หูเบาที่สุด

 



ที่มา  sanook.com (20/09/2554)
ภาพ  อินเตอร์เน็ต


				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ(น้ำตาลหวาน)
Lovings  (น้ำตาลหวาน) เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง(น้ำตาลหวาน)