8 กันยายน 2553 16:49 น.
(น้ำตาลหวาน)
แม้ผิดหวังซ้ำซากมากเหลือล้น
ผิดหวังจนกลัวใจให้หม่นหมอง
นับวันยิ่งกริ่งเกรงน้ำตานอง
ให้ผิดหวังซ้ำสองจองเจ็บจำ
ด้วยคาดหวังพังทลายสลายสิ้น
ไม่เคยชินสักครั้งยังเจ็บช้ำ
คราเกิดขึ้นก็เจ็บไม่เคยจำ
แม้สิ้นหวังกลืนกล้ำนำน้ำตา
ไม่ได้ขอให้โชคต้องช่วยเรา
ไม่ได้ขอให้เขานั้นมาหา
ไม่ได้ขอให้เราเลิกน้ำตา
แม้ไม่สิ้นชีวาตั้งหน้าเดิน
อยู่กับวันเวลาที่ห่างหาย
ความสุขกลายเป็นขมตรมสุดเขิน
มีชีวิตหนทางนั้นต่างเดิน
ที่บังเอิญไม่บรรจบได้พบกัน
ไม่คาดหวังผิดหวังนั้นไม่เกิด
ทำหน้าเชิดทำไปคล้ายเย้ยหยัน
นั้นเพื่อเพียงน้ำตาไหลย้อนพลัน
ไม่ให้มันไหลหยดรินรดใจ
27 สิงหาคม 2553 15:26 น.
(น้ำตาลหวาน)
อยากเตือนใจตัวเอง ชอบทำเบ่งอวดเก่งยัก
อยากเตือนตัวเองนัก ท่าทีชักมากเกินไป
หารู้หรือไม่ว่า อวดดีหนาสักแค่ไหน
หารู้หรือไม่ใจ ทำเก่งไปทำไมกัน
ใจตัวดีที่สุด ไม่ยอมหยุดเอ่ยไปนั้น
เก่งประชดประชัน รู้ไหมนั่นมันไม่ดี
อยากเตือนอีกสักครั้ง ถ้าใจยังไม่เชื่อนี้
หรือต้องให้เจอดี แล้วบ่งชี้ได้เชื่อฟัง
รู้ไหมเจ้าหัวใจ ที่ทำไปใจแทบพัง
ครั้งนี้อาจต้องนั่ง- คิดอีกครั้งนะหัวใจ
อย่าไปใส่ใจเขา รู้หรือเปล่ารู้หรือไม่
อยากเจ็บซ้ำหรือไร จักตรองใหม่ใจตัวดี
ขอเตือนครั้งท้ายสุด อย่าได้มุดหลบหลีกหนี
ลองดื้อดึงดันสิ จะไม่มีที่ซุกใจ
25 สิงหาคม 2553 10:47 น.
(น้ำตาลหวาน)
ยี่สิบห้าสิงหามาบรรจบ
วาระครบหนึ่งปีที่สานฝัน
เข้าบ้านกลอนวันนี้ที่พบกัน
เพื่อนพี่น้องสังสรรค์ผ่านบทกลอน
กาพย์ยานีที่ลงเป็นครั้งแรก
เฟื่องฟ้าแทรกขอลงตรงพร้อมอ้อน
เพียงบทเดียวด้วยขอชิมลางก่อน
เสียงสะท้อนตอบรับนับถือใจ
พี่ขวดเก่ามาเม้นท์เป็นคนแรก
ตามด้วยน้องชื่อแปลกฉางน้อยไง
น้องโคลอนตัวจ้อยสวยไฉไล
อีกน้องใจปลายทางก็ตามมา
ไม่ได้ลืมกวีน้อยเจ้าสำราญ
ตามด้วยหวานก่องกิกไปไหนหนา
หายไปนานทิ้งบ้านกลอนน้องยา
คงสุขสบายอุราห่างบ้านไกล
มาวันนี้ที่ครบรอบอีกครั้ง
ทุกคนยังอยู่ดีมีสุขไหม
บ้านกลอนเราเหงาเงียบซบเซาไป
รู้สึกอย่างไรไม่รู้ดูเงียบงัน
ไม่ค่อยมีคนเม้นท์กันเช่นก่อน
งานคงมากจากก่อนหรือไงนั่น
หลายคนหายไปเลยเคยเม้นท์กัน
คงอยู่ดีมีสุขสันต์กันทุกคน
ขอขอบคุณน้ำใจไมตรีจิต
น้ำตาลหวานรับมิตรทุกแห่งหน
รับน้ำใจไมตรีจากทุกคน
ขอให้พ้นทุกข์ภัยสุขใจกัน
23 สิงหาคม 2553 13:48 น.
(น้ำตาลหวาน)
ฉันเคยฝันหวานไว้เมื่อวัยเยาว์
จะนำเอาชุดขาวมาสวมใส่
พยาบาลงานเหนื่อยแต่ไฉไล
พร้อมดูแลคนไข้ด้วยใจรัก
ฉันไม่ได้สวมชุดขาวดั่งใจนึก
เพราะลึกลึกนั้นฉันมีชะนัก
ฉันกลัวเลือดทำให้ต้องอกหัก
ปล่อยความฝันทะลักหลุดลอยไป
ฉันเลยฝันต่อไปใส่ชุดเขียว
คือฉันเชียวเหมาะสมต้องสวมใส่
เป็นทหารพลร่มให้สมใจ
กระโดดไปกลางเวหาเวลางาน
ฉันไม่ได้สวมชุดเขียวดั่งใจคิด
เพราะฉันติดที่ใจไม่อาจหาญ
กลัวความสูงขาสั่นมิได้การ
มีชีวิตไม่ยืนนานถ้าขืนเป็น
อดทหารพยาบาลไปแล้วสอง
ฉันนั่งตรองลองคิดยากแสนเข็ญ
พัฒนาชุมชนอยากแลเห็น
ชาวบ้านเป็นสุขทั่วทุกชั่ววัน
ฉันเรียนจบบัญชีนี้สายตรง
ฉันยังคงทำไม่ได้ถึงปลายฝัน
สอบไม่ได้คนละสายงานกัน
ไปไม่ถึงฝั่งฝันเหมือนดั่งเคย
วาดฝันไว้ไปไม่ได้สักหนทาง
ใจอ้างว้างที่สุด ที่สุดเอ๋ย
ไปไม่ถึงดวงดาวดั่งวาดเลย
ฉันจึงต้องก้มเงยอยู่หน้าคอม
ฉันนั่งวุ่นอยู่กับเงินของชาวบ้าน
อยู่กับงานแสนสุขใจให้หล่อหลอม
อยู่กับงานเพื่อเก็บเงินและอดออม
ฉันต้องยอมเก็บฝันวันวานจม
6 สิงหาคม 2553 10:33 น.
(น้ำตาลหวาน)
ใครจะคิดว่าฉัน
เป็นคนพันธุ์ชอบกัดทั่ว
จิกได้แม้แม่ตัว
ฉันเปล่ามั่วแค่ชอบลืม
แม่ฉันรักน้องพี่
เพราะเขาดีและเคร่งขรึม
ส่วนฉันหรือไม่ปลื้ม
ก็ชอบลืมยอกย้อน
เป็นลูกสาวหัวดื้อ
แม่สุดยื้อขาดออดอ้อน
ให้ทำไรเดี๋ยวก่อน
สักค่อนวันฉันทำให้
แม่บอกซ้ายฉันขวา
ก็ฉันว่าถูกและใช่
แต่ไหงฉันผิดไป
แม่ถือไม้ไล่หวดตี
แม่ไม่เคยตามทัน
ฉันนั้นมันวิ่งเร็วจี๋
ได้ยินเสียงอึงมี๊
ตามทันนี้เสร็จแม่แน่
เรื่องราวลูกสาวนี้
แม่น้องพี่รู้ธาตุแท้
ดื้อดึงไม่ผันแปร
ยังเด็กแต่คิดไม่เป็น
โตเป็นสาวคราวรุ่น
เริ่มหอมกรุ่นรันจวลเห็น
ดื้อครั้งใหญ่ยากเย็น
นั้นเป็นเช่นอนาคต
แม่จ๋าลูกนั้นดื้อ
การเรียนคือสิ่งแทนทด
ไม่เรียนนั้นคงหมด
เริ่มต้นหยดแรกตระกูล
จะนำปริญญา
ใบแรกมาเพื่อเพิ่มพูล
ไม่เริ่มก็ต้องสูญ
เมื่อไหร่คูณทวีมา
วันที่ลูกทำได้
ใบแรกไซร้สองตามมา
ลูกหลานเดินตามหนา
เป็นมหาบัณฑิตกัน
วันนี้ลูกไม่ดื้อ
ลูกหยุดยื้อแล่นหุนหัน
เราแม่ลูกรักกัน
ที่จิกนั้นแค่หยอกเย้า
วันนี้แม่ไม่อยู่
แหงนมองดูข้างฝาเจ้า
รูปแม่ยิ้มพริ้มเพรา
กี่ชาติเราแม่ลูกกัน
ขอเกิดเป็นลูกแม่
จะดื้อแต่น้อยกว่านั้น
แม่คงไม่ว่าฉัน
ก็ลูกนั้นเหมือนแม่ไง
(น้ำตาลหวาน) 06/08/2553