22 กรกฎาคม 2546 00:38 น.

อกหักหลายครั้งฉันยังไม่ตาย!

พุด


อกหักหลายครั้งฉันยังไม่ตาย

อกหักเพียงครั้งยังไม่ตาย
เสียดายคนที่เคยรักกัน
มาหลอกมาหลอนซุกซ่อนอยู่ในใจฉัน
แอบมาหักมาหั่นมาบั่นแล้วโบกโบยบิน

อกหักแค่นี้ยังพอทน
ร่างทนยังไม่ตายแดดิ้น
มีปากมีท้องยังเรียกร้องข้าวกิน 
หัวใจยังไม่ขาดวิ่น ยังดิ้นดิ้นหายใจสบาย

แต่..มันมาเสียความรู้สึก
คิดคิดนึกนึกถูกหลอกมันเสียเชิงชาย
แต่ต้องมาสลัด ตัดออกจากใจกาย
สุดแสนเสียดาย เหตุการณ์ที่มันผ่านมา

อย่าเจอะชาตินี้ไปให้ไกล
หัวใจเอาไว้พบกันชาติหน้า
ถ้าเจอะชาตินี้ ให้หลีกลี้สุดขอบฟ้า
หากพบกันตรงหน้า ขอแค่ตามองผ่านเลยไป
.........

อกหักเพียงครั้งฉันยังไม่ตาย ใช่เลยใช่
เป็นบทเพลงดี ที่แทงใจดำฉัน จนมิดเข้าไปถึงขั้วหัวใจเลย
เพราะฉันผ่านพบ ผ่านพ้น บทเรียนนั้น มาแล้วนะซีจะมีอะไรกันเล่า

อกหักครั้งแรกๆ จะเซซัง ซมซาน กระเซอะกระเซิง ฟูมฟาย
ร้องไห้ กลางสายฝน เหมือนคนบ้า ทำตัวข้าเหมือนนางเอกในนิยาย
ที่หวังจะให้พระเอกเห็นใจหวนคืน.....มากางร่มกอดจุมพิตแล้วขอเริ่มต้นใหม่

ทั้งๆที่ในชีวิตจริง..มีน้อยมาก ถึงน้อยที่สุด 
ที่จะหันหน้ากลับมาชายตาแล
จะเอาอะไรอีกล่ะ..ก็เพราะเบื่อแล้วนะซี คนดีก็ไม่อยากดีเสียแล้ว...
เหมือนอ้อยหวาน ที่เหลือแต่ชาน 
ที่เขาคายทิ้ง แล้วมีหรือ ที่เขาจะกลืนกินเข้าไปใหม่ ให้ติดคอ.....

อย่าคาดหวัง และรอท่า ว่าเขาจะกลับมา ถ้าจะคิดก็จงแค่คิดว่า
ไปดีไปได้ก็ไปเถอะ เชอะอย่านึกว่าอกหัก  หรืออีกทีก็คิดว่า
 เสียแล้วเสียไป หาใหม่ดีกว่า
ทำใจถึงเข้าไว้ จะได้ไม่ชอกช้ำระกำทรวงนานวัน 

หรือจะร้องเพลงนี้ก็ได้นะ ไม่มีใครว่าดอก....
ทำบุญทำทานกันไว้เถิด เกิดเป็นคน
ถ้าต้องมาพบเจอคนลวง ล่อหลอก 
ให้ระเริงใจ ในไฟรักแรงร้อน
จนเกือบเผาร่างเราให้มอดไหม้ ด้วยไฟโลกีย์ 
ที่มันทำให้ลุ่มหลง
จนมืดบอด มองไม่เห็น ผิดชอบ ชั่ว ดี 
ทำให้มี น้ำตาแม่พ่อ...บาปแสนบาป

พยายามปลอบใจตัว คิดใหม่ ทำใจใหม่ 
แบบขำขันเข้าข้างตัวเองว่า
ดีแล้วที่เดินจากไปในตอนนี้ 
ยังดีกว่า ทำเราจนมีลูกเป็นโขยงแล้ว
ถึงบอกว่า ไปละนะ ทัศนะเราสองไม่ตรงกัน 
จนร่างงามเราเริ่มคล้อยคลา
โตงเตงโตงเว้า จนสายเกินที่จะมีใครมาดามร่างไร้หัวใจ.....

ฉะนั้นจึงเป็นฉะนี้ ที่ว่าอกหักเพียงครั้งฉันยังไม่ถึงตาย ยังหายใจอยู่
แถมจะมีภูมิคุ้มกัน กับครั้งต่อๆไป ก็ดีอีกแบบ....
เหมือนใจและกายได้รับวัคซีน ป้องกันโรคพิษรักระบมตรอมตรมหัวใจ
ยังไงยังงั้นเลยนะนี่

ฉันเคยอกหัก ครั้งแล้วครั้งเล่า จนคิดว่า 
น่าจะมีภูมิคุ้มกัน ไวรัสรักอยู่ในร่างทุกสายพันธุ์ ในวันนี้
ทำให้มี ใจดวงที่แข็งแรงขึ้น...
และเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ไม่ตะเกียกตะกายไขว่คว้า ดิ้นหารัก
จากคนรูปหล่อ แสนดี ที่บางทีเป็นซาตาน 
ในร่างงามแต่ไร้หัวใจ คิดเพียงหลอกเชยชม 
แล้วตีจากให้เราคิดว่าไร้ค่า ตีอกชกตัว..สับสน

ณ.วันนี้ ฉันมีรักอีกรูปแบบหนึ่ง รักที่แสนดี แสนบริสุทธิ์ 
รักคนดี ที่เทใจ เป็นผู้ให้รักฉัน 
อย่างมากมาย ด้วยความดี ความมั่นคง
ความเสียสละ จนชนะใจฉันได้.... 

และจะไม่มีวัน!... 
ที่ฉันจะรักใครจนล้นทรวงอีกแล้ว รู้จักรักแบบพอดีๆ
เหลือที่ว่างไว้ในใจ ให้คิดสิ่งดีๆ ที่สร้างสรร จรรโลงโลกบ้าง...
ไม่ใช่ เอาแต่ใจและเรือนร่าง ไว้แค่จรรโลงรัก และสืบพัน..ธนาการ....

รัก..ที่ใสเย็น คือรักใครรักให้เป็น 
ไม่ต้องยึดมั่นมาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ
คอยตามหึงหวง อาละวาด รู้จักเผื่อเหลือ เผื่อขาด ไม่ให้บาดดวงจิต
จนขาดกระรุ่งกระริ่ง ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นผู้เป็นคน 
หน้าตาก็แสนทรุดโทรม กับการตามล่าหาเกมรัก 
ราวกับผีเพิ่งฟื้นออกมาจากหลุม
ซีดเซียว เปลี่ยวเปล่า เหงาใจ 
จนอาจจะต้องประคองเข้าห้อง ไอ ซี ยู

ฉันหันมา รักโลกสวย รักธรรมชาติ ธรรมดาๆ 
ที่เป็นสุขงามง่ายกับรักดวงใจน้อยๆ 
ที่แสนงาม แสนเรียบง่าย 
ในความเป็นอยู่ ที่คว้าไขว่ได้ใกล้ตา ใกล้ใจ
 เพียงคิดเป็น ก็จะแลเห็นงาม ไม่ยากเลย เป็นมรดก..ทางใจ
เพราะไม่อยากให้ตาบอดจนมองไม่เห็น สัจจธรรมของโลกที่ว่า.....

รักใครให้ตาย ทุ่มเท ทุ่มทอดใจกาย 
รักมากมายเพียงใด แม้กระทั่งรักตัวเอง
เรายังมิอาจหยุดยั้ง ยื้อยุด ใจกายไว้ได้ 
เมื่อวันหนึ่งที่มัจจุราชเรียกหาต้องการตัว

สิ่งที่ต้องเตรียมใจ ไว้คือ 
จัดการตนให้พ้นพันธนารัก ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ 
ที่อาจจะต้องอาศัย ใจดวงที่เป็นกลาง คอยคานไว้ 
ยามจะหล่นไปสู่ความรัก
ข้างที่มืดบอดรุนแรง ร้อนรน ไร้เหตุผล
 จนขาดสติสตัง จน ใจจน จนใจ....
หาทางออกไม่พบเจอ.....

ขอบอกว่า อกหักกี่ครั้ง ก็ยังไม่ตาย 
ถ้าใช้ชีวิตให้เป็น รู้จักคิด รู้จักปลอบ..ใจตัวว่า..
เป็นเรื่องธรรมดาๆโลก ที่ไม่มีใครสมหวังไปทุกอย่าง ได้ไปทุกสิ่ง
และสมบูรณ์แบบไปเสียหมด ดอกนะเจ้า...ใจผู้ยังเยาว์..
 ผู้ยังจะพบกับวันแสนดี
อีกยาวนานนัก อย่าท้อใจไปเลย...นะยอดรัก..ยอดขวัญ..และเธอ
จะมีฉันคนนี้คอยเคียงข้าง ปลุกปลอบใจไปนิรันดร์ 
กับงานเขียนของฉันนี่ไงที่จะฝากไว้ให้กับเธอทุกๆคน
เป็นบทเรียน ที่แสนรักนะจะขอบอก.......
				
21 กรกฎาคม 2546 21:59 น.

ฝนปริบปรอยใจปลิดปลิว!

พุด


http://www.thaipoem.com/web/songshow.php?id=45 
ฝนปริบปรอยใจปลิดปลิว  

รู้สึกไม่สบาย..
ก่อนนอนต้องกินยาไปหนึ่งเม็ด
แล้วหลับไป..เปิดม่านหน้าต่างไว้ให้แลลอดเห็นกิ่งจำปีไหวเอน
และไรแสงดาวพราวพร่างฟ้าสาดส่องลงมาเป็นเพื่อนประโลมใจ
จนกว่าจะหลับไหลไปกับฝันคว้างทุกค่ำคืน..

เห็นเครื่องบิน..
ไฟพริบพราวอยู่ไกลๆ ไปไหนกันละหนอ เกาะสมุยละมังนะ..
ยิ่งพาใจเศร้าไปใหญ่ เมื่อคิดถึงใครบางคน
ที่แสนรักเอยแสนรักในกมลที่ยามนี้
อยู่ไกลสุดหล้าขอบฟ้าเขาเขียวเลย..

ก่อนนอน..บนที่นอนจะมีหนังสือกองกระดาษมากมาย
ที่เขียนค้างคาวางรอท่านักอยากจะเขียน
ผู้ยิ่งใหญ่อยู่ริมหมอน..บางทีคิดอะไรได้จะเด้งดึ๋งขึ้นมา
คว้าปากกาเขียนมืดๆก็เอา กันลืม..
แต่พอตื่นมาอีกทีอ่านไม่ออกไม่รู้ภาษา..อะไร..เฮ้อ!

เช้าตื่นมาฝนตกปรอยๆ...
แปลกดีที่ชอบอากาศชุ่มฉ่ำหอมเศร้าแบบนี้ 
ที่ทำให้ระลึกถึงสิงคโปร์..

ใจเลยหมองหม่นนิดๆไปกับสายฝนพรำ..
จำปีทิ้งกลีบกระจายเกลื่อนกล่น
พร้อมแก้วราวพรมกลีบดอกไม้..เกลื่อนพื้นพราว

เวลาไม่สบายใจ..เสียใจอะไรจะขยันผิดปกติ 
ลากข้าวของมาจัดหางานให้กับชีวิตจะได้ลืมๆไป
ทุกเรื่องราวที่เศร้าหมอง..


เช้านี้ปีนต่อโคมไฟเอง สวยมากเลย
ลายดอกไม้พราวมีผีเสื้อน้อยๆคอยเกาะชิมน้ำหวาน...
เสร็จแล้วเปิดวิทยุ..104.5 
ฟังนักร้องบ่นว่าไปไม่ค่อยจะฟังรู้เรื่อง 
เอาแค่ประเทืองอารมณ์เป็นพอ

ทรุดตัวนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือประจำ..
เพ่งพิศดูลั่นทมล้อระทมในแววตา 
ในแจกันแก้วเจียรนัยข้างขวามือ
ที่เคยได้รับรางวัลจากงานเขียนพิลาสพิไล 
ใส่กุหลาบขาวหอมงามจนเต็ม..

มองผ่านหน้าต่างกว้าง..เห็นแมกไม้และท้องฟ้า.
พาให้คิดถึงใครบางคนอีกแล้ว..ที่แสนไกล
ป่านนี้คงกรนครอก ฟี้ ครอกฟี้ 
มิรู้ร้อนหนาวเศร้าใจ..ด้วยผอมเพรียว..
ไร้สิ้นแรงอ่อนเพลีย..

ฝนปลิบปรอย..ใจเราปลิดปลิว..เคว้งคว้าง 
รานร้าวใจกับดวงใจที่เดียวดายว่างเปล่า..
ที่เขามิเคยอยากรับรู้
รับทราบและรับฟัง..... 

				
21 กรกฎาคม 2546 20:38 น.

ร่มไม้ให้รัก!

พุด


วันนี้...ฉันร้องไห้..
กับหนังปาฏิหารย์รัก DRAGON FLY 
อีกรอบ และอีกรอบที่นำกลับมาดูใหม่
....
นอนนิ่งนิ่ง ดูกิ่งจำปี ระบัดใบให้หัวใจเลิกไหวสะเทือน..
นั่นปลายก้านกิ่ง กลางใบเขียวขจี  ดอกนวลละออ  กำลังตูมเต่ง
และที่กำลังเบ่งบานพราวพ้อรอร่วง..ก็กำลังสะพรั่งพรึบ

เด็ดดอกตูมมาเสียบหู เคลียแก้ม แกล้มใจ
ให้หอมงามไหลระรินสู่เนื้อใจนี้ที่อยากให้หอมนวลพอกัน
เขียนงานฝันละไมจากใจดวงเดิมเดิมดวงนี้
ที่กำลังหรี่หรี่ริบริบราวใกล้หมดสิ้นไฟฝัน..

อาจจะเป็นเพราะกลิ่นจำปีริมหู 
จากดวงดอกหอมหอมกระมัง
ที่ทำให้ดวงใจฝันย้อนหลังย้อนเวลาไปหาอดีต อีกแล้ว
ข้ามกาลเวลา ข้ามภูผา  ข้ามทะเล และขอบฟ้ากว้างกว่ากว้าง
ไปไกลลิบ..ลิบ..

ณ.ที่นั่น..วัดเก่าแห่งหนึ่ง 
ที่เห็นมาตั้งแต่เกิด เป็นวัดโบราณคู่บ้านคู่ตำบลคู่ศรัทธาใจ

นั่นไง..ภาพโบสถ์เก่า
ที่เปิดประตูไว้ให้ใจทุกดวงของพุทธมามกะที่พิสุทธิใส
ได้ก้าวล่วงพ้นผ่านเข้าไป หาเส้นทางใจเส้นทางว่างว่าง
เพื่อแผ้วถางทางไปฝั่งพระนิพพานที่ยากยิ่งนัก 
หากไม่พ้นเพียรพยายาม...สำหรับผู้เพียรพร้อม..

เป็นเส้นทางใจสีขาว
ที่บริสุทธิ์พราวยิ่งกว่าหยาดน้ำค้างกลางห้วงหาว..เสียอีกนะ

องค์พระพุทธรูปทองคำ เหลืองอร่าม งามมลังเมลือง
ด้วยพระพักตร์ที่เยือกเย็นผ่องผุด สงบใจให้เย็นฉ่ำ
ดั่งสายธาราพระเมตตาบารมี..

แดดยามเช้าทอทอด ผ่านบานประตูออกมา 
เกิดเงางามเงียบในยามเช้าแสนงามแสนดี 
ให้ทุกชีวีชาวชนบท..แก้มปลั่งด้วยรอยยิ้มอิ่มใจอิ่มบุญ
หนุนเนื่องให้เนื้อนาบุญในดวงใจดวงน้อย
แตกดอกผลิใบ ต่อตน..ยาวยืน
ตามติดวิญญาณ ข้ามภพ ข้ามชาติ..

และนั่นภาพเด็กผู้หญิงตัวน้อยน้อยบอบบาง 
กำลังใช้สมาธิจดจ่อ...ต่อสายสร้อยร้อยสายขวัญ
กับตะกร้าหวายสานตรงหน้าใบเล็กที่เต็มพราวหอมพริ้ง
ไปด้วยดวงดอกพิกุล พิกุล และพิกุล...

สายลมหนาว พัดเบาเบา ......
พิกุลดวงดอกกระจิดริ๊ด ปลิดปลิวควะคว้าง 
โปรยสายฝนสีทอง  ตกต้องลงบนพื้นหญ้าขจี...พร่างพรม
และห่มงามกลางหัวใจดวงนิดดวงน้อยนี้
ที่ละเมียดละไมอ่อนโยนยิ่งนักแล้ว....



ใครใครชอบเพชรทองคล้องคอหรู
สร้อยคะนึงคู่คือพิกุลกรุ่นกลิ่นหอม
ยามไปวัดกับคุณย่าเก็บดมดอม
สร้อยแสนหอมร้อยสายขวัญถึงวันนี้!..

ไม่ต้องการวัตถุใดใจพอผ่าน
ถึงมีบ้านงามเรียบง่ายคล้ายใจนี้
เป็นวิมานสานด้วยรักร้อยภักดี
ชั่วชีวีตราบชีวันฝันฝากใจ..

กระท่อมไพรหอมดวงใจหอมดอกไม้
ฝนหยาดสายหลังคาจากหยดสวยใส
จูบแก้มนิ่ม อิ่มอ้อน วอนเว้าใจ
ละมุนใจละไมฝันวันฝนพรำ

เด็ดจำปีที่แสนรักมาหนึ่งดอก
มาเสียบสอดแซมผมพรมหอมร่ำ
หลับตาฝันฟังเพลงฝนหว่านระกำ
ราตรีร่ำย้ำสองเราไยพรากไกล!เมื่อหัวใจเราใกล้กัน!
				
21 กรกฎาคม 2546 09:20 น.

พาหัวใจไปร้องไห้กับทะเล!

พุด


url=http://www.sansuk.com/musicroom/song09.html 
 พาหัวใจไปร้องไห้กับทะเล!..

มองทะเลชะอำยามเย็น เป็นทะเลโศก 
ราวโลกกำลังใกล้ถึงเวลาแหลกสลายลง..... 

ท้องฟ้าหมองหม่น อมเทาทึม แตะแต้ม 
สีส้มขลิบทอง มองเป็นช่อชั้น ฝันซ่อนเร้น เฉกเช่นวิมานหมอก...
ที่นางฟ้าตรมตรอมน้ำตา มิกล้าเผยหน้าต่างเมฆ มาทายทัก
กับตะวันสีทอง..อ่อนอุ่นเคยคุ้นใจก่อนจากลา....... 

ลืมฝันลืมคืน ลืมเพื่อนใจ. ......... 
ลืมวันร่ำลาอ้อยอิ่งทิ้งแสงสวย..ฝันฝากใจ.. 
ว่าจะได้พบกันใหม่ในวันพรุ่งอรุณรุ่ง..... ตลอดไป นานนิรันดร์.....  

ฟองคลื่น..ยอดขาวราวไล้ด้วยฟองเมฆ 
ระลอกแล้วระลอกเล่าเคลียเคล้าซัดฝั่ง ถาโถมตามติด 
ทั้งอ่อนโยน เร่าร้อน อ่อนหวาน ซาบซ่านประสานรับซ่าซ่า 
กระแทกกระทั้นราวเสียงดนตรี สอดสมกลมกลืน 
ม้วนตัวกลืนกันเป็นหนึ่งเดียว 

ก่อนสลายคลายตัวอย่างเหนื่อยอ่อน 
ซ่านสุขเศร้าซัดสาด..กับหาดทราย...มิรอรา....  

หาดกว้างสุดสายตา ไร้ร้างราผู้คน 
ด้วยลมแรงพัดไกว ต้องสนใบซู่ซู่ หวิวหวิว ส่ายส่ายไหว ไปมา 
ราวจะหักโค่นลง....... 

ทะเล....เดินทอดน่องช้าช้า ลมแรงปะทะหน้า 
จนผมปลิวสยาย ยุ่งเหยิง ผ้าผืนบางลายดอกไม้รัดร่าง 
เรียวขาตามแรงลม เห็นกลมกลึง..ยามย่างเท้า...  
รอยเท้าบนผืนทราย..มีรอยเท้า..ทะเล..ย่ำดายเดียว 

ทรายสะอาดราวถูกกวาดไว้เรียบงาม.....  
มองทะเลไกล ไร้ขอบเขตเส้นตา 
โค้งฟ้า โอบกอด ผืนน้ำ อ้อยอิ่ง ประโลม...ไร้เกาะแก่ง..

ทะเลแถวนี้... ไม่เหมือนพะงันกับสมุยที่เคียงคู่กันฉันท์คู่รัก
 คอยกวักไกวใกล้แค่เอื้อม 
และสีทะเลไม่สวย มรกตน้ำงามอย่างไข่มุกกลางอ่าวไทย 
และอย่างที่เกาะสวาทหาดสวรรค์ 
บ้านเกิดเมืองฝันของทะเลที่เติบโตมา...... 

ทะเล..ลูกทะเล ไม่เคยว้าเหว่ใจ 
ยามได้กลับมาพาใจสัมผัสเพื่อนรัก 
แม้บางครั้งจะมานั่งถวิลหาและ 
รำพึงรำพันฝากฝันฝากใจและร้องไห้ไปกับทะเล 
ที่ครวญคร่ำ..ราวรู้ใจ...เพื่อนเก่าแสนดี 
พร้อมที่จะรอรับการกลับมาทุกนาที... . มานานเนา. .

และด้วยใจที่เป็นหนึ่งเดียวรวมกันมาตั้งแต่เยาว์วัย 
ในคลองฝันนับจนถึงวันที่เติบใหญ่ในวันนี้.. 
ที่ยังสถิตที่กลางใจให้โหยหา......  

ทะเล...เดินย่ำเท้าไปเรื่อยเรื่อย เหนื่อยใจก็หยุดพัก 
ใต้กิ่งสนวับแวมริ้วลายใบบัง 

เอนอิงพิงหลัง แล้วหลับตา ปล่อยฝันระทม 
มองเหม่อทะเลตรงหน้าที่เอาแต่พากันร่ำไห้.... 

 โลกหนอโลก ไยต้องโศกกันนัก มิพักพึ่งใจ 
ไฉนได้นานเลย.. เสียงร้องของนกกา พากันบินกลับรัง ระงมว่อน... 

ทำให้ภวังค์ลื่นไหลไปกับไกลลิบ..
 ทะเลเอนตัวลงนอนคลุกทรายให้
 แตะแต้มร่างประโลม นุ่มนวล เนียนไล้
ราวกากเพชรพราวขับผิวขาวให้ละมุน นุ่มดั่งสีงาช้าง...
งามจนน่าตะลึง......หลง.... 

แล้วไย..เล่า....หนอ! 
ทรายติดผมปลิดปลิวเคลียไคล้แก้ม แต้มระยิบ 
ไร้มือใครมาไลมไล้ให้อย่างละมุนมือ ละไมหวามไปถึงใจ. .
จนต้องเอามาแนบแก้มด้วยรักล้นใจในอ่อนโยน....
อย่างสัญญา ที่ผ่านมาแต่หนหลัง

ยามใครคนหนึ่ง เคยฝังฝากใจซ่อนซึ้งสุข....
ลาลับดับสิ้นแล้ว ในยามนี้  

ไม่มีน้ำตา..รินหวานผ่านปลายตา เฉกเช่นเคย เหมือนก่อน 
ปล่อยให้ไหลย้อนคืนกลับสู่ใจ 
อย่างผู้หญิง..ทรนง 
ที่จะไม่มีวันมีน้ำตาอีกต่อไป.. ในวันนี้ 

ขอสัญญา...กับฟ้าดิน กับเงียบงาม กับทะเล..เพื่อนตาย..
ในยามค่ำ ย่ำสนธยา...  เผลอราวฝันไป..

จนตะวันใกล้ค่ำ ทะเล..ย่ำเท้ากลับ.... 
 
ดังภาพฝัน ยามอาทิตย์ใกล้ลาลับ .....
แสงหวานเศร้าสีทอง จับร่างงาม..... 
เดินดายเดียว กับลมแรง กับฟ้ากว้าง 
กับหาดทรายลิบตา กับดวงดาราสุกสว่าง...กลางฟ้ามืด.... 

เร่งฝีเท้า ทุกก้าวย่าง ฝากรอยไว้ ให้จำจด 
เพื่อให้คลื่นลบรอย ในวันพรุ่ง...รอรับอรุณงาม.....
อีกคราครั้งนะดวงใจ......  .................. 



เมื่ออยู่ริมฝั่งชล 
ฉันยลทุกยามเย็น 
พักใน ร่มเงาไม้เอน 
ฉันมองเห็นนกบินกลับรัง
ตะวันใกล้จะลับแล้ว 
เห็นเรือแจวอยู่ริมฝั่ง 
เฝ้าแต่ครวญ แต่ครวญหา น้ำตาหลั่ง 
จึงร้องสั่งอาลัย
* เฝ้าแต่ครวญสั่งคำ 
แม้เรือลอยรำไป 
พบคนที่เคยซึ้งใจ 
ขอเรือนำเธอมาให้ที
** ตะวันใกล้จมแผ่นน้ำ 
สายชลงามดั่ง กำมะหยี่
 โอ้ว่าดาว....ว่าดาวดวงนี้ 
แสงพลันริบหรี่ คงริบหรี่เช่นเรา (ซ้ำ * , **) 

				
21 กรกฎาคม 2546 08:50 น.

เดียวดายปลายโลกร้าง!

พุด


http://www.thaipoem.com/web/songshow.php?id=152

ฉันนั่งรอเธอเดียวดายที่ปลายโลก
หลบมุมโศกเหลือมุมใจเพียงในฝัน
รักและรอ รอและรัก ชัวกับป์กัลป์
หลับตาฝันฉันมีเธอในอ้อมใจ...

ที่ปลายโลกไยโศกเหมือนร้างไร้
มันคล้ายคล้ายตะวันลาราตรีไหน
มีเพียงฝันวันแสนงามไว้ปลอบใจ
คำหวานใดก็ลมลมตรมน้ำตา...

ฉันเดียวดายคล้ายโลกนี้เล่นตลก
และเหมือนนกปีกหักใจอ่อนล้า
อยากคืนหลังจูบผืนทรายใกล้ธารา
และซบหน้าหมายมาดสวาทไกล...

ตะวันตกดินถวิลรอที่บ้านเก่า
รอคนเหงาซับน้ำตาอย่าร้องไห้
อีกไม่นานได้คืนร่างหลับสบาย
ให้เม็ดทรายคลื่นทะลเห่กล่อมขวัญนิรันดร!

				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพุด
Lovings  พุด เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพุด
Lovings  พุด เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพุด
Lovings  พุด เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพุด