13 พฤศจิกายน 2549 23:24 น.

เพลงไพร..พรพรหม..!

พุด

3269_b1_061013213631.jpg
http://www.geocities.com/SoHo/Cafe/2277/song-main.htm
พรหมลิขิต


วสันต์ลีลาทิ้งช่วงไปนานแล้ว
ใบไม้แก้วค่อยค่อยร่วงอย่างช้าช้า
ตะวันสีส้มสุกชัดรอเวลา
ท่าม..ม่านฟ้าหมอกสลัวยามสายัณห์

ใจหลายดวงรอนแรมอ้างว้าง
ไร้แลร้างสิ้นแล้วซึ่งความฝัน
ราวราตรีกาลมืดมิดนิจนิรันดร์
สิ้นไฟฝันสวรรค์รอพ้ออกใคร

แท้แล้วธรรมชาติสอนสัจจธรรม
มีเช้าช้ำชื่นสายเริ่มต้นใหม่
ถึงชีวิตนาทีนี้จักอับแสงอาทิตย์อุทัย
อาจมีวันใหม่พรหมลิขิตสววรค์บันดาล....

ให้ได้พบรักปาฏิหารย์ยิ่งใหญ่
มหัศจรรย์ในหัวใจหวานกว่าหวาน
ได้เคียงคู่ตราบชั่วนิจนิรันดร์กาล
เทพประทานพรนี้พลีแด่เรา...
.......................


http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song138.html

เพลงไพร...


ปลูกกระท่อมกลางไพรฟังเพลงฝน
พิรุณหล่นพร่างพรายชายคาจาก
จุดตะเกียงเคียงหัวนอนฟังฝนพราก
จูบแก้มสากหอมหอมหลอมละลาย

วิมานไพรติดดินถวิลหวัง
ขอคืนหลังฝังฝากใจไม่ห่างหาย
นานนิรันดร์หลับฝันดีมิเคลื่อนคลาย
งามเรียบง่ายใช้ชีวิตที่ติดดิน

ปลูกดาวรุ้งรุ่งเต็มลานหวานดอกรัก
ช่อฟูมฟักรักบานชื่นคืนถวิล
มีสวนครัวผักริมรั้วให้เก็บกิน
ยอดกระถินฟักแฟงแตงลูกยาว

เอื้อมมือเด็ดผักและดอกไม้ใส่ตะกร้า
ฟ้าลับลากลิ่นแกงหอมจากน้องสาว
ทำขนมบัวลอยคอยชิมฝีมือเจ้า
คืนพร่างดาวไม่หนาวใจใครเคลียคลอ

กอราตรีริมชานเรือนอวลกลิ่นร่ำ
พิไรร่ำลำดวนดงหลงใครหนอ
จูบเรือนผมคลี่สไบบัวไหวรอ
เจ้าตัดพ้อคลอเพลงครวญรัญจวนใจ

เป็นความรักเรียบง่ายไร้แสงสี
มีคนดีคอยอ้อนใจให้หวามไหว
โลกเงียบงามยามเราสองแลกร่างใจ
ตำนานไพรตำนานรักภักดิ์ทุกภพจบด้วยงาม!
.....................



เขียนบทกวีบทนี้ในร้านกาแฟค่ะแกล้มกาแฟบราซิลซานโตส
เขียนเขียนไปก็ให้คิดถึงโรนัลโด้..
นะคะเลยนำมาสมมุติเป็นพระเอกแล้วกัน
ในกระท่อมไพรเพลงไพรเพลงฝนเพลงฝันแล้วกัน

แทนความจาบัลย์
ที่พบว่าวันนี้ต้นไม้แสนรักถูกตัดเสียเหี้ยนเลยค่ะ
ที่เคยเข้าแถวทายทักพุดพัดชาด้วยจงรักมาทุกทุ๊กวัน
แถมมีใครปลอบใจเก่งชะมัดว่า..ไม่นานมันก็งอกใหม่
โน่นแน่ะ นี่แนะ..
สองปีจะโตเท่าเดิมได้รึปล่าวก็ยังมิอาจทราบเลย..!



ที่รัก   

นานแล้วพี่หลงพะวงมิหน่าย
นานแล้วที่หมาย จะได้ภิรมย์
นานแล้วพี่รักคอยจักชื่นชม
นาน แล้ว รักเพียงลมลม ตรมเช้า ค่ำ
ที่รักนะรักเพราะใจมิกล้า
ที่ช้านะช้า มิกล้าเผยคำ
ที่คิดนะคิด กลัวอกจะช้ำ
เอ่ย คำแล้วเจ้าจะทำให้ช้ำใจ
อย่าเหมือนน้ำค้างพราวพร่างใบพฤกษ์
พอยามดึกเหมือนดังจะดื่ม กิน ได้
พอ รุ่งสางก็จางหายไป  
รู้แน่แก่ใจ ได้แต่ ระทมชีวี
ที่รักนะรักเพราะเทพเสริมส่ง
ที่หลงนะหลง เพราะเจ้า แสนดี
ที่หวงนะหวง เพราะสวยอย่างนี้
กลัว ใครเขามาแย่งพี่ ไป เอย

อย่าเหมือนน้ำค้าง พราวพร่าง ใบพฤกษ์
พอยามดึกเหมือนดังจะดื่ม กิน ได้
พอ รุ่งสางก็จางหายไป  
รู้แน่แก่ใจ ได้แต่ ระทมชีวี
ที่รักนะรักเพราะเทพ เสริมส่ง
ที่หลงนะหลง เพราะเจ้าแสนดี
ที่หวงนะหวง เพราะสวย อย่างนี้
กลัว ใครเขามาแย่งพี่ ไป เอย... 





http://www.geocities.com/SoHo/Cafe/2277/song-main.htm
พรหมลิขิต 



พรหมลิขิต บันดาล ชักพา ดลให้มาพบกัน ทัน ใด
ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล 
พรหมลิขิตดลจิต ใจ ฉันจึงได้มาใกล้ กับ เธอ
เออชะรอยจะเป็น เนื้อ คู่ ควรอุ้มชูเลี้ยงดู บำเรอ
แต่ครั้งแรกเมื่อพบ เธอ 
ใจนึกเชื่อว่าแรกเจอ ฉันและเธอคือ คู่ สร้าง มา
เนื้อ คู่ ถึง อยู่ แสนไกล คงไม่คลาดครา 
มุ่ง หวัง สมดังอุรา ไม่ว่าใคร ใคร
หากมิใช่คู่ครอง แท้ จริง จะแอบอิงรักยิ่ง ปานใด
ยากนักที่จะสมใจ 
คงพบเหตุอาเพทภัย พลัดกันไปจนให้คลาดครา

เราสองคนต้องเป็น เนื้อ คู่ 
จึงชื่นชูรักใคร่ บู ชา
นี่เพราะว่าบุญหนุน พา 
พรหมลิขิตขีดเส้นมา ชี้ชะตาให้มา ร่วม กัน
คนบางคนต้องเป็นเนื้อ คู่ 
เพียงแต่ดูรู้ชื่อ โดย พลัน
ก็รู้สึกนึกรักกัน จนฝันใฝ่ใจผูกพัน แม้ไม่ทันจะเห็น รูปกาย
เนื้อ คู่ ถึงอยู่แสนไกล คงไม่คลาดครา
มุ่ง หวัง สมดังอุรา ไม่ว่าใครใคร
พรหมลิขิตบันดาลทุก อย่าง เป็นผู้วางหนทางปวงชน
ได้ลิขิตชีวิตคน นำเนื้อคู่มาเปรอปรน ทั้งยังดลเธอให้ กับ ฉัน


				
12 พฤศจิกายน 2549 23:32 น.

ขอบคุณ..ดวงดอกโศก..โลกหยิบยื่น..!

พุด

3270_b1_061106091800.jpg
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song72.html
หนึ่งในร้อย


ขอบคุณทุกบทกวีที่ได้เขียน
ให้วนเวียนระบายทุกสิ่งฝัน
มีโลกภายในนิ่งเงียบงามท่ามคืนวัน
ได้ฝากฝันฝากใจดวงระบม..

ขอบคุณทุกรอยแผลแต่หนหลัง
ถึงเซซังซมซานทุกข์ขื่นขม
ขอบคุณทุกบทเรียนเคยตรอมตรม
ได้เพาะบ่มจิตดวงนี้อัญมณีไพร

ขอบคุณทุกเส้นทางอ้างว้างนัก
ขอบคุณทุกที่รักหยาดน้ำผึ้งพิษใส่
ขอบคุณทุกแผลเก่าในรอยใจ
ขอบคุณธรรมไสวนำทางมิร้างลา

ขอบคุณดวงดอกโศกโลกหยิบยื่น
แม้นไร้ชื่นยื่นช้ำขวัญผวา
หากคือทุกข์สอนเห็นธรรมธรรมดา
ถึงเหว่ว้าสักเพียงใดใจแสนดี

ขอบคุณหยาดน้ำตาหลายล้านหยด
พลีรันทดสังเวยวิบากในชาตินี้
ขอบคุณทุกข์ทับถมจมธุลี
ขอบคุณที่ยังมีลมหายใจ..ใฝ่นิพพาน...!



http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song72.html
หนึ่งในร้อย

พราว แพรว อันดวงแก้วแวว-วาว
สด สี งาม หลายหลากมากนาม นิยม
นิล-กาฬ มุกดา บุษรา คัมคม 
น่า ชม ว่างาม เหมาะสม ดี
เพชรน้ำหนึ่ง งามซึ้ง จึงเป็น ยอดมณี
ผ่อง แผ้วสดสีเพชรดี มีหนึ่งในร้อยดวง
ความ ดี คนเรานี่ ดีใด 
ดี น้ำ ใจที่ให้แก่คน ทั้งปวง
อภัย รู้แต่ให้ไปไม่หวง
เจ็บ ทรวง หน่วงใจให้รู้ ทัน
รู้ กลืน กล้ำ เลิศล้ำ ความเป็น ยอดคน
ชื่น ชอบตอบ ผล ร้อยคน มีหนึ่งเท่านั้นเอย

รู้ กลืนกล้ำ เลิศล้ำ ความเป็น ยอดคน
ชื่น ชอบตอบผล ร้อยคน มีหนึ่ง เท่านั้นเอง...

				
11 พฤศจิกายน 2549 23:09 น.

หอม..หอม....อวล..นวล ดอกโศก..!

พุด

3249_b1_061013212230.jpg
http://www.geocities.com/SoHo/Cafe/2277/0508.htm
http://www.geocities.com/SoHo/Cafe/2277/1314.htm



อาทิตย์อัสดง...
เหนือปรางปราเจดีย์วัดชัยวัฒนาราม

กลางลานศิลา....
เบื้องหน้าพระพักตร์พระพุทธประธาน 
แสงสุริยากระทบร่างสล้างราวรูปสลักสีทอง
ที่ผ่องพรายในท่านั่งสมาธิเงียบงามนิ่งงัน

เธอ...
สวดมนต์เสียงดังก้องไปทั่วทั้งฟากฟ้า
ราวให้..
เทพยดาฟ้าดินสิ้นทั้งอินทร์พรหม
ได้มาร่วมมารับรู้รับฟังเป็นสักขีพยาน..!



เสียงทรงพลังด้วยมนต์ขลังศักดิ์สิทธิ์ศรัทธา
ดังสะท้อนสะเทือนไปทั่วทั้งคุ้งโค้งน้ำป่าสัก..

ที่ไหลระริน ระริน มิสิ้นสาย..
ผ่านวัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพุทไธสวรรค์
ก่อนที่จะผ่านมาณ..ที่ตรงนี้..วัดชัยวัฒนาราม
ที่..
ยามนี้กำลังปริ่มล้นตลิ่ง...
ทิ้งทอดสายน้ำไหลวนสุดล้ำลึกสุดจะนึกยากหยั่งถึง...!


พระตำหนักสิริยาลัย แฝงในดงไม้
มวลใบไม้สีเงิน
กำลังร่ายฟ้อนพลิกพลิ้วพร่างพรายระบัดใบ
อ้อนสายลมฤดูหนาวในยามค่ำย่ำสนธยา

หลับตาคล้ายได้ย้อนรอยถอยหลังรำลึก
นึกไปถึงวิถีชีวีเรียบง่าย
ในยามบ้านเมืองสุขสงบ ไร้พบภัยศึกสงครามพม่า..
ที่ยาตรามาย่ำยี ให้เลือดไททุกชีวีได้เคยสังเวยหลั่งริน
จน..
พื้นแผ่นดินชุ่มโชกด้วยรอยเลือดโศกสุดวิปโยคสะเทือน..!




เธอ..
ได้ยินเสียงบทเพลง
*กลิ่นสไบนางหอม หอม.*.หวานแว่วแผ่วลอยลมมา
กับฟากฟ้ากว้าง 
ที่ดวงสุริยาซ่อนร่าง
พร่างพรายเพียงแสงสีรุ้งพุ่งผ่านมวลม่านเมฆ
ให้ผืนฟ้ายามพลบ 
ดูราวกับฉากชั้นสวรรค์ชลอ..ลงมากระนั้น ..



หอมดอกพะยอมไม่เทียบเปรียบปาน
หอมดอกคัดเค้ารื่นเร้าจิตหวาน 
เมื่อมาประมาณ กลิ่นไม่เทียบทานสไบ
  กลิ่นสไบนวลนาง
แม้ห่างยังหอมไม่ชืดจืดใจ 
ฉันจากถิ่นฐานมาเสียห่างไกล
โอ้กลิ่นสไบเจ้ายังร่ำไรไม่จาง
  กลิ่นสไบใช่แล้วอกเอย
กลิ่นนี้พี่เคยเหมือนกลิ่นที่เชยจูบปราง
เจ้าปัดให้พี่วาง
พลัดปรางแนบใจ พี่ชื่นสไบบัวทอง
  กลิ่นสไบนุ่มนวล
หรืออบลำดวน มะลิก่อนครอง
หอมยั่วจิตใจให้คิดใฝ่ปอง
ถ้าอยู่ห่างน้อง กลิ่นเจ้าร่ำร้องตามมา
ดนตรี..

  กลิ่นสไบใช่แล้วอกเอย
กลิ่นนี้พี่เคย เหมือนกลิ่นที่เชยจูบปราง
เจ้าปัดให้พี่วาง
พลัดปรางแนบใจ พี่ชื่นสไบบัวทอง
  กลิ่นสไบนุ่มนวล
หรืออบลำดวน มะลิก่อนครอง
หอมยั่วจิตใจให้คิดใฝ่ปอง
ถ้าอยู่ห่างน้อง กลิ่นเจ้าร่ำร้องตามมา
 

...........


น้ำตาจากใจดวงใสแสนเกษมปิติงาม 
ค่อยๆพร่าซึมระรินพร่างริมเรียวแก้วนวล
กระทบสายแสงแดดสีทองผ่องแผ้ววะแวววับ
ราวกับเกร็ดเพชรพร่างแพร้วประภัสสร

ในวันประวัติศาตร์ขวัญวันปาฏิหารย์รักอันแสนยิ่งใหญ่นี้
ที่ยากยิ่ง..จักอธิบายใจ..ให้ผู้ใดได้ร่วมรับรู้..รับทราบ

ถึง..

ความอาบเอิบอิ่มอุ่นในใจดวงละมุนดวงนี้..



ที่แม้นโลกทั้งโลก...

ยังอยากยอมหยุด

ร่วมร่ายโศลก..พร้อมพลีอวยพร...แด่เธอ..!!!				
9 พฤศจิกายน 2549 21:25 น.

ยังคอย..ยอดขวัญดวงหทัย..!

พุด

3195_b1_061108102200.jpg
http://www.geocities.com/SoHo/Cafe/2277/0389.htm

ฉันยังคอย

เมื่อยามจะนิทรา หลับตายังมิลง 
จิตใจพะวง หลงคอยเธอเรื่อยมา
ก่อนเราเคยรักกัน ผูกพันในสัญญา 
ยอดปรารถนา ยังใฝ่หาเธออยู่
อย่ามัวทำเฉยเมย อยู่เลยนะพธู 
เฝ้าคอยยอดชู้ เธอไม่รู้อยู่ไหน
คิดถึงหนักหนา คอยแก้วตาเคียงใกล้ 
ขวัญดวงหทัย เธอจะรู้หรือเปล่า
พี่มองแลหาเธอ ไม่เจอเพียงแม้เงา เศร้าใจ

โอ้ลมที่หนาวเอย ผ่านเลยจงพัดไป 
ฝากดวงฤทัย รักไปให้แจ่มจันทร์
โปรดจงได้เห็นใจ ฝากให้ความสัมพันธ์ 
ประโลมจอมขวัญ เป็นสื่อรักแทนให้
อย่าทำลืมเสียเลย ฝากรำเพยพัดไป 
หากเธออยู่ไหน วานช่วยไปจูบพลัน
เคล้าเคลียผ่านผิว เธอให้หวิวใจสั่น 
พัดความฉ่ำหวาน คืนให้ฉันเชยบ้าง
ช่วยบอกเธอนั้นที ว่ามีใครเขายัง  คอยอยู่..
......................



เดือนเสี้ยวบนฟ้าแลดูแสนโศกราตรีนี้

ขวัญจึงต้องพลีพร้อมอ้อมแขนโอบกอด
แม่ยอดดวงจันทราแสนหวานไว้แนบอก

บทเพลง*ฉันยังคอย*กำลังครวญ*หวนไห้
แทนทุกดวงใจ ที่กำลังพรายพลัดพรากจำจากลาไกล
ไปคนละทิศทาง 
อย่างเส้นทางชีวิตจำคู่ขนานกันไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด...


แสงสว่างจากเปลวเทียน
เวียนระบัดไหวกระทบกลีบกุหลาบขาวดอกใหญ่
ที่ยังงามนวล...อวลกลิ่นระริน ระริน..รัก รัก  รัก


หลับตานิ่ง ทิ้งทุกข์สรรพสิ่ง สงบ ไว้ภายนอก
บ้านภายใน จิตดวงใสดวงงาม..ในยามนี้
ราวกับมีสายฝนกำลังปรายโปรยให้หยาดเย็น
อย่างไม่มีวันสิ้นสุด...


ในจิตไสว เห็นเงาจันทร์ไหววูบในสายธารธารา
สะท้อนให้เห็นมวลมุกมณีดาราวะวาววับระยับระยิบ
ในธารน้ำรักนิรันดร์สีเงินยวง...


ดอกไม้ป่า กำลังเริงร่ายรับสายแสงจันทร์
ในคืนฝัน อันแสนดายเดียวเงียบเหงา
หากแสนสุขสงบงาม..

ฤดูกาลเวียนมา ชีวีตชีวาคนก็จำต้องหมุนวน
ระบัดพัดไปตามแรงกรรม แรงกิเลส ทุกข์ทนเวทนา
ในวัฏฏสังขารา อย่างแสนน่าเทวษ..

และ..
อีกกี่ฤดูกาล ฤดีกรรมที่จำต้องชดใช้อย่างดายเดียว
ตราบจนกว่าชีพชนม์อันแสนเปล่าเปลี่ยวจักสิ้นสุดหยุดลง
ตราบจนชั่วนิจนิรันดร์.......


จันทรา..แสนโศกดวงเศร้ายังลอยเสี้ยว
เกี่ยว...ฟ้าสีกำมะหยี่ 
ที่..
ในยามนี้กลับแสนน่าพิศวงหลงใหลเป็นที่สุด

มวลดวงดารารายน้อยใหญ่
ต่างพากันกระพริบพร้อยแพร้วพร่างพราย
อวดประชันรัศมีอันแสนสุกสกาวอย่างเริงร่า


สายลมหนาวพัดพาผ่านแผ่วผิว 

ให้กลีบดวงดอกไม้ลอยปลิดปลิว
ละลิ่วคว้าง อย่างอ้างว้างเดียวดายไปตามกระแสลม...
และ..
ราวฟ้าดินอินทร์พรหมกำลังสอนสัจจธรรม
ผ่าน...
ธรรมชาติ ธรรมดา ธรรมดา 

ให้..

ใจเราทุกดวง

ได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าแห่ง..*ลมหายใจของชีวิต.*...!!
................

				
8 พฤศจิกายน 2549 22:58 น.

ประดุจดั่งแสงแดดในฤดูหนาว..!

พุด

7102,%206100_b1_061106095623.jpg
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song4.html
จงรัก 


หอมบุญ...นั่งในโซฟาแสนนุ่มในโรงพยาบาลเอกชน
ที่สภาพแวดล้อมดูราวกับล๊อบบี้ของโรงแรมเริดหรูเสียล่ะมากกว่า
เพราะ..
มีแอร์เย็นฉ่ำ 
และ..
มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านดอกไม้ ร้านหนังสือ
และอีกหลายๆร้านรายเรียง
แสนสะดวกสบายมาไว้คอยเสนอสนองรับใช้บริการ


หอมบุญ..เลือกมานั่งนิ่งนิ่ง..ทิ้งตาทอดใจ
ดูร้านดอกไม้ ตะกร้าผลไม้รวมทั้งของเยี่ยมไข้
ที่จัดวางไว้อย่างดูดี 


จิตดวงประภัสส์ ของ หอมบุญ...
จึ่งประหวัดไปถึงกุหลาบขาวดอกโตที่เพิ่งได้รับมา
กุหลาบขาวที่แทนความรักแสนพิสุทธิใส ไม่แรงร้อน
ร้อนเร่าเท่ากุหลาบแดง ที่แฝงเพลิงเสน่หา 

กุหลาบขาว 
ที่หมายถึงความยิ่งใหญ่แห่งความรักภักดี จากผู้ที่รู้ค่ารัก
รู้ค่าทะนุถนอม อดทนเมตตา อภัย
และ..
คือ*รักเหนือกว่ารัก*รักนิรันดร์*
มีเพียงการปันแบ่งเอื้อโอบ ให้อิงอุ่นพึ่งพา
ดั่งภูผา ที่ทายท้าทั้งพายุกล้า สายฝนแลลมแรง
อย่างไม่คลอนแคลน ฤาหวั่นไหว


ไหน...จะยังมี..
จดหมายลายมือจากคนดีที่รักแสนรักของหอมบุญ
จดหมายที่ฉายส่องมา
*ประดุจดั่งแสงแดดในฤดูหนาว*
ที่..
ทอดพราวพรายพร่างลงมาโอบร่าง
หอมบุญให้หนาวคลาย....ดั่งนี้อีกเล่า..
...............




*สุดที่รัก

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ได้เขียนจดหมาย
ด้วยลายมือตนเองด้วยแรงบันดาลใจด้วยรักที่เปิดหมดหัวใจ 
แด่คุณคนแรกและคนเดียวตลอดไป...
 
ครั้งนี้ขอฝากลายมือให้เป็นที่ประจักษ์

ด้วยพลังแห่งความดีของคุณนะที่รัก 
ทำให้ผมตัดสินใจรักอย่างหมดหัวใจ
และนำตนเองสู่ความเป็นเนื้อแท้แห่งความรัก
ที่มิได้โลดโผน 

มีแต่ความเย็นสงบ ลุ่มลึกชุ่มฉ่ำไปด้วยความหวานซึ้ง 
ที่จักเคยพบฤาก็หาไม่
และ..
นั่นคือ
พลังเมตตาที่คุณได้มอบให้ทุกทิวาราตรีกาลมายาวนานนัก

ผม..เริ่มมองเห็นตนเอง และสร้างความชัดเจนให้กับชีวิต

ตั้งตน ตั้งใจทำทุกอย่างด้วยความจดจ่อ
เพื่อเอาชนะ ไปสู่อิสระ

สัจจวาจาที่ได้ให้ไว้กับคุณ คือ สอง ปี..เหลืออีก หนึ่งปี เจ็ดเดือน
ก็จะถึงกำหนด ผมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่...

ความรักเหนือโลกครั้งสุดท้าย หรือมุ่งตรงสู่เส้นทางธรรม
หากพลาดรักครั้งนี้

ในระหว่างสานรักกับคุณ ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย
จากยอดหญิง เช่นคุณนะคนดีที่ผมแสนรัก
เฉกเช่น...
พลังแห่งการให้ทาน 
เป็นแบบอย่างที่ทำให้ผมคิดได้และลงมือทำ

ความละเอียดรอบคอบในทุกรายละเอียด
ทำให้ผมเกิดสติในการทำงาน

การเดิน การขับเคลื่อนชีวิต
ความขยัน 
ความประหยัดอดออม และใช้ปัญญาใคร่ครวญทำเพื่อผู้อื่น
เกิดเป็นอัศจรรย์ขึ้นมากมาย ในชีวิตของผม

แต่พลังแห่งความดีเหล่านี้ บรรลุผลได้ด้วย
*แรงอธิษฐาน*

ขอขอบคุณ ในสิ่งที่เลิศเหล่านี้

และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น 
หนทางรักและชีวิตแห่งการสร้างสรร แดนธรรมของเรา
เป็นความเป็นไปได้ที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ขอเราจง อดทน ฝ่าฟันกิเลสของเราที่ทำให้ทุกข์

สักวัน ชัยชนะ จักเป็นของเรา

                             รักและคิดถึงที่สุดจากหัวใจ

.....................................................

นั่นคือจดหมายที่แนบมาพร้อมดอกกุหลาบขาวพราวพิสุทธิ์พิเศษ
ที่ทันทีที่..*หอมบุญ *
อ่านจบลง น้ำตาแห่งความภาคภูมิปิติเกษม
ได้แต่หยาดรินมิสิ้นสาย..ด้วยความรู้สึกเกินคำอธิบาย

น้ำตาที่หอมบุญ ยอมพลีให้กับรักแท้รักครั้งสุดท้ายที่หมายมั่น
จักเป็นดั่งรักนิรันดร์แห่งสองเรา

ที่นับต่อแต่นี้ ดวงชีวีจักไม่มีวันเงียบเหงา
หากทว่า..
จักยังคงงดงามในท่ามโลกนี้ 
ที่..
ฟ้าดินสวรรค์เมตตาประทานมา

ให้ได้พบ..ได้รักได้ภักดิ์พลีไปตราบชั่วกาลนานเนานิรันดร์...!
.........................



http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song4.html
จงรัก 

โปรด อย่าถาม ว่าฉันเป็นใคร
เมื่อในอดีตและโปรด อย่าถาม 
ว่าอดีต ฉันเคย รักใคร
รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักเธอ
และรักตลอดไป รักมากเพียงไหน 
กำหนดวัดได้ เท่าดวงใจฉัน
อย่า เพียรถาม ว่าฉันจะรัก 
เธอนานเท่าใดฉันตอบไม่ได้ 
ว่าฉันจะรัก ชั่วกาล นิรันดร์
เพราะชี วิตฉัน คงไม่ยืนยาว
ไปถึงปานนั้นรู้แต่เพียงฉัน 
หมดสิ้นรักเธอเมื่อ ฉันหมดลม

อย่า เพียรถาม ว่าฉันจะรัก
เธอนานเท่าใดฉันตอบไม่ได้ 
ว่าฉันจะรัก ชั่วกาล นิรันดร์
เพราะชี วิตฉัน คงไม่ยืนยาว
ไปถึงปานนั้นรู้แต่เพียงฉัน 
หมดสิ้นรักเธอเมื่อ ฉันหมดลม... 
............ 


3248_b1_061106091555.jpg				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพุด
Lovings  พุด เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพุด
Lovings  พุด เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพุด
Lovings  พุด เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพุด